น้ำมัน ใครว่าเลวร้ายเสมอไป เลือกให้ดีไม่มีอ้วน แถมประโยชน์อื่นเพียบ

แค่พูดถึง น้ำมัน สาวๆ ที่รักสุขภาพก็คงทำหน้าอี๋แล้ว แต่รู้ไหมว่า น้ำมันเนี่ย.. ถ้าเลือกกินให้ถูกชนิด ดีต่อสุขภาพกว่าที่คิด และไม่อ้วนนะ

น้ำมัน

น้ำมัน ตกเป็นจำเลยที่ถูกกล่าวหายว่าทำเราหุ่นเสีย แต่ใครจะรู้ว่าที่จริงแล้ว สิ่งที่ทำให้เราอ้วนได้มากกว่าน้ำมันก็คือแป้ง และอาหารพวกคาร์โบไฮเดรตต่างๆ ขอความเป็นธรรมให้น้ำมันด้วยค่ะ บอกเลยว่า คอเลสเตอรอลที่เกิดเนี่ย เป็นเพราะเราเลือกกินไขมันชนิดที่ไม่ดีและกินเยอะไปต่างหากล่ะ ถ้าเลือกกินให้ถูกชนิด นอกจากจะไม่อ้วนแล้ว ยังมีประโยชน์ด้านอื่นๆ อีกนะ

ชนิดของ น้ำมัน

น้ำมันแบ่งเป็นประเภทใหญ่ๆ ได้ 2 ประเภท คือ น้ำมันพืช (ซึ่งแบ่งย่อยได้อีกหลายชนิดตามที่มา) และ น้ำมันจากสัตว์ (ส่วนมากจะเป็นน้ำมันหมู)

ที่มาของ น้ำมันพืช & น้ำมันจากสัตว์

น้ำมันจากสัตว์ มักได้จากไขมันสัตว์โดยตรง เช่น การนำไขมันหมูทอดทิ้งไว้ในกระทะเพื่อรีดเอาน้ำมันออก น้ำมันหมูที่ได้จะมีสีใสและให้กลิ่นหอมใกล้เคียงธรรมชาติ อีกทั้งน้ำมันชนิดนี้มีจุดเกิดควันสูง ทนต่อความร้อนได้ดี จึงเหมาะสำหรับทอดอาหารที่ต้องการใช้ไฟแรง

ในขณะที่น้ำมันจากพืช จะต่างจากน้ำมันหมูตรงที่ต้องผ่านกรรมวิธีหลายขั้นตอนกว่า ทั้งการกลั่น ฟอกสี และแต่งกลิ่นก่อนนำมาบรรจุขวดขาย ส่วนจุดเกิดควันจะต่างกันไปตามชนิดของพืชที่ใช้

ความแตกต่าง น้ำมันพืช VS น้ำมันจากสัตว์

น้ำมันจากหมู มักมีไขมันอิ่มตัวสูง สามารถแข็งตัว (หรือเป็นไข) ได้ที่อุณหภูมิห้อง มีกลิ่นหืนเมื่อทิ้งไว้นานๆ และหากรับประทานในปริมาณมาก จะส่งผลให้เกิดคอเลสเตอรอลเพิ่มสูงขึ้นได้ และไขมันอิ่มตัวที่ว่านี้ ยังอาจพบได้ในอาหารประเภทนม เนย ชีส ไอศกรีม ไข่แดง มันหมู

น้ำมันพืชบางชนิดก็มีปริมาณไขมันอิ่มตัวสูงไม่แพ้น้ำมันสัตว์ เช่น น้ำมันปาล์ม ที่มีจุดเกิดควันสูง ทนต่อความร้อนได้ดี ใช้ทอดอาหารที่ต้องการไฟแรงได้ ขณะที่น้ำมันมะพร้าว ก็อุดมไปด้วยไขมันอิ่มตัวสูงเช่นเดียวกัน แต่มีจุดเกิดควันต่ำ มักเป็นไขได้ง่ายแม้อยู่ในอุณหภูมิต่ำ จึงนิยมนำไปใช้ในการผลิตมาการีนและสบู่ ส่วนน้ำมันพืชชนิดอื่นๆ อย่าง น้ำมันมะกอก และน้ำมันรำข้าว จัดเป็นน้ำมันพืชที่มีไขมันไม่อิ่มตัว มีสารต้านอนุมูลอิสระ และกรดไขมันโอเมก้าที่ดีต่อร่างกาย ถือเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับคนรักสุขภาพ และเหมาะสำหรับนำมาประกอบอาหาร

