3 วิตามินเสริม เพื่อให้คุณเป็นสาว 30 ยังแจ๋ว มีอะไรบ้าง มาดูกัน

ตอนแรกก็สวยอยู่ดีๆ แต่พอเริ่มสามสิบชักจะไม่แจ๋วแล้ว เพราะอะไรมาดูกัน และวิตามินเสริมอะไรที่จะช่วยกู้ชีพสาว 30+ ให้สวยจนทายอายุไม่ถูกได้บ้าง

3 วิตามินเสริม เพื่อให้คุณเป็นสาว 30 ยังแจ๋ว มีอะไรบ้าง มาดูกัน

วัย 30 เป็นช่วงเปลี่ยนผ่านนะคะ ทั้งเรื่องระบบร่างกายต่างๆ และเรื่องอารมณ์ หน้าที่การงาน คือวัยที่เรียกว่าเข้าสู่วัยผู้ใหญ่แล้ว ระบบเผาผลาญก็เริ่มทำงานช้าลง ในการจะผลิตฮอร์โมนจำเป็นต่างๆ ในร่างกายอีก ที่สำคัญด้วยภาระหน้าที่ของคุณที่ต้องเร่งสร้างเนื้อสร้างตัว ทำงานหนัก จนลืมกิน ลืมนอน ลืมออกกำลังกาย! จะไม่ให้ความสวยหนีออกจากร่างได้ไงกัน

นอกจากนี้เหล่าเฮลตี้เกิร์ล รู้กันดีอยู่แล้วว่า การจะมีสุขภาพดี และยังสวยสดใสบริ๊งเสมอนั้น เรื่องของอาหารที่ครบ 5 หมู่คือปัจจัยแรกสู่ความสวยสดใส แต่มั่นใจหรือว่าที่กินอยู่ทุกวันครบพอแล้ว แน่ใจหรือว่าวันนี้คุณกินผัก ผลไม้มากเพียงพอ นั่นเลยทำให้เราต้องพึ่งวิตามินเสริม แต่มีอะไรที่ต้องเสริมบ้าง Lisa แนะนำเอง

VITAMIN C

วิตามินเพื่อนแท้ของสาวๆ เรารู้แต่เด็กแล้วว่าถ้าขาดวิตามินซี ร่างกายจะอ่อนแอ ป่วยง่าย ผิวพรรณไม่สดใส เพราะวิตามินซีมีความสำคัญในกระบวนการสร้างคอลลาเจน สาวๆ ที่ชอบกินผลไม้รสเปรี้ยว หรือผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ก็โชคดีหน่อยเพราะวิตามินซีเยอะ รวมทั้งบรรดาผักใบเขียวก็มีมากเช่นกัน

คำเตือน : สาวๆ ที่สูบบุหรี่จัด ควรกินวิตามินซีเสริมมากที่สุด เพราะบุหรี่จะทำให้ร่างกายสูญเสียวิตามินซีเยอะมากๆ นอกจากนี้ความเครียดก็ทำให้วิตามินซี ในร่างกายลดลงด้วยนะ

VITAMIN B

เราแนะนำว่าเป็นวิตามินบีรวมไปเลย เพื่อความครบถ้วน เพราะจะได้รับวิตามินบี แต่ละชนิดในปริมาณที่เหมาะสมต่อร่างกาย และทำงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ (โดยวิตามินเสริมที่ขายตามท้องตลาด จะรวมเอาวิตามินบีที่จำเป็นต่อร่างกายไว้แล้ว) นี่คืออีกหนึ่งวิตามินฮีโร่สำหรับสาววัย 30+ และสาวออฟฟิศทั้งหลาย เพราะวิตามินบีช่วยส่งเสริมการทำงานด้านระบบประสาท ฟื้นบำรุงความสมบูรณ์ให้ระบบร่างกายต่างๆ ของเรา ซึ่งสามารถแยกออกเป็นวิตามินบีชนิดที่จำเป็น ได้ว่า

3 วิตามินเสริม เพื่อให้คุณเป็นสาว 30 ยังแจ๋ว มีอะไรบ้าง มาดูกัน
ธัญพืช และเมล็ดพืชคือแหล่งอาหารที่อุดมด้วย VITAMIN B6

Vitamin B1

เป็นวิตามินที่เหมือนแฟน เพราะจะช่วยดูแลบำรุงระบบประสาท กล้ามเนื้อ สมอง ความคิด รวมทั้งป้องกันโรคเหน็บชา และงูสวัดได้ดี ถ้าถามหาว่าอยู่ในอาหารประเภทใด ก็คือจะเจอในพวกธัญพืชทั้งหลาย ไม่ว่าจะถั่วเหลือง ถั่วลิสง ผลิตภัณฑ์โฮลวีต และ เนื้อ นม ไข่ ทั้งหลาย

