15 ข้อเช็คลิสต์ ก่อนออกไป ทำธุรกิจให้รุ่ง

Lisa Guru ขอเชียร์คนมีความฝันทุกคนให้ออกไปรุ่งอย่างที่ใจฝัน แต่ก่อนจะเริ่มลงมือทำ ลองมานั่งเช็กชิลล์ๆ กับ 15 รายการเหล่านี้กันหน่อยมั้ย อ่านไปด้วย เช็กไปด้วย จะได้มั่นใจว่าเราพร้อมลุยทำ ธุรกิจส่วนตัว กันแล้ว

15 ข้อเช็คลิสต์ ก่อนออกไปทำธุรกิจให้รุ่ง

รู้ความฝันตัวเอง

อยากทำอะไรสักอย่างเป็นของตัวเอง ก็ต้องรู้ใจตัวเองซะก่อนว่าชอบอะไร อยากทำอะไร เพราะงานชิ้นนี้จะอยู่กับเราไปอีกนาน ยิ่งถ้าประสบความสำเร็จด้วยแล้ว ก็ยิ่งต้องผลักดันมันให้เติบโตขึ้นไปอีก ซึ่งหากเป็นสิ่งที่เราไมได้ชอบจริงๆ ซะแต่ต้นก็คงไม่สนุกแน่ที่จะทำ อย่าลืมเชียว ว่าการได้ทำสิ่งที่ชอบ จะทำให้เราอยากตื่นมาทำมันทุกวันเชียวนะ

เริ่มวางแผนธุรกิจ

พอรู้ใจตัวเองแน่แล้วว่าอยากจะทำอะไร จากนี้ก็แค่วางแผนไปทีละนิด ว่าจะทำสินค้าคืออะไร ขายใคร ขายที่ไหน วิธีการขายเป็นอย่างไร (ขายในห้างฯ ขายออนไลน์ ขายส่ง ฯลฯ)  ต้องติดต่อใครอย่างไรบ้างชนิดวางแผนได้รอบทิศ จะได้เกิดข้อผิดพลาดน้อยที่สุด

งบประมาณหาที่ไหน

ใครมีเงินทุนก็สบายไป แต่คนที่เริ่มจากศูนย์ คงต้องวางแผนทางการเงินให้ดี ไม่ว่าการเก็บออมจากงานได้ประจำซะก่อน การกู้ยืมจากคนในครอบครัว หรือจากธนาคารการเงิน ไม่จำเป็นเลยว่าต้องมากมาย ขอแค่เป็นหนี้ให้น้อยที่สุด และใช้เงินทุนตามสมควร แล้วค่อยๆ ขยับขยายกิจการก็ได้นะ

แน่ใจแล้วว่าคนชอบสินค้าเรา

นอกจากสินค้าที่วางขายจะเป็นความชอบของเราแล้ว สำคัญด้วยนะ ว่าเรามั่นใจแน่ว่าจะมีคนชอบมันด้วย พูดง่ายๆ คือมั่นใจว่าสินค้าจะขายได้ และมีกลุ่มลูกค้ารองรับ หลายครั้งที่คนได้ทำสิ่งที่ชอบ แต่ไม่ตอบโจทย์ตลาดก็มีถมไป และกลายเป็นว่าสินค้าต้างสต็อกจนต้องเปลี่ยนแผน

พื้นฐานการตลาดต้องมีสักนิด

ไม่จำเป็นต้องจบการตลาดมาหรอกค่ะ เพราะนักการตลาดที่ออกมาทำ ธุรกิจส่วนตัว เอง ก็มีที่เจ๊งเยอะแยะไป บางครั้งสัญชาตญาณนี่แหละ ที่จะบอกได้ว่าอะไรที่เวิร์ก  นอกจากนั้น รับฟังความเห็นคนอื่นบ้างก็ไม่เสียหาย นี่มันยุคที่ลูกค้าเป็นจุดศูนย์กลางแล้วนะ ต้องรู้จักคนซื้อนั่นล่ะ รับรองว่าถ้าเข้าใจตลาดเราก็จะอยู่ได้

