“เป็นทุกอย่างให้เธอแล้ว…แม้ว่าเธอไม่เคยเป็นอะไรกับฉันเลย” ความสัมพันธ์นี้ ดีต่อใจกว่าที่คิดนะ

ใครกำลังอยู่ในฐานะ “เป็นทุกอย่าง” ทั้งเพื่อนสนิทหรือรุ่นพี่รุ่นน้อง โดยที่เราไม่รู้ตัวรู้ใจเลยว่า “ความรักมันแอบก่อตัวในหัวใจซะงั้น!” แล้วเราจะจัดการกับอาการนี้ได้ไงล่ะ?

ใครเคยประสบกับอาการแอบรักไม่รู้ตัว…ทั้งในฐานะเป็นเพื่อนสนิทหรือรุ่นพี่รุ่นน้อง เมื่อวันหนึ่งความรู้สึกคุ้นเคย เปลี่ยนมาเป็นความผูกพัน โดยที่เราไม่รู้ตัวรู้ใจเลยว่า “ความรักมันแอบก่อตัวในหัวใจซะงั้น!” แล้วเราจะจัดการกับอาการนี้ได้ไงล่ะ? หากใครแน่ใจกับความรู้สึกนี้ รีบบอกความในใจด่วนค่ะ หรือถ้ายังไม่แน่ใจ เราก็มีวิธีที่จะถนอมความสัมพันธ์ดีๆ เช่นนี้ไปก่อน เพื่อรอเวลาที่เหมาะสมให้กับหัวใจทั้งสองฝ่ายละกัน ลองอ่านเรื่องราวนี้ ที่มาจากประสบการณ์จริงจากแฟนคลับนิตยสาร Lisa ค่ะว่าเป็นอย่างไร

ย้อนไปเมื่อ 7 ปีก่อน ที่รู้จักเขา ซึ่งตอนนั้นเราเรียนอยู่ปีสอง ส่วนเขาเรียนอยู่ปีหนึ่ง เราเจอกันที่ค่ายอาสาพัฒนาของมหาวิทยาลัย จุดเริ่มต้นจากที่เรารู้จักกันคือ สนทนาในวงไพ่ แน่นอนว่าช่วงวัยเรียนนั้นมีแต่เรื่องสนุก  และในที่สุดเราก็คุยแล้วสปาร์กกันมาก ในช่วงแรกต่างคนต่างก็ทักทายปกติเหมือนรุ่นพี่รุ่นน้อง แต่เมื่อความรู้สึกดีๆ ก่อตัวมา จากที่เราสนทนาผ่านข้อความนี่แหละ จึงทำให้เรานัดไปเที่ยวเหมือนหนุ่มสาวทั่วไป อย่าง ดูหนังผี! กลายเป็นจุดเริ่มต้นความทรงจำดีๆ ของคนทั้งสองคนตลอดมา

เมื่อเวลาผ่านไป ต่างคนต่างมีหน้าที่การเรียนที่ต้องรับผิดชอบ เราสองคนต่างเครียดกับอนาคตที่จะต้องเติบโตไปอีกขั้น และเหมือนว่าระยะระหว่างสองคนก็เริ่มห่างด้วยเช่นกัน ทำให้เราเองไม่แน่ใจกับความรู้สึกต่อกัน แต่ก็ยังถนอมมิตรภาพระหว่างรุ่นพี่รุ่นน้องไว้อยู่ เพราะยังให้ความรู้สึกว่าคุณยังอยู่ในระยะปลอดภัยนะ จนเมื่อถึงวันจบการศึกษาของฝ่ายหญิง ฝ่ายชายก็มาแสดงความยินดีกับฝ่ายหญิงที่เรียนจบแล้ว แต่สิ่งที่เซอร์ไพรส์ก็คือ เขามอบกล่องความทรงจำให้ ซึ่งมันเป็นกล่องเปล่าใบเล็กๆ แต่ว่าสิ่งนี้กลับมีความหมายต่อความรู้สึกในใจของฝ่ายหญิงอย่างมาก เพราะโดยปกติแล้วเธอมักจะเป็นฝ่ายเอาของไปฝาก ส่งโปสการ์ดถึงบ้าน หรือแม้แต่ช่วยเป็นที่ปรึกษาเรื่องงาน โดยที่เธอเองเต็มใจทุกอย่าง เพราะมันเป็นการส่งเสริมซึ่งกันและกัน

