ปวดอะไรก็ใช้พารา! มาดูวิธีกินยาพารา แค่ไหนยังไงจึงปลอดภัยต่อตับ

ปวดหัวตัวร้อน เป็นไข้ เอะอะอะไรก็ใช้พารา รู้มั้ยว่าพาราเซตามอลเนี่ย กินมากไปไม่ดีต่อตับ แต่วิธีลดความเสี่ยงก็มีอยู่ แค่รู้ วิธีกินยาพารา ให้ถูกเท่านั้นเอง

วิธีกินยาพารา

สารภาพเลยว่า เราก็เคยเป็นคนที่ปวดอะไรนิดๆ หน่อยๆ ไม่ว่าจะ ปวดหัว ปวดประจำเดือน ปวดเมื่อย ปวดใจ (อ้าวอันนี้ไม่ใช่) ก็กินยา พาราเซตามอล แต่เดี๋ยวนี้เราเลิกนิสัยแบบนั้นแล้วนะ เพราะไปอ่านเจองานวิจัยที่ว่า การกินยาแก้ปวดลดไข้อะเซตามิโนเฟน (Acetaminophen) หรือพาราฯ มากเกินไป หรือใช้มาเป็นเวลานานเกินไปจะเกิดอันตรายต่อตับ! แต่ใจเย็นๆ ขอแค่เรารู้ วิธีกินยาพารา ที่ถูกต้องและปริมาณที่เหมาะสมก็ปลอดภัยแล้ว

เภสัชกร ณรงค์ศักดิ์ ใบเนียม เภสัชกรประจำร้านขายยาจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า ที่จริงแล้วพาราเซตามอลเป็นยาที่ปลอดภัยในการใช้ และมีข้อดีตรงที่ไม่ระคายเคืองต่อกระเพาะอาหาร แต่ถ้าใช้เกินขนาดหรือใช้ติดต่อกันนานเกินไปจะเป็นพิษต่อตับ!

พาราทำอันตรายต่อตับได้ยังไง?

ตัวยาจะผ่านกระบวนการเมตาบอลึซึมและถูกเปลี่ยนให้อยู่ในรูปของสาร NAPQI (N-acetyl-p-benzoquinone imine) ซึ่งถ้ามีปริมาณมากเกินไปจะทำให้เกิดภาวะ Oxidative Stress ซึ่งทำให้เซลล์ตับเสียหายได้ ถ้าตับไม่สามารถกำจัดออกได้อย่างทันท่วงที ภาวะนี้เกิดได้จากการรับประทานยาติดต่อกันเป็นเวลาหลายวันและได้รับยาเกินขนาด หรืออยู่ในกลุ่มเสี่ยง ภาวะเป็นพิษนี้ ไม่มีอาการใดที่ชี้ชัดได้ แต่อาจจะมีส่วนคล้ายอาการไข้หวัดใหญ่ ทำให้ผู้ป่วยเข้าใจผิดจึงกินยาต่อ และทำให้อาการรุนแรงขึ้น บางคนอาจจะไม่มีอาการใดเลยจนกระทั่ง 48-72 ชั่วโมงภายหลังรับประทานยา

ใครบ้างที่มีความเสี่ยงจะเกิดภาวะยาเป็นพิษ?

ตอบเลยว่าอาการนี้เกิดกับใครก็ได้ แต่จะมีกลุ่มคนที่เสี่ยงมากกว่าผู้อื่น คือ ผู้ติดสุราเรื้อรัง หรือคนที่ดื่มเป็นประจำ, ผู้สูงอายุ, คนที่มีประวัติว่าคนในครอบครัวเป็นโรคตับ, คนที่มีประวัติหรือมีโอกาสเป็นไวรัสตับอักเสบ, คนที่กินยาชนิดอื่นเป็นจำนวนมากอยู่แล้ว โดยคนเหล่านี้มักมีภาวะเนื้อเยื่อตับถูกทำลายและผิดปกติ โอกาสที่การทำงานของตับจะกลับคืนสู่สภาพปกติจะยากกว่าคนทั่วไป จึงทำให้มีโอกาสเกิดภาวะความเป็นพิษของยาต่อตับรุนแรงกว่าคนปกติ แม้จะไม่ได้ใช้เกินขนาดก็ตาม

ถ้างั้นจะเลิกกินพาราไปเลยดีมั้ย?