ต้องลาออกเมื่อไร

สำหรับคนที่มีงานประจำทำอยู่ บอกเลยว่าอย่ารีบร้อนถ้ายังมีค่าใช้จ่ายประจำและยังไม่มีเงินทุนเพียงพอ ลองใช้เวลานี้ทำ ธุรกิจส่วนตัว ควบคู่กันไปพร้อมๆ กับการเก็บเงินทุน และเรียนรู้ตัวเองไปด้วยว่าเราชอบมันจริงๆ มั้ย เมื่อถึงวันที่พร้อมก็สามารถออกได้เลยแบบไม่ต้องกังวลอะไร

คอนเน็กชั่น หาที่ไหน

ในที่นี้หมายถึงคนที่เราจะติดต่อด้วยเพื่อซื้อขายสินค้ามาผลิต รวมทั้งการประชาสัมพันธ์สินค้าของเรา โชคดีที่ยุคนี้เราถึงกันง่ายๆ ในโลกออนไลน์ เพราะแค่เสิร์ชหาก็เจอ หรือค่อยๆ ขยับจากคนนี้ไปยังคนนั้น รวมทั้งการประชาสัมพันธ์ในโซเชียลมีเดีย ที่ถ้าสินค้าดีจริง การบอกปากต่อปากมีอำนาจกว่าการโฆษณาอีกนะ

ให้คนบอกต่อ

ใครๆ ก็อยากเป็นเจ้าของธุรกิจ แต่ธุรกิจที่อยู่ได้ มีกำไร ก็ต้องเป็นสินค้าที่มีคุณภาพ และถูกที่ ถูกเวลา อย่าลืมเชียวว่าสินค้าดีๆ ใครๆ ก็อยากบอกต่อ เคยเห็นร้านอาหารที่อร่อยมากๆ จนคนต้องโทรจองมั้ยล่ะ บ้างร้านเล็กมากๆ ที่นั่งก็แสนน้อย แต่คนเต็มตลอดเวลา นั่นเป็นเพราะสินค้าดีจริง ใครๆ ก็อยากกลับมาซื้อซ้ำ

แตกต่างอย่างสร้างสรรค์

มีธุรกิจไม่น้อย ที่คิดสินค้าขึ้นมาเพื่อแก้ปัญหา เช่นผลิตถุงที่มีหูสองหูให้หิ้วได้, ขนมบราวนี่ที่เสียบไม้ เพราะกินง่าย มือไม่ต้องเปื้อน นี่ล่ะความแตกต่างที่ตอบโจทย์ ลองเช็กกันอีกทีว่าสินค้าเราแตกต่างและสร้างสรรค์พอหรือยัง บางทีอาจเป็นที่ถูกใจของตลาด จนกลายเป็นสินค้าใหม่ที่น่าจับตาไปเลย

ออกแบบ ไกด์งานดีไซน์เป็น

อย่ามองข้ามพลังของการออกแบบสินค้าให้ยิ่งน่าจับตา เคยเห็นมั้ย ร้านอาหารที่ดีไซน์แปลกๆ ใช้สีสันไม่เชื้อเชิญ จนไม่มีคนกล้าเข้า  กล่องอาหารที่ใช้สีลูกกวาดเป็นแพ็กเกจจิ้ง จนคนคิดไปว่าต้องชวนสุขภาพเสียแน่ๆ หรือสินค้าสวยๆ แต่หน้าเว็บดีไซน์ไปคนละทาง ชนิดที่ว่าถ่ายทอดความสวยของสินค้าไม่ตรงกัน  เหล่านี้เป็นเรื่องสำคัญที่เราควรต้องใส่ใจ ศึกษาเสียหน่อยว่าต้องไปในทิศทางไหน เพราะผู้ซื้อมักตัดสินใจตั้งแต่แว้บแรกที่เห็น

ต้องง่าย ไม่ซับซ้อน

เคยเข้าเว็บไซต์ที่วนเวียน หาของไม่เจอ จนแทบอยากออกมั้ย เคยเจออาหารแสนสวย แต่กล่องหลายชั้น แกะยาก กินยาก หรือต่างหูดีไซน์ล้ำ แต่สวมใส่หลายขั้นตอน จนสวมครั้งเดียวก็เกินพอ นี่ล่ะ ความซับซ้อนที่ไปต่อได้ยากในโลกธุรกิจ แต่จะดีกว่ามาก ถ้าเราผลิตสินค้าที่ใช้ง่าย บริโภคง่าย แต่ได้ประโยชน์มาก แน่นอน กว่าจะออกมาได้ขนาดนี้ก็ต้องกลั่นจากความคิดมากมายเพื่อทำให้ผลลัพธ์ออกมาเป็นเรื่องง่ายที่สุด ว่าแต่สินค้าเราล่ะ เข้าข่ายใช้ง่าย น่าใช้ด้วยหรือเปล่า

