สมัครงานทางอีเมล์น่ะเหรอ…แบบนี้สิได้ผล

อีเมล์สมัครงานน่ะเหรอ...ต้องแบบนี้

แม้มีข้อผิดพลาดเล็กน้อยในการ สมัครงาน ก็อาจสร้างความไม่มั่นใจว่า บริษัทจะรับเราเข้าทำงานดีหรือไม่ แน่นอนว่าอีเมล์สมัครงานนั้นเป็นด่านแรกที่นายจ้างจะพิจารณาเลยล่ะ

1. ทำตามขั้นตอนครบถ้วน

ลองเช็ครายละเอียดว่าบริษัทต้องการข้อมูลอะไรจากคุณบ้าง ให้ส่งไปอีเมลไหน มีฟอร์มให้กรอกสมัครออนไลน์หรือไม่ นายจ้างต้องการให้แนบเอกสารหรือชิ้นงานตัวอย่างบ้างไหม เพราะการใส่ใจในสิ่งที่บริษัทต้องการ จะช่วยคัดกรองเราออกมาจากผู้สมัครคนอื่น สิ่งที่ระบุไว้ย่อมเป็นหนึ่งในเช็กลิสต์ที่ใช้ประเมินได้

2. ส่งอีเมลโดนๆ แทนจดหมาย สมัครงาน

ไม่ควรส่งอีเมลแบบไม่มีเนื้อหาอะไรเลย เช่นหน้าเมล์ที่แนบไปแต่เรซูเม่ หรือจดหมายสมัครงานที่ไม่มีเรซูเม่แนบ แต่ควรแนะนำตัวสั้นๆ และบางทีอาจอธิบายเนื้อหาคร่าวๆ ในเรซูเม่ให้รวมอยู่กับหน้าอีเมล์เลยด้วยซ้ำไป เพื่อความสะดวกในการอ่านของผู้รับสมัคร ส่วนเนื้อหาที่น่าสนใจ ได้แก่

  • ระบุตำแหน่งงานหรือโค้ดหมายเลขที่ประกาศไว้ในช่องหัวเรื่องของอีเมล เพื่อให้นายจ้างสแกนผู้สมัครตามตำแหน่งได้อย่างรวดเร็ว ไม่ต้องเสียเวลาคลิกไปในไฟล์แนบ เพื่อดูว่าเราสมัครตำแหน่งไหน เพราะเขาอาจจะไม่เสียเวลาคลิกเข้าไปเลย แล้วกดลบอีเมลทันที
  • บอกความสามารถของเราไปตรงๆ ด้วยภาษาเขียนที่เข้าใจง่าย (ไม่ควรเกิน 1 หน้าอีเมลประมาณ 2-4 ย่อหน้าก็พอ) ตรวจทานการสะกดคำให้ดี คำพูดสวยหรูแต่ฟังไม่ได้ศัพท์ตัดทิ้งไปเลย
  • เน้นประโยชน์ที่บริษัทจะได้จากคุณ บอกไปให้ชัดเจนว่าเรามีคุณสมบัติครบถ้วนตามประกาศอย่างไรบ้าง และจะช่วยพัฒนาหรือปรับปรุงองค์กรได้อย่างไร จะยิ่งดีหากเราเสนอตัวว่าสามารถทำอะไรได้มากกว่าที่บริษัทต้องการ
  • ประสบการณ์ที่เกี่ยวข้องกับตำแหน่งหน้าที่งานนั้นใส่ไปให้เต็มที่ ไม่ว่างานที่ได้รับเงินหรือแม้แต่งานอาสาสมัคร เพราะมีผลสำรวจว่าองค์กรกว่าร้อยละ 76 ต้องการคนทำงานที่เคยผ่านงานกิจกรรมต่างๆ โดยเฉพาะที่เกี่ยวเนื่องกับสายงานหรือธุรกิจของบริษัท (ฝึกงาน, อาสาสมัคร, กิจกรรมในมหาวิทยาลัย, งานสมาคมต่างๆ)

3. สร้างเรซูเม่ใหม่ตามตำแหน่งงานที่จะสมัคร

นอกจากเนื้อหาในหน้าอีเมลที่ให้ข้อมูลว่า เรามีคุณสมบัติตรงกับความต้องการของนายจ้างแล้ว เรซูเม่ก็เช่นกัน ควรสอดคล้องกับสิ่งที่บริษัทอยากรู้ เพราะการปรับเรซูเม่ให้ตรงกับตำแหน่งและองค์กรแต่ละแห่งอาจจะต้องเสียเวลาสักหน่อย แต่รับรองว่าจะสร้างความประทับใจให้นายจ้างได้ง่ายกว่า และยังทำให้เรซูเม่เราโดดเด่นเด้งจากผู้ท้าชิงตำแหน่งรายอื่นด้วย

  • ระบุตำแหน่งและชื่อบริษัทไว้บนหัวเรซูเม่ก่อนเป็นอันดับแรก เพื่อแสดงว่าเราสนใจงานนี้และเป็นที่ชัดเจนกันทั้งเรากับนายจ้าง
  • สรุปความสามารถ ประสบการณ์ และความสำเร็จภายใต้หัวข้อเดียว “Summary of Qualifications” หรือ “ประสบการณ์และผลงาน” เลือกเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับตำแหน่งที่สมัคร และใช้ภาษาหรือคำศัพท์เดียวกับที่ในประกาศรับสมัครใช้ เช่น ถ้าให้ระบุประสบการณ์เกี่ยวกับ ‘Social Media’ ก็ควรใช้คำว่าโซเชียลมีเดียในเรซูเม่ด้วย พร้อมใส่ชื่อโปรแกรมที่เราถนัด เช่น Facebook, Instagram, Line หรือตามที่มีบอกไว้ในประกาศ เป็นต้น
  • จัดหน้าเรซูเม่ให้อ่านง่ายๆ ใช้ฟอนต์สบายตา ลิสต์ลงมาด้วยบุลเลตพอยต์ และคำอธิบายเพิ่มเป็นย่อหน้าสั้นๆ

 เขียนเรซูเม่ได้เป๊ะและรู้วิธีส่งจดหมายสมัครงานทางอีเมล์แล้ว หากใครยังไม่รู้ว่าจะหางานยังไง เรามี 5 เทคนิคหางานแบบเวิร์คๆ เหมาะกับไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่มาฝาก รีบไปอ่านแล้วเลยค่ะ