อย่างที่บอกไปแล้วว่าจริงๆ แล้วพาราเซตามอลไม่ได้อันตรายอะไรเลย ตราบใดที่เรากินในปริมาณที่พอดี และไม่ได้กินถี่ๆ ติดต่อกันนานๆ

วิธีกินยาพารา

การกินพาราเซตามอลที่ถูกต้อง

ผู้ใหญ่ให้กินครั้งละ 2 เม็ด ทุก 4-6 ชั่วโมง ห้ามกินเกินกว่า 4,000 มิลลิกรัม หรือ 8 เม็ดต่อวัน (พาราเซตามอลชนิดเม็ดส่วนใหญ่จะมีขนาด 500 มิลลิกรัม) โดยแต่ละครั้งห้ามเกิน 1,000 มิลลิกรัม หรือ 2 เม็ด และห้ามกินติดกันในช่วงเวลาที่ต่ำกว่า 4 ชั่วโมง

การคำนวณยาในการรับประทานควรใช้น้ำหนักตัวเป็นเกณฑ์ โดยขนาดยาที่เหมาะสม คือ 10-15 มิลลิกรัม ต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม ตัวอย่างเช่น ถ้าเราหนัก 50 กิโลกรัม ก็สามารถรับประทานยาพาราเซตามอลได้ที่ 500-750 มิลลิกรัมต่อครั้ง แต่หากน้ำหนักตัวมากจนคำนวณแล้วเกินกว่า 1,000 มิลลิกรัม ก็ให้รับประทานแค่ 1,000 มิลลิกรัมเท่านั้น และรับประทานได้ไม่เกิน 4 ครั้ง เพื่อไม่ให้เกิน 4,000 มิลลิกรัมต่อวัน

ที่สำคัญ ไม่ควรรับประทานติดต่อกันนาน 7 วัน เพราะจะส่งผลไม่ดีต่อตับ

รู้มั้ยว่า พาราเซตามอล แบบที่ปลอดภัยต่อตับก็มีนะ

ล่าสุดมีงานวิจัยระดับนานาชาติหลายเรื่องที่ตีพิมพ์ถึงคุณสมบัติของทอรีน นอกจากจะช่วยบำรุงสายตาแล้ว ยังช่วยป้องกันความเป็นพิษของยาที่มีต่อตับ ซึ่งทอรีนเป็นกรดอะมิโนชนิดหนึ่ง ที่มีหน้าที่เกี่ยวกับการเจริญเติบโตของร่างกาย, ควบคุมของเหลวในเซลล์, ควบคุมระดับการเข้าออกของแคลเซียมระหว่างเซลล์ และสามารถป้องกันความเป็นพิษและความผิดปกติที่เกิดกับอวัยวะต่างๆ เช่น สมอง หัวใจ และไต

ทอรีนจะเกี่ยวข้องกับกระบวนการปกป้องเซลล์จากอนุมูลอิสระต่างๆ โดยมีคุณสมบัติป้องกัน Oxidative Stress ของร่างกายที่เกิดจากสารพิษ ด้วยการลดระดับสารอนุมูลอิสระ, ลดระดับ Lipid Peroxidation และลดความเสียหายที่เกิดต่อเซลล์ และ DNA, ลดการเสียหายของไมโทคอนเดรียและการตายของเซลล์ โดยทอรีนนั้นสามารถลดความเสียหายจากอนุมูลอิสระที่เพิ่มมากขึ้นในตับอันเป็นผลมาจากปริมาณ NAPQI ที่สูงขึ้น

ดังนั้นยาพาราเซตามอลที่มีส่วนประกอบของทอรีนจึงสามารถป้องกันและรักษาความเป็นพิษของตับที่เกิดจากการทานยาได้ แต่ยังไงก็ควรปรึกษาเภสัชกรก่อนใช้ยาทุกครั้งนะจ๊ะ