กินน้ำมันเพื่อสุขภาพ ดีต่อร่างกายจริงเหรอ?

กิน น้ำมันเพื่อสุขภาพ ดีต่อร่างกายจริงเหรอ?

เคยสงสัยมั้ยว่าเวลาที่เราไปตรวจร่างกาย หมอบอกให้ลดของทอดของมันทุกครั้ง แต่ทำไมถึงมีอาหารเสริมในรูปแบบ น้ำมันเพื่อสุขภาพ ออกมาเต็มท้องตลาด ตกลงแล้วน้ำมันพวกนี้ดีต่อร่างกายจริงมั้ย Lisa Guru มีคำตอบมาบอกค่ะ

น้ำมันปลา

เป็นน้ำมันที่สกัดจากปลาทะเลน้ำลึก เช่น แซลมอน ทูน่า เป็นน้ำมันชนิดเดียวที่คุณหมอแนะนำว่า ควรกินเพราะมีกรดไขมันไม่อิ่มตัวหลายชนิด โดยเฉพาะกรดไขมันกลุ่มโอเมก้า-3 ซึ่งร่างกายไม่สามารถสร้างเองได้ และจำเป็นต้องได้รับจากอาหารเท่านั้น และยังมีกรดไขมันโอเมก้า-6 ที่ช่วยลดระดับไขมันในเลือดด้วย

น้ำมันตับปลา

สารภาพมา ว่าเคยเข้าใจว่า “น้ำมันปลา” และ ” น้ำมันตับปลา” เป็นน้ำมันชนิดเดียวกัน แต่ความจริงแล้วมันไม่ใช่! เพราะน้ำมันปลาสกัดจากปลาทะเลน้ำลึก ส่วนน้ำมันตับปลา สกัดจากตับปลาทะเล เช่น ปลาคอด ปลาแฮลิบัต น้ำมันชนิดนี้มีวิตามินเอและดีอยู่ค่อนข้างมาก ส่วนโอเมก้า-3 นั้นมีอยู่บ้าง แต่ไม่เข้มข้นเท่าน้ำมันปลา และความจริงแล้วเราไม่จำเป็นต้องกินน้ำมันตับปลาก็ได้ เพราะเราสามารถรับวิตามินเอได้ จากการกินผักและผลไม้สีส้ม ส่วนวิตามินดีก็รับได้จากแสงแดดอุ่นๆ ตอนเช้าอยู่แล้ว

น้ำมันดอกอีฟนิ่งพริมโรส

น้ำมันชนิดนี้เหมาะสำหรับสาวๆ มาก เพราะเป็นแหล่งของโอเมก้า-6 ที่ช่วยรักษาภาวะประจำเดือนผิดปกติ เช่น อาการปวดประจำเดือน ความหงุดหงิดก่อนมีประจำเดือน คลายการเจ็บเต้านมช่วงก่อนมีประจำเดือน ลดอาการบวม หรือสิวขึ้นก่อนมีประจำเดือนได้

น้ำมันเมล็ดแฟล็กซ์

เหมาะสำหรับผู้กินมังสวิรัติแต่ไม่อยากขาดโอเมก้า-3 แม้น้ำมันชนิดนี้จะมีโอเมก้า-3 ไม่สูงเท่าน้ำมันตับปลาแต่ก็พอทดแทนกันได้ นอกจากนี้ ยังมีกรดอัลฟาไลโนเลอิก (ALA) ที่ช่วยป้องกันโรคหัวใจและโรคหัวใจเต้นผิดจังหวะได้ด้วย

น้ำมันรำข้าว

มีฤทธิ์ในการต้านอาการอักเสบน้อยมากเพราะมีโอเมก้า-3 น้อยมาก แต่มีโอเมก้า-6 สูงมาก หากกินมากๆ โดยไม่กินโอเมก้า-3 ก็อาจทำให้เกิดอาการปวดข้อได้ ดังนั้น น้ำมันชนิดนี้จึงเหมาะที่จะนำมาประกอบอาหารมากกว่ากินเป็นอาหารเสริม

น้ำมันมะพร้าว

น้ำมันมะพร้าวแตกต่างจากน้ำมันที่กล่าวมาทั้งหมด เพราะประกอบไปด้วยไขมันอิ่มตัวราว 92% แต่ต่างจากไขมันอิ่มตัวจากสัตว์ มีคุณสมบัติที่ต่างไปจากอาหารไขมันอิ่มตัวสูงอื่นๆ แต่คุณสมบัติต้านไวรัส แบคทีเรีย หรือลดความเสี่ยงเบาหวานนั้นยังไม่มีการพิสูจน์ หากจะกินก็ควรกินแต่น้อยจะดีกว่า

แม้เราจะรู้ว่าน้ำมันประเภทใดดีต่อสุขภาพยังไงแล้ว แต่ท้ายที่สุดเราก็ต้องเลือกกินให้เหมาะสมด้วย อย่าไปหลงเชื่อกับคำโฆษณาต่างๆ ว่าน้ำมันตัวนี้ดีอย่างนั้นดีอย่างนี้เลย แต่ถ้าเลี่ยงไม่ได้จริงๆ ก็ควรปรึกษาแพทย์ไปเลยจะดีกว่า เพื่อสุขภาพที่ดีของตัวคุณเอง

 

ประโยชน์ของน้ำมันยังไม่หมดนะคะ ยังมีคุณสมบัติด้านความงาม เอามาใช้บำรุงผิว  บำรุงผม และวิธีใช้น้ำมันเสริมความงาม ครบครันได้อีก