งดกินแป้งแบบเซเลบ เพราะกลัวอ้วน ความจริงระวังสุขภาพทรุด แทนที่จะสวย

ใครๆ ก็งดกินแป้งเพราะคิดว่าจะได้ผอมไวๆ แต่จริงๆ แล้ว ยิ่งงดกินแป้ง ไม่ได้ทำให้ผอม แต่ทำให้ร่างกายแย่ สุขภาพจิตแย่ด้วย

เซเลบคนหนึ่งที่งดแป้งและควบคุมอาหารแบบสุดๆ นั่นคือ Megan Fox เธอบอกว่า “ฉันงดกินแป้งทุกชนิดและอาหารที่เป็นที่มาของคาร์โบไฮเดรต ไม่มีการกินแครกเกอร์ ไม่มีเพรทเซล ไม่มีมันฝรั่งทอด ไม่มีอะไรที่ไม่ดีต่อสุขภาพ” สิ่งที่แย่ทีสุดที่เธอกินเข้าไปในร่างกายคือกาแฟ แถมเธอยังไม่มีวัน Cheat Day หรือวันที่อนุญาตให้ร่างกายได้เอนจอยของไม่ดีต่อสุขภาพ เหมือนอย่างเซเลบปกติทำอีกด้วย

Megan Fox
PIX by Flynet ©2009
818-307-4813 Nicolas

ส่วน Kim Kardashian นั้นเธอใช้การอดอาหารแบบ Kito โดยควบคุมการกินแป้งแค่วันละ 60 กรัมเท่านั้น เพื่อให้หุ่นกลับมาเป๊ะหลังคลอดลูก พระเจ้าจอร์จจจจจ เราอ่านเจอแล้วหิวขึ้นมาทันที

Kim

อะไรบ้างที่นับเป็นแป้ง 

bread

เพราะคาร์โบไฮเดรต ไม่ได้หมายถึงแป้ง ข้าว ขนมปังเพียงอย่างเดียว แต่ยังรวมไปถึงธัญพืช ผักผลไม้และน้ำหวานที่ได้จากอาหารที่เรากินเข้าไป สาวๆ ส่วนใหญ่มักคิดว่าการลดน้ำหนักคือการงดกินแป้ง ไปเลย ทว่าในความเป็นจริงแล้ว คาร์โบไฮเดรตคือแหล่งพลังงานที่สำคัญของร่างกายและจิตใจ ซึ่งหากได้รับในปริมาณไม่เพียงพอ อาจก่อให้เกิดผลเสียตามมา

สุขภาพอ่อนแอ เหนื่อยง่าย หายใจลำบาก

Mayo Clinic ระบุว่า คาร์โบไฮเดรตที่คนเราควรได้รับต่อวันควรอยู่ที่ 45-65% ของสารอาหารทั้งหมด (คาร์โบไฮเดรตให้พลังงาน 4 แคลอรีต่อกรัม) เช่น ปกติผู้หญิงควรได้รับพลังงาน 1,800 แคลอรีต่อวัน ดังนั้น จำนวนพลังงานที่ได้รับจากการกินแป้ง ควรจะอยู่ที่ 810-1,170 แคลอรี หรือประมาณ 202-292 กรัมหรือหากพลังงานที่ได้รับต่อวันอยู่ที่ 2,000 แคลอรี คุณควรได้รับคาร์บในปริมาณ 300 กรัม ไขมัน 65 กรัมและโปรตีน 50 กรัม ซึ่งการบริโภคคาร์บน้อยเกินไป งดกินแป้ง หรือกินแต่น้อย จะทำให้มีอาการเวียนศีรษะ, ปวดหัว, อ่อนเพลีย, ขาดสารอาหาร, คลื่นไส้และหายใจลำบาก สำหรับสาวๆ ที่อยากลดน้ำหนัก การเลือกกินคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อนหรือประเภทที่กินแล้วอิ่มนาน รวมทั้งไม่เพิ่มน้ำตาลในเลือดสูง เช่น ข้าวซ้อมมือ ถั่ว ธัญพืช นมไขมันต่ำ โยเกิร์ตไขมันต่ำ จะช่วยให้คุณลดน้ำหนักอย่างได้ผลและยั่งยืนกว่าการหักดิบไม่กินคาร์บเลย

