กินจุบจิบ เลิกไม่ได้ก็ต้องเลือกกินหน่อยนะ!

กินจุบจิบ เลิกไม่ได้ก็ต้องเลือกกินหน่อยนะ!

จริงอยู่ว่าพวกของกินเล่นจุบจิบไม่ได้จำเป็นอะไร แต่ถ้าเลือกให้ดีของจุบจิบก็อาจมีประโยชน์ต่อร่างกายด้วยเช่นกัน หากกินก่อนมื้อหลัก ความหิวก็จะลดลงครึ่งหนึ่ง ที่สำคัญคือกินแล้วต้องหยุดปากบ้าง อย่ากินเรื่อยๆ มาดูกันว่าอยาก กินจุบจิบ เราแนะนำอะไรบ้าง

ซีเรียลธัญพืช

ถ้าคุณเป็นคนที่ต้องมีขนมขบเคี้ยวติดโต๊ะทำงานไว้เคี้ยวเรื่อยๆ ก็ลองเปลี่ยนจากพวกมันฝรั่งทอดมาเป็นซีเรียลธัญพืชรสธรรมชาติแทน เพราะนอกจากจะมีโปรตีนสูงแล้ว ยังเป็นแหล่งสารต้านอนุมูลอิสระชั้นเลิศอย่างโพลีฟีนอลที่ช่วยป้องกันโรคหัวใจและมะเร็งได้

ผลไม้แห้ง

ในที่นี่ไม่ได้หมายถึงผลไม้กวน หยี หรือโรยน้ำตาลหวานเจี๊ยบนะ แต่เป็นผลไม้ที่ถูกทำให้แห้งโดยการใช้เครื่องพัดเอาความชื้นออกไป และไม่ได้มีการปรุงแต่งรสใดๆ เพิ่มเติมทั้งสิ้น ซึ่งนี่เป็นหนึ่งในหลักการของ Raw Food อย่างหนึ่ง โดยจะใช้ความร้อนไม่เกิน 40 องศาเซลเซียสมาทำให้ผลไม้แห้ง เก็บรักษาได้นาน กินได้สะดวก แต่คุณค่าทางอาหารก็ยังไม่สูญเสียไปไหน

กล้วยตาก

ที่เราเห็นว่ากล้วยตากดูเยิ้มๆ กินแล้วทำให้อ้วน แต่ที่จริงกรรมวิธีการทำกล้วยตากนั้นไม่ได้ใส่น้ำตาลเลยสักนิด มีแค่น้ำตาลธรรมชาติจากกล้วยน้ำว้า และอาจจะมีการทาน้ำผึ้งเพียงเล็กน้อยเท่านั้น หากคุณหิวจัดๆ การกินกล้วยตากสักสามผลกับน้ำเปล่าหนึ่งแก้วก็ทำให้คุณอิ่มท้องสบายๆ ไปหนึ่งมื้อ ถึงแม้ว่าคุณค่าทางสารอาหารจะต่ำกว่ากล้วยน้ำว้าสุก แต่ไขมันก็ยังคงต่ำเตี้ยเรี่ยดินเช่นเดิม

ลูกชิ้นปิ้ง

หากระหว่างมื้อคุณเริ่มรู้สึกหิว แทนที่จะกินของหวานๆ มันๆ ก็เลือกเป็นลูกชิ้นปิ้งหอมกรุ่นสักไม้ ราดน้ำจิ้มสักหน่อย กินคู่กับกะหล่ำสดและแตงกวา คุณก็จะได้รับโปรตีนจากลูกชิ้น ไฟเบอร์และวิตามินจากผักสดมากขึ้น

กล้วยหอม

ในช่วงที่อากาศร้อนจัดๆ แทนที่จะกินไอศกรีมที่มีแคลอรีสูง ก็หยิบกล้วยหอมสุกแช่ช่องฟรีซไว้สักผล แล้วก่อนเสิร์ฟก็โรยถั่วลิสงคั่วสักหน่อย หรือจะหั่นกล้วยเป็นชิ้นๆ กินคู่กับโยเกิร์ตรสธรรมชาติก็ได้ แค่นี้ก็ทำให้คุณอิ่มท้อง คลายหิว มีทั้งไฟเบอร์และวิตามิน แถมยังมีไขมันต่ำสุดๆ ด้วย

ถั่วพิสตาชิโอ

ถั่วชนิดนี้มีผลดีต่อหัวใจและมีคุณค่าทางโภชนาการสูงมาก อุดมด้วยสารไฟโตสเทอรอลที่จะช่วยดูดซึมคอเลสเตอรอลในลำไส้ มีไฟเบอร์และแคโรทีนอยด์ที่ช่วยลดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจและช่วยให้มองเห็นได้ดีขึ้น จากงานวิจัยพบว่าการกินถั่วพิสตาชิโอเป็นอาหารว่าง 2-3 สัปดาห์จะช่วยลดคอเลสเตอรอลได้ 20% และเพิ่มไขมันดีที่มีประโยชน์ได้ถึง 48% แต่ก็ควรเลือกแบบที่ไม่เค็มมาก ไม่อบเนย และไม่เคลือบน้ำตาล จึงจะดีต่อสุขภาพจริงๆ