9 วิธีรับมือกับอารมณ์โกรธปรี๊ดใส่คุณแฟนให้อยู่หมัด

เมื่อคุณแฟนมีอาการเงียบ งอน หนีใส่เข้าให้ละก็ อย่ามัวแต่นอยด์ Lisaguru จัด 9 วิธีรับมือเมื่อคุณแฟนโกรธปรี๊ดปรอทแตก มาให้คุณโดยเฉพาะที่นี่เลย

ไม่มีใครชอบหรอกเวลาโกรธแฟนหรือทะเลาะกัน  โดยเฉพาะถ้ามันเป็นเรื่องไม่เป็นเรื่องด้วยล่ะก็ แต่มันก็เป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ในชีวิตคู่

แต่จะมีวิธีไหนที่จะทำให้การทะเลาะกันไม่บานปลายเป็นเรื่องราวใหญ่โต Lisaguru ขุดประสบการณ์ความรักของคู่รักที่มีชีวิตคู่ยืนยาวมาดูวิธีจัดการกับอารมณ์โกรธยามทะเลาะกัน ว่าทำยังไง

1.เวลาที่คุณหงุดหงิดหรือทะเลาะกันนั้น จำไว้เลยว่า… มีสองสิ่งที่เกิดขึ้น นั่นคือ Emotion หรืออารมณ์ และ Situation หรือสถานการณ์ที่เกิดขึ้นยามนั้น สิ่งที่คุณควรจัดการเป็นอย่างแรกคือเรื่องของอารมณ์ แล้วค่อยมองถึงปัญหาที่เกิดขึ้นและหาทางแก้

2.5 Minutes Break เราทุกคนอยากจะระบายสิ่งที่ไม่พึงพอใจกันทั้งนั้น ยามที่คุณมีปัญหาทะเลาะกันและเริ่มจะสาดอารมณ์ใส่กันหนันกหน่วง ลองให้โอกาสอีกฝ่ายได้พูดๆๆๆๆ ติดต่อกันสัก 5 นาที โดยที่คุณฟังอย่างเดียว ไม่ต้องเบรค ไม่ต้องขัด ไม่ต้องเถียงใดๆ ทั้งสิ้น จากนั้นจึงผลัดมาเป็นคราวของคุณบ้าง เพราะอย่าลืมว่า โดยพื้นฐานแล้ว ทุกคนอยากให้มีคนรับฟัง และการได้ระบายสิ่งที่คิดให้ออกมาอย่างปลอดโปร่ง ช่วงนั้นจะทำให้คนๆ นั้นรู้สึกว่ากำลังได้ควบคุมสถานการณ์ และลดความรู้สึกตึงเครียดลง  การปะทะกันหลังจากคุณได้ระบายสิ่งที่คัดเคืองใจแบบไม่มีคนเบรคจะเบาลงด้วย

3.ใช้หลัก X – Y – Z ช่วยในการสื่อสาร ยามที่คุณต้องการสื่อสารอะไรที่คุณไม่พอใจ อย่าเอาแต่พูดว่า ฉันต้องการอย่างงั้น ฉันรู้สึกแบบนี้ แล้วก็ใส่อารมณ์ลงไปอย่างเดียว เปลี่ยนเป็นใช้วิธีสื่อสารด้วยโครงสร้างประโยค ฉันรู้สึก X เมื่อคุณทำ Y ในตอนที่ Z  เช่น “ฉันไม่ชอบเลยนะ ถ้าคุณลืมเทขยะตอนก่อนนอน ทั้งที่คุณสัญญาไว้แล้ว”

4.ทำตัวเป็นคอมพิวเตอร์ซะบ้าง เวลาเราเปิดโปรแกรมเยอะๆ คอมพิวเตอร์เรายังแอบชัตดาวน์ตัวเองใส่เราเสียดื้อๆ ดังนั้น เมื่อถึงเวลาที่คุณเริ่มสาดอารมณ์หรือโยนความไม่พอใจหนักๆ เข้าใส่กัน ลองปิดสวิตซ์ใส่กันดูบ้างเวลาที่เหนื่อยๆ เลิกเซ้าซี๊ ตอแย แล้วพักไปมุมใครมุมมัน สักพักคุณจะรู้สึกผ่อนคลายขึ้น

5.ลองเอาใจคุณไปใส่ใจเขา รายงานของดร.จอห์น กอตต์แมน ที่ปรึกษาและผู้เชี่ยวชาญด้านชีวิตแต่งงาน บ่งบอกว่า “ชีวิตคู่นั้นจะยืนยาวไปได้ขึ้นอยู่กับขอบเขตที่สามีสามารถยอมรับอธิพลที่ได้รับจากภรรยา” ดังนั้นควรระมัดระวังเรื่องความแตกต่างทางเพศ ซึ่งอาจมีผลที่จะผลักดันหรือระงับพฤติกรรมบางอย่างของอีกฝ่ายหนึ่งด้วย

6.รู้จักชื่นชมซึ่งกันและกัน รายงานฉบับเดียวกันนี้ยังบอกว่า คู่แต่งงานที่รู้จักชื่นชมอีกฝ่าย สามารถยืดชีวิตสมรสได้ยาวนานกว่าคู่ที่ไม่ชมซึ่งกันและกันถึง 5 เท่า ดังนั้น หากเป็นไปได้ เวลาคุณหงุดหงิด ลองมองหาข้อดีที่อีกฝ่ายทำให้คุณดู หรือถ้าเมื่อไหร่ที่เขาทำสิ่งดีๆ ให้คุณ หรือแม้กระทั่งยอมเป็นฝ่ายขอโทษ คุณก็ควรหาโอกาสขอบคุณเขาอย่างจริงใจ

7.หลีกเลี่ยงภาษากายอย่างการกรอกตาบน แคะเล็บ หรือเบะปาก เราเชื่อว่ามันมีโมเมนต์ที่คุณโ – ค – ต – ร ไม่ชอบสิ่งที่อีกฝ่ายพูดเลย แต่คุณควรจะให้โอกาสเขาได้แสดงออกถึงสิ่งที่เขาคิด ท่าทางแบบนั้นมีแต่จะทำให้เขารู้สึกว่าความคิดเขาไม่ได้รับการยอมรับและโดนดูถูก คราวนี้ล่ะ ประเด็นที่ถกเถียงกันจะลามปามไปกันใหญ่ กลายเป็นเรื่องเธอไม่แคร์ฉันเหมือนอย่างที่ฉันแคร์เธอ

8.อย่าขุดบุพการีมาด่ากัน ต่อให้คุณโมโหแค่ไหน หรืออยากจะแปลงร่างเป็นนักจิตวิทยาสาวแค่ไหน คุณก็ไม่ควรใช้ช่วงเวลานี้ขุดข้อบกพร่องทางครอบครัว แนวความคิด หรือการเลี้ยงดูมาถกเถียงกัน

9.เมื่อรู้สึกว่าเย็นลงแล้ว ค่อยหาจังหวะพูดคุย ถึงปัญหาที่เกิดขึ้นหรือต้นตอความไม่สบายใจ แล้วหาทางแก้ อย่าลืมสัมผัสกันเบาๆ เช่นกอด จับมือ (ถ้าอีกฝ่ายขอมาก็อย่าสะบัดหน้าหนีปฎิเสธล่ะ) บางครั้งการแก้ไขที่ดีที่สุด คือการยอมรับว่าปัญหานั้นแก้ไม่ได้หรอก เราแค่ยอมรับมัน … ก็ได้นะ