ท้องผูกง่าย ระบบย่อยมีปัญหา

เพราะส่วนหนึ่งของไฟเบอร์ได้มาจากคาร์โบไฮเดรต ซึ่งช่วยในระบบย่อยอาหารและการขับถ่าย ในงานวิจัยบางชิ้นพบว่า การกินอาหารที่มีไฟเบอร์ต่ำมีความเชื่อมโยงกับโรคถุงผนังลำไส้อักเสบ (Diverticulosis) สาเหตุก็มาจากการขับถ่ายยาก ท้องผูกเรื้อรัง ทำให้ลำไส้ใหญ่ต้องบีบตัวหนักขึ้นเพื่อขับถ่ายกากอาหาร จึงเกิดเป็นแรงดันในลำไส้ใหญ่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ผนังลำไส้จึงมีลักษณะโป่งพองออกเป็นถุงขนาดเล็กและใหญ่ การกินอาหารให้ครบ 5 หมู่และกินแป้งในปริมาณที่เหมาะสม จะช่วยแก้ปัญหาเรื่องระบบขับถ่ายให้เป็นปกติได้ ไม่ควรงดกินแป้ง ถ้าไม่อยากท้องผูก

เสี่ยงเป็นภาวะคีโตซิส

คาร์โบไฮเดรตเป็นแหล่งพลังงานที่นำไปใช้ในการทำงานของสมอง กล้ามเนื้อและส่วนอื่นๆ ของร่างกาย เมื่อคุณได้รับคาร์บได้ปริมาณไม่เพียงพอ หรือมัวแต่อดแป้ง ระดับน้ำตาลในเลือดจะลดต่ำกว่าปกติ (ระดับปกติควรจะอยู่ที่ 70-99 mg/dL) และนำไปสู่ภาวะเลือดมีน้ำตาลน้อย (Hypoglycemia) ส่งผลให้มีอาการหิวโหยง่าย หงุดหงิด อารมณ์ฉุนเฉียว เครียด เวียนศีรษะ พูดจาติดขัด รวมทั้งทำให้ร่างกายเผาผลาญไขมัน (แทนน้ำตาลกลูโคส) เพื่อนำไปใช้เป็นพลังงาน ซึ่งจะนำไปสู่ภาวะคีโตซิส (Ketosis) ในที่สุด โดยอาการที่เกิดขึ้น เช่น หายใจลำบาก เวียนศีรษะ ปวดหัว และท้องผูก เป็นต้น

งดกินแป้งแล้วไตทำงานหนัก

doctor

เมื่อเรากินคาร์บน้อยลง ร่างกายจะมีการผลิตสารคีโตน (Ketone) ซึ่งมักพบในกรณีที่ร่างกายไม่สามารถใช้น้ำตาลเป็นพลังงานได้ จึงต้องสลายไขมันแทน ทำให้เกิดสารคีโตนขึ้นมา โดยสารนี้ถือว่ามีพิษต่อระบบประสาท ในผู้ป่วยโรคเบาหวานอาจเสี่ยงให้เกิดอันตรายถึงชีวิต นอกจากนี้ การงดกินแป้ง ยังมีแนวโน้มที่จะมีโปรตีนในร่างกายสูง ส่งผลให้ไตทำงานหนัก ค่าไตเพิ่มสูง และเสื่อมสภาพในเวลาต่อมา สำหรับปริมาณโปรตีนที่คนปกติควรจะได้รับต่อวันนั้น ควรอยู่ที่ 0.8-1 กรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กก.

กินแป้งน้อยแล้ว ทำไมพุงยังป่อง

รู้หรือไม่ว่า พุงใหญ่ๆ ไม่ได้มีสาเหตุมาจากการกินแป้งเท่านั้น แต่นั่นเป็นเพราะไขมันที่คุณกินเข้าไปต่างหาก โดยปกติมีอยู่ 3 ชนิดที่กินแล้วมักทำให้สะสมกลายเป็นไขมันหน้าท้อง คือ ไขมันทรานส์, ไขมันอิ่มตัว และไขมันโอเมก้า-6  ซึ่งมักพบได้ในอาหารสำเร็จรูป ครีมเทียม เนื้อสัตว์ นมไขมันสูง น้ำมันข้าวโพด น้ำมันเมล็ดองุ่น น้ำมันถั่วเหลือง น้ำมันดอกทานตะวัน

 

อันที่จริง วิธีการลดน้ำหนักที่ได้ผลนั้น คือการออกกำลังกาย กินเข้าไปเท่าไหร่ ก็เผาผลาญออกไปให้ได้เท่านั้น โดยเฉพาะการออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอ ซึ่งจะทำให้ร่างกายเผาผลาญไปได้ทั่วทุกส่วน และทำให้น้ำหนักลดได้อย่างเห็นได้ชัด รวมทั้งหัวใจและร่างกายแข็งแรงขึ้นด้วย