Vitamin B2

ใครที่รู้ตัวว่าขน ผม เล็บ และผิวพรรณไม่สดใส ต้องวิตามินบี 2 นี่เลยค่ะ นอกจากนี้นางยังช่วยเรื่องของกระบวนการสร้างการเจริญเติบโต ระบบสืบพันธุ์ รวมทั้งสาวๆ ที่มีปัญหาเกี่ยวกับการมองเห็น อาการอ่อนล้าทางสายตา แถมยังช่วยลดความปวดร้าวของไมเกรนได้ดี พบมากใน อาหารประเภทโปรตีน นม ไข่ ถั่ว เนื้อปลา ชีส และโยเกิร์ต

Vitamin B3

พบมากในสัตว์ปีกทั้งหลาย (แต่ถ้ากินมากไประวังเกาต์จะถามหานะ) และบรรดาธัญพืชเช่นกัน รวมทั้ง ปลา ไข่ และลูกพรุน ประโยชน์คือประสิทธิภาพในการบำรุงผิว บรรเทาอาการไมเกรน อาการวิงเวียนของโรคน้ำในหูไม่เท่ากัน เพิ่มการไหลเวียนของเลือด

Vitamin B5

ช่วยเสริมภูมิต้านทานของร่างกายได้ดี ช่วยฟื้นฟูความอ่อนเพลียของร่างกาย ช่วยบรรเทาอาการเหน็บชาที่มือและเท้า พบมากในเนื้อสัตว์ทั้งหลาย ไก่ ธัญพืช และผักสีเขียว

Vitamin B6

ถ้าขาดวิตามินบี 6 อาจเสี่ยงต่อโรคโลหิตจาง ผิวหนังอักเสบง่าย นอกจากนี้วิตามินบี 6 ยังช่วยเสริมสร้างภูมิต้านทานของร่างกาย ชะลอวัย ลดอาการเกร็ง ตะคริว และชาตามมือ เท้า ได้อีกด้วย ซึ่งวิตามินบี 6 ยังคงพบมากในเนื้อสัตว์ ธัญพืช เมล็ดถั่ว โปรตีนจากเนื้อปลา รวมทั้งปลาแซลมอนก็มีวิตามินบี 6 จำนวนมาก

Vitamin B12

พบมากในเนื้อสัตว์ทั้งหลาย รวมทั้งนม ไข่แดง และชีส อีกวิตามินที่เหมาะกับสาวออฟฟิศมากๆ เพราะช่วยบำรุงระบบประสาท ความจำ สมาธิทั้งหลาย รวมทั้งสามารถลดอาการตึงเครียด ได้ดี (คุณหมอและเภสัชกรหลายคนจึงแนะนำให้กินวิตามินบีก่อนนอนนั่นเอง) แถมยังทำให้เจริญอาหารอีกด้วย

VITAMIN E

สาวๆ หลายคนคงรู้กันดีอยู่แล้วว่าวิตามินอี นั้น นางมีส่วนช่วยในเรื่องผิวพรรณและความอ่อนเยาว์ของเราดีเพียงใด เพราะว่าวิตามินอี นั้นอุดมด้วยสารต้านอนุมูลอิสระสูงมาก!!! (ตัวการสำคัญที่ทำให้เซลล์หรือเนื้อเยื่อในร่างกายเราถูกทำลายได้ง่าย ซึ่งในแง่ของความสวยความงามแล้ว ก็คือทำให้ผิวหนังของคุณหมองคล้ำ มีริ้วรอย และหย่อนยานง่ายนั่นเอง) จึงนิยมเอาไปเป็นส่วนผสมของบิวตี้โปรดักต์ทั้งหลาย นอกจากนี้ยังช่วยในการเสริมสร้างความแข็งแรงของร่างกายอีกด้วย โดยเราจะพบวิตามินอีมากในอาหารประเภทธัญพืช-โฮลวีต น้ำมันพืช เช่น น้ำมันเมล็ดฝ้าย น้ำมันดอกคำฝอย น้ำมันข้าวโพด เป็นต้น และผักสีเขียวทั้งหลาย รวมทั้งอะโวคาโด ก็มีวิตามินอีจำนวนมากเช่นกัน

ทั้งนี้ทั้งนั้น เวลาที่เลือกซื้อวิตามินมากินเอง สาวๆ ควรปรึกษาคุณหมอและเภสัชกรทุกครั้ง และควรบอกความต้องการในเรื่องที่ต้องการได้รับการดูแลอย่างชัดเจน รวมทั้งพฤติกรรมการดูแลตัวเองของคุณ เพื่อที่คุณหมอและเภสัชฯ จะได้แนะนำชนิดที่เหมาะสมและปริมาณที่ถูกต้องให้กับคุณ หมั่นออกกำลังกาย พักผ่อนและดื่มน้ำให้เพียงพอ และไม่ว่าอย่างไรจำไว้เสมอว่าคุณต้องรับวิตามินในปริมาณที่พอดีกับร่างกายนะจ๊ะ