เมื่อถึงเวลาเข้าสู่วัยทำงานอย่างเต็มตัว โลกมันยิ่งกว้างขึ้น เจอผู้คนที่หลายหลาก ความสัมพันธ์ของคนทั้งสองจึงมาถึงจุดที่นิ่ง เหมือนอากาศ หากใครสงสัยว่าทำไมความสัมพันธ์ของสองคนนี้ถึงนิ่งสนิท แม้ผ่านเวลามานานแล้วก็ตาม สาเหตุก็คือ การรักษาความสัมพันธ์ ต่างฝ่ายไม่เปิดใจถึงความรู้สึกที่มีต่อกัน อาจเพราะกลัวคำตอบของแต่ละฝ่ายที่จะพูดออกมา เลยเลือกคีพความสัมพันธ์แบบพี่น้อง แต่แน่นอนว่าความผูกพันมันกลับผูกความสัมพันธ์ของทั้งสองด้วยเช่นกัน จนบางทีเกิดความรู้สึกว่าเราต่าง “เป็นทุกอย่าง” และเติมเต็มความรู้สึกให้กันและกันในตลอด 7 ปีที่ผ่านมา…แล้วใครล่ะจะกล้าเผยความรู้สึกในใจก่อน แน่นอนว่าอนาคตก็เกิดขึ้นได้

หากคุณมีสถานะ “เป็นทุกอย่าง” ให้ลองใช้วิธีการรักษาความสัมพันธ์กับอีกฝ่ายให้ยาวนานสุดๆ 5 ข้อเน้นๆ นี้เลยค่ะ

1.การรับฟังเรื่องราวของอีกฝ่ายอย่างตั้งใจ เป็นสิ่งที่สำคัญมากถึงมากที่สุด แม้ว่าเขาหรือเธอจะเจอเรื่องราวหรือประสบการณ์ที่ดีหรือไม่ดีนั้น อย่างน้อยเขาหรือเธอจะรู้สึกมีคนที่คอยรับฟังอยู่ข้างๆ แน่นอนว่าเราเองก็ได้เครดิตไปเต็มๆ

2.การให้กำลังใจเขาหรือเธอ เป็นการส่งเสริมกำลังในการใช้ชีวิต คิดซะว่าเราคือคนที่คอยซัพพอร์ตดันหลังให้เขาหรือเธอก้าวต่อไป ไม่แน่เวลาคับขัน เขาหรือเธออาจจะคิดถึงคุณเป็นคนแรกก็ได้ค่ะ

3.สัมผัสกายเขาหรือเธอบ้าง ไม่ใช่เชิงชู้สาวมากนะคะ แต่อาจเป็นการหยอกล้อ แกล้งกัน เช่น ขยี้ผม ปลอบหลัง Give me Five หรือโอบไหล่บ้าง โมเมนต์นี้เป็นใครก็รู้สึกอบอุ่นใจแบบพองโตเลยล่ะ

4.พาไปสถานที่ที่เขาหรือเธอไม่เคยได้ลองไปมาก่อน อย่างไปสวนสนุกเล่นเครื่องเล่นหวาดเสียว เข้าบ้านผีสิง หรือ ถีบเรือเป็ดที่สวนสาธารณะ ถ้าหากเขาหรือเธอติดใจ ก็แอบเปรยๆ ว่า “คราวหน้ามากันอีกนะ เตรียมฟิตร่างกายมาให้ดีๆ ละกัน”

5.หากไปสถานที่ไหนๆ ก็ตาม ลองส่งรูปหรือเขียนเล่าเหตุการณ์ที่เจอ ให้เขาได้อ่านได้ดู เพราะเขาหรือเธอจะรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งที่เราอยากแชร์เรื่องราวดีๆ ให้เสมอ เป็นไงล่ะคะ บอกแล้วว่าโมเมนต์สถานะ “เป็นทุกอย่าง” ก็มีด้านดีเหมือนกัน

Don’t Forget : หากใครเป็นคนใจร้อนหรือชอบความเร่งด่วน คุณอาจต้องควบคุมสติและคิดให้ดีๆ ก่อนว่า เราจะพูดถึงความรู้สึกในใจกับเขาหรือเธออย่างไร ขอแนะนำค่ะว่า “เขียนเรื่องราวหรือความรู้สึกดิบๆ” ของคุณใส่กระดาษหรือพิมพ์ใส่โน้ตไว้ก่อน แล้วคุณกลับมาอ่านก่อนว่า คุณใส่อารมณ์มากเกินไปมั้ย ถ้าคุณแคร์เขาหรือเธอมากละก็ ลองโทรไปหาผู้ที่มีประสบการณ์ด้านความรักสักนิด คุณมีสติขึ้นในระดับนึงค่ะ