น้ำมัน

Tips ง่ายๆ ในการเลือกน้ำมันทำอาหาร

สิ่งแรกที่ต้องพิจารณา คือ ควรเป็นน้ำมันที่มีไขมันไม่อิ่มตัว หรือมีไขมันอิ่มตัวน้อย และอย่าลืมนึกถึงจุดเกิดควัน (Smoke Point) ของน้ำมันชนิดนั้นๆ ว่าเหมาะแก่การทำอาหารประเภทไหน เช่น หากเป็นอาหารที่ต้องผัดหรือทอดไฟแรง ควรเลือกน้ำมันที่มีจุดเกิดควันสูง เนื่องจากมีคุณสมบัติทนความร้อนได้ดีกว่า เพราะหากเลือกใช้น้ำมันที่มีจุดเกิดควันต่ำ นอกจากจะไม่ทนต่อความร้อนแล้ว ยังเสี่ยงต่อการเกิดสารก่อมะเร็งได้มากกว่าน้ำมันที่มีจุดเกิดควันสูงอีกด้วย เมื่อรู้อย่างนี้แล้ว คราวหน้าอย่าพลาดหยิบน้ำมันให้ถูกขวดก่อนใช้ปรุงอาหาร นอกจากจะไม่เป็นพิษภัยต่อร่างกายแล้ว ยังได้ประโยชน์ต่อสุขภาพเป็นของแถมอีกต่างหาก

น้ำมันที่ให้ไขมันดี ที่สาวเฮลท์ตี้ควรกิน

น้ำมันพืชที่มีไขมันไม่อิ่มตัว อย่าง น้ำมันคาโนล่าและน้ำมันถั่ว มีคุณสมบัติช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลชนิดร้าย (LDL) และเพิ่มคอเลสเตอรอลชนิดดี (HDL) มีจุดเกิดควันต่ำ เหมาะแก่การใช้เหยาะหรือคลุกเคล้าอาหาร ขณะที่น้ำมันถั่วเหลือง น้ำมันเมล็ดทานตะวัน และน้ำมันข้าวโพด เป็นน้ำมันพืชที่มีกรดไขมันไม่อิ่มตัวในระดับปานกลาง ส่วนน้ำมันที่ขึ้นชื่อว่าเป็นน้ำมันที่มีกรดไขมันไม่อิ่มตัวสูงสุดในบรรดาน้ำมันพืชทั้งหมด คือ น้ำมันเมล็ดดอกคำฝอย ซึ่งประกอบไปด้วยกรดไขมันไลโนเลอิค (เป็นกรดไขมันไม่อิ่มตัวเชิงซ้อน) และกรดไขมันโอเลอิค (เป็นไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยว) ทั้งสองชนิดเป็นกรดไขมันที่จำเป็นต่อร่างกาย มีคุณสมบัติช่วยลดระดับคอเลสเตอรอล ลดไขมันในเลือด และป้องกันไขมันอุดตันได้อีกด้วย

น้ำมันอะไรใช้ประกอบอาหารชนิดไหนดี ?

อาหารประเภทผัด ใช้ น้ำมันถั่วเหลือง, น้ำมันเมล็ดทานตะวัน, น้ำมันข้าวโพด, น้ำมันรำข้าว

อาหารที่ต้องทอดไฟแรง ใช้ น้ำมันหมู, น้ำมันปาล์ม

ใช้เหยาะ/คลุกเคล้า (พวกสลัด) ใช้ น้ำมันมะกอก, น้ำมันข้าวโพด, น้ำมันคาโนล่า, น้ำมันเมล็ดแฟล็กซ์