ติดหวาน ขาดน้ำ กินผักผลไม้น้อย! 3 สัญญาณการบริโภคของคนไทยที่ไม่ควรมองข้าม

การมีโภชนาการที่สมดุลและการออกกำลังกายเป็นประจำเป็นองค์ประกอบที่สำคัญสำหรับคนยุคใหม่ให้มีสุขภาพที่ดี และแน่นอนว่าจะละเลยที่จะดูแลตัวเองตั้งแต่วันนี้ค่ะ

Lisaguru ได้ไปอัพเดตข้อมูลโภชนาการกับ นพ.ลุยจิ แกรตตัน ถึงพฤติกรรมการบริโภคของคนไทยสุดน่าตกใจว่า…คนไทยติดหวาน ขาดน้ำและกินผัก ผลไม้น้อย แต่เรามีวิธีที่จะค่อยๆ ช่วยปรับการกินได้ ไม่ต้องห่วงค่ะ แต่แน่นอนว่าอย่าลืมออกกำลังกายเป็นตัวช่วยนะคะ

ทีมงาน Lisaguru ได้พบกับ นพ.ลุยจิ แกรตตัน (Luigi Gratton) รองประธานฝ่ายการศึกษาและพัฒนาด้านโภชนาการ ประธานคณะกรรมการที่ปรึกษาทางด้านโภชนาการเฮอร์บาไลฟ์ นิวทริชั่น ได้ให้ข้อมูลว่า “ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ขนมขบเคี้ยว ของหวาน และเครื่องดื่มต่างๆ รวมถึงอาหารฟาสต์ฟู้ดล้วนมีผลกระทบต่อสุขภาพและวิถีชีวิตของผู้บริโภคชาวไทย”

จากผลจากการสำรวจภาวะโภชนาการสมดุลของเฮอร์บาไลฟ์เอเชียแปซิฟิกเมื่อเดือนมกราคม 2017 ที่ผ่านมา* พบว่า

กว่า 53% ของผู้บริโภคชาวไทย ดื่มน้ำน้อยกว่า 8 แก้วต่อวัน ในขณะเดียวกัน ผู้บริโภคกว่า 75% หรือ 7 ใน 10 คน กินผักและผลไม้เฉลี่ย 1-2 หน่วยบริโภคต่อวันซึ่งตำกว่าเกณฑ์ที่แนะนำ คือ 5 หน่วยบริโภคต่อวัน ข้อมูลเหล่านี้แสดงให้เห็นว่าผู้บริโภคส่วนใหญ่ยังไม่จริงจังมากพอในเรื่องการให้ความสำคัญของการสร้างพฤติกรรมการบริโภคอาหารที่สมดุลที่จะนำพาไปสู่วิถีชีวิตสุขภาพดีและกระฉับกระเฉง”

*เฮอร์บาไลฟ์นิวทริชั่นทาการสำรวจผู้บริโภค 6,000 คนใน 12 ประเทศในเอเชียแปซิฟิกรวมถึงประเทศไทย เพื่อให้เข้าใจทัศนคติและพฤติกรรมด้านสุขภาพและการดำเนินชีวิต การรับรู้เกี่ยวกับภาวะโภชนาการที่สมดุล พฤติกรรมการบริโภคในชีวิตประจำวัน รวมไปถึงความท้าทายที่พวกเขาต้องเผชิญพฤติกรรมการบริโภคอาหารอย่างสมดุลไปใช้ในชีวิตประจำวัน

และที่สำคัญกระทรวงสาธาณสุขของไทย เผยข้อมูลผู้บริโภคของคนไทยที่มีอัตราโรคอ้วนพุ่งทะยานสูงขึ้น โดยคนไทย 17.4 ล้านคน (คิดเป็น 26 % ของจำนวนประชากร) อยู่ในภาวะน้ำหนักเกินตัว ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งในการเป็นโรคอ้วนนั้นเอง

ส่วนสาเหตุหลักก็คือ “คนไทยติดรสหวาน” จากอาหารและเครื่องดื่มอีกมากมาย คนไทยบริโภคน้ำตาลโดยเฉลี่ยมากกว่า 4 เท่า (พุ่งไปถึง 26 ช้อนชา) ของปริมาณที่แนะนำให้บริโภคในชีวิตประจำวัน (6 ช้อนชา) เป็นเพราะน้ำตาลผ่านกระบวนการผลิตในตลาดมากยิ่งขึ้น  อีกทั้งของหวาน ขนมขบเคี้ยว และอาหารฟาสฟู้ดส์ มีผลต่อการบริโภคของคนไทยด้วยเช่นกัน

“อุปสรรคสำคัญอีกประการหนึ่งของการสร้างพฤติกรรมการบริโภคที่สมดุลในประเทศไทยคือ ผู้บริโภคอาจไม่ได้ตระหนักอย่างเพียงพอถึงการใช้ข้อมูลหรือผลงานวิจัยทางด้านวิทยาศาสตร์รองรับความเชื่อหรือการตัดสินใจทางด้านสุขภาพ การมีความเข้าใจและจริงจังกับการปฏิบัติที่ถูกต้องเกี่ยวกับเรื่องของสุขภาพเป็นเป้าหมายแรกที่จะทำให้ผู้บริโภคมุ่งสู่สุขภาพที่ดี และเพื่อให้บรรลุเป้าหมายนี้ ผู้บริโภค 80% ต้องเริ่มปรับเพื่อสร้างพฤติกรรมทางด้านโภชนาการที่ดี (คิดเป็นสัดส่วนของแคลอรี 100 % ที่ร่างกายควรได้รับ โดยแบ่งเป็นไขมันดี 30% โปรตีน 30% และคาร์โบไฮเดรต 40%) และอีก 20% ควรออกกำลังกายทุกๆ วัน” นพ.ลุยจิ ได้แนะนำการสร้างพฤติกรรมการบริโภคให้เกิดความสมดุลสำหรับคนไทย เป็นการปิดท้าย และแผนโภชนาการที่สมดุลนี้จะสามารถทำให้ผู้บริโภคติดตามการได้รับสารอาหารที่จำเป็นในส่วนผสมที่เหมาะสมแก่ร่างกาย เพื่อสนับสนุนหน้าที่การทำงานหลักของร่างกายขณะที่ช่วยให้คุณสามารถจัดการเรื่องน้ำหนักได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นต่อไปค่ะ