เช็กช่องทางโปรโมต

หากเป็นสินค้าออนไลน์ แน่นอนเลยว่าต้องชัดเจนเรื่องโครงสร้างเว็บไซต์ ดูสินค้าง่ายมั้ย จ่ายเงินยังไง ฯลฯ ที่ต้องชัดและง่ายสำหรับคนซื้อ เช่นเดียวกับการโปรโมทผ่านสื่อโซเชียลมีเดียต่างๆ ที่ต้องรู้จังหวะเวลา การชักชวนที่พอดีๆ เช่นแนะนำสินค้าใหม่ในเฟซบุ๊กและไอจี แต่สามารถมาดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บ เป็นต้น ที่ทำให้ผู้ซื้อไม่รู้สึกรำคาญจนเกินไป ศิลปะการสื่อสารเล็กๆ น้อยๆ นี้ศึกษากันได้จากตำราทั่วไป หรือถ้าจะใช้สัญชาตญาณของเรา ก็พอจะบอกได้ระดับหนึ่ง

พัฒนาตัวเองและสินค้าตลอดเวลา

เพราะโลกหมุนไปไวมากๆ แป๊บๆ ก็มีคนมาก๊อปสินค้าเราซะแล้ว (ถ้าประสบความสำเร็จ) หรือมีสินค้าออกมาใหม่ที่ใกล้เคียงกับเรา อย่างนี้แล้ว อย่าลืมที่จะสำรวจตลาดบ่อยๆ ดูทิศทางผู้ซื้อว่าเปลี่ยนไปมั้ย และกำลังต้องการอะไร ในเมื่อยุคนี้เป็นยุคที่ผู้ซื้อเป็นผู้กำหนดเทรนด์ไปซะแล้ว รวมทั้งหมั่นพัฒนาความรู้และสินค้าเราตลอดเวลา จะได้ทันสมัย ทันเหตุการณ์ ไม่มีเอาต์

สร้างสิ่งใหม่ๆ ให้กับผู้ซื้อ

จะดีสักแค่ไหน ถ้าเราได้สร้างสินค้าใหม่ๆ หรือไอเดียดีๆ ให้กับตลาด ไม่เพียงแค่สร้างกำไรเพียงอย่างเดียว อย่างอาหารสูตรดีๆ เพื่อสุขภาพ ที่ยังไม่มีเคยมีคนทำ กระเป๋าผ้าใยธรรมชาติที่นำของเหลือใช้หรือผลงานหัตถกรรมของคนไทยเรามาประยุกต์ใหม่ ฯลฯ นอกจากจะเปิดตลาดใหม่ๆ ก็ยังได้ช่วยโลก ช่วยสังคมไปด้วย

จริยธรรมก็ต้องมีนะ

อย่าเลย ที่จะไปก๊อปสินค้าใคร หรือใช้วิธีผิดกฎหมาย เพราะของแบบนี้ไม่ยั่งยืนแน่ ในเมื่อวันหนึ่งก็อาจมีคนก๊อปได้เนียนกว่าเรา (แถมขายดีกว่าอีกแน่ะ) บอกตัวเองไปเลยว่าจะสร้างสรรค์สิ่งดีๆ ด้วยตนเอง ใครจะมาลอกเลียนก็ช่างเถอะ เพราะนั่นแสดงว่าของเราดีจริง และลอกยังไงก็ไม่เหมือนหรอกนะ ถ้าผู้ซื้อชอบสินค้าของเราไปซะแล้ว เพราะถ้าเราทำถึงจุดที่ผู้ซื้อรักในสินค้า (Brand Loyalty) ของเรา วันนั้นล่ะ ที่เราจะบอกตัวเองได้ว่าเราประสบความสำเร็จกับสินค้านี้แล้ว