สวนกระแสคน Gen Y ทำงานไม่อดทนจริงหรือ!?

สวนกระแสคน Gen Y ทำงานไม่อดทนจริงหรือ!?

คน Gen Y หรือเจนเนอเรชั่นวาย หรือคนที่เกิดในช่วงปี  พ.ศ. 2523-2543 กำลังเจอปัญหาในที่ทำงานกันไม่น้อย ไม่ใช่เพราะไม่มีงาน แต่ความคิด พฤติกรรมและทัศนคติการใช้ชีวิตที่แตกต่าง เป็นคนละเรื่องกับรุ่นก่อนๆ เลยก็ว่าได้ ไม่ว่าความถนัดในด้านเทคโนโลยีที่มีมากกว่า การรับรู้เทรนด์ที่รวดเร็วกว่า จนดูเหมือนว่า มันกลายเป็นปัญหาระหว่างวัยไปด้วยซ้ำ

1.เรื่องยากขอบาย

เมื่อหัวหน้างานมอบหมายงานยากๆ ให้ ก็มักหลบเลี่ยงการทำงานที่มองว่ายากเกินไป เลือกทำแต่สิ่งที่ทำได้ และจะเครียดมากเมื่อทำไม่ได้ ทำให้เกิดการลาออกเพราะทนความกดดันไม่ไหว
ทางแก้ : หากเจอปัญหาเช่นนี้ ลองมองกลับกันว่านี่คือความท้าทายที่หัวหน้างานมอบให้ โอกาสไม่ใช่สิ่งที่จะเข้ามาง่ายๆ และการที่ได้รับมอบหมายอะไรที่แตกต่างออกไปนั่นแสดงว่าเรากำลังเป็นที่ไว้ใจ และเป็นจังหวะที่ดีในการพัฒนาตัวเองให้เก่งขึ้นไปอีก

2. อีโก้ตัวใหญ่ๆ

อาจคิดว่าตนเองมีความรู้ ความสามารถและมีความเก่งพอตัว คล้ายกับน้ำเต็มแก้วที่จะไม่ค่อยตอบรับความรู้ใหม่ๆ หรืออาจมีการตอบโต้และต่อต้าน เมื่อรุ่นพี่หรือหัวหน้าสอนงาน และมักไม่ยอมรับคนอื่นง่ายๆ
ทางแก้ : เรื่องอีโก้หรืออัตตามาพร้อมกับความมั่นใจว่าเราเก่งพอตัว แต่หากพบว่าสิ่งที่ถูกบอกเป็นสิ่งใหม่ นี่หมายถึงเรื่องดีเสียอีกที่เราจะได้เรียนรู้ให้เก่งขึ้นไปอีก ลองทำตัวเป็นน้ำครึ่งแก้ว เพราะบางครั้งเราอาจยังคิดไม่รอบด้าน ในขณะที่หัวหน้างานที่มีประสบการณ์มากกว่า อาจให้คำแนะนำที่ดีกับเราได้ และการรับฟังก็ยังเป็นวิถีของคนฉลาดอีกด้วย

3. ลาออก ย้ายงานบ่อย

สมัยก่อนเปลี่ยนงานทุกหนึ่งปีก็เรียกว่าบ่อยแล้ว แต่เจนฯวายขอปฏิวัติเป็นทุกๆ 6 เดือนบ้าง 3 เดือนก็ยังมี ทำให้ประวัติการทำงานกลายเป็นทำหลายที่ แต่แต่ละที่มีเวลาสั้นมากๆ ซึ่งนอกจากประวัติจะเสียแล้ว ก็ยังไม่ได้วิชาความรู้จากงานเท่าไรเลย
ทางแก้ :  บางครั้งไม่พอใจหัวหน้าบ้าง หัวหน้าพูดไม่ดีบ้าง จึงขอลาออก เรื่องนี้นอกจากจะเสียประวัติแล้ว เรายังเสียเวลาทำ ‘งาน’ จริงๆ อีกด้วย เพราะสเต็ปของอายุงานคือ ปีแรกคือการเรียนรู้ ปีที่สองคือการเติมเต็ม และปีที่สามคือการพัฒนา แต่หากเรายังเปลี่ยนงานบ่อยๆ เท่ากับเรายังแค่เป็นมนุษย์เรียนรู้อยู่ไปเรื่อยๆ นั่นเอง

4. เงินเดือนน้อยไม่เอานะ

จบปริญญาตรีแล้วต้องได้ 15,000 บาทเป็นเรื่องเอาต์ไปซะแล้ว เมื่อฝ่ายบุคคลมักเจอประเด็นที่ว่า ขอมากกว่านั้นทั้งที่จบใหม่ บ้างก็กระโดดไปที่ใหม่ทันทีเมื่อมีผลตอบแทนที่มากกว่า และบ้างก็เปลี่ยนไปเรื่อยๆ เพื่อเพิ่มเงินเดือน เป็นอีกข้อที่เจนวายถูกพาดพิงบ่อยๆ ว่าถ้าให้ค่าจ้างน้อยๆ ไม่ทำงานให้เสียเวลาหรอกนะ
ทางแก้ : อย่าลืมว่าเมื่อถูกจ่ายแพง ความคาดหวังก็ตามมาด้วย ทั้งเมื่อยื่นประวัติการทำงาน ฝ่ายบุคคลที่ใหม่ก็จะดูด้วยว่าเราเปลี่ยนงานบ่อยเพื่อเพิ่มเงินแบบก้าวกระโดดหรือเปล่า จึงดีเสียกว่าที่จะสร้างประวัติให้สวย และเปลี่ยนงานตามจังหวะเวลาที่เหมาะสมโดยมุ่งหวังที่ความก้าวหน้าและความท้าทายใหม่ๆ เป็นสำคัญกว่าเรื่องเงิน