อัพสกิลง่ายๆ ด้วย 7 วิธี เปลี่ยน “สาวขี้อาย” ให้แจ้งเกิดในที่ทำงาน

นางอ๊าย-อายทั้งหลาย! ถึงเวลามาอัพ 7 สกิลให้เกิด เจิด ปังอย่างมีคุณค่า รับปี 2017 นี้กัน! รับรองสวยจากภายในสู่ภายนอกแน่นอน

ผู้หญิงขี้อาย เก็บเนื้อเก็บตัว และไม่ชอบเข้าสังคม อุปนิสัยเหล่านี้ ใช่จะเป็นปัญหาในการทำงานเสียทีเดียว เพราะแม้แต่คนดังระดับโลกอย่างประธานาธิบดี บารัก โอบาม่า, มาริสสา เมเยอร์ CEO แห่ง Yahoo, เจ.เค โรว์ลิ่ง นักเขียนนิยายเจ้าของผลงาน Harry Potter ไปจนถึงนักแสดงหญิงแห่งตำนาน ออเดรย์ เฮปเบิร์น ต่างก็เป็นคนรักสันโดษ และมีความเป็นส่วนตัวสูง แต่พวกเขาได้พิสูจน์ให้เห็นถึงชีวิตการงานที่รุ่งโรจน์ ซึ่งอาศัยความสามารถล้วนๆ

gettyimages-94581420
Gettyimages
gettyimages-463887568
Gettyimages

1. ทำ (งาน) ให้มากกว่าพูด เพราะส่วนใหญ่คนที่มีบุคลิกเก็บเนื้อเก็บตัว มักเป็นคนพูดน้อย โดยเฉพาะหากไม่สนิทสนมด้วยแล้ว อย่าหวังว่าคนเก็บตัวจะพูดคุยด้วยได้ง่ายๆ และเนื่องจากคนลักษณะนี้ชอบใช้เวลาอยู่กับตัวเองมากกว่าออกไปพบปะสังสรรค์กับผู้คนนอกบ้าน ทำให้ไม่ได้ฝึกฝนทักษะด้านการพูดอย่างสม่ำเสมอ เพราะฉะนั้น เมื่อคุณรู้ตัวว่าไม่ถนัดด้านการพูด ก็จงหันมาตั้งหน้าตั้งตาทำงานของตัวเองให้ออกมาดีเยี่ยมไปเลยดีกว่า การสร้างสรรค์ผลงานให้ออกมาดีนั้น จะเป็นสิ่งสะท้อนถึงความมุ่งมั่นตั้งใจในการทำงาน โดยไม่จำเป็นต้องพูดพร่ำให้เสียเวลา เพราะผลงานจะพูดแทนตัวคุณและการันตีความสามารถของคุณเอง

gettyimages-630110782
Gettyimages

2. เตรียมพร้อมก่อนการพูด เมื่อถึงเวลาต้องประชุมกับเจ้านาย หรือต้องออกไปคุยงานกับลูกค้า หากคุณรู้ตัวว่ามีปัญหาในเรื่องการพูดหรือการนำเสนอผลงานต่อหน้าผู้คน ก็ควรเตรียมตัวให้พร้อมอยู่เสมอ โดยจดประเด็นที่จะพูดเอาไว้เป็นหัวข้อ แล้วลองซ้อมบทพูดกับตัวเองหน้ากระจก ทั้งการใช้สายตา ท่าทางการใช้มือ ควรจะวางไว้ตรงไหนอย่างไร ฝึกพูดบ่อยๆ จนรู้สึกคล่องและดูเป็นธรรมชาติ ประธานาธิบดี บารัก โอบามา เคยกล่าวไว้ว่า เขาถนัดที่จะพูดปราศรัยต่อหน้าคนจำนวนมาก และรู้สึกประหม่าน้อยกว่าการพูดในกลุ่มคนจำนวนน้อยเสียอีก เพราะฉะนั้น ทักษะการพูดต่อหน้าสาธารณชน จึงเป็นสิ่งที่ทุกคนฝึกฝนได้

3. คิดนอกกรอบ เป็นผู้เริ่มมากกว่าผู้ตาม โดยอุปนิสัยของคนเก็บตัวนั้น มักมีความเป็นตัวของตัวเองสูง และไม่ชอบทำตามใคร คนกลุ่มนี้มักเต็มไปด้วยพรสวรรค์และความสามารถพิเศษ เพราะฉะนั้น อย่ากลัวที่จะคิดต่างจากคนอื่น พยายามคิดให้นอกกรอบหรือสร้างสรรค์สิ่งใหม่ ดูอย่าง Mark Zuckerberg ผู้ก่อตั้ง Facebook บุคคลที่ขึ้นชื่อว่าเป็นคนรักสันโดษ และใช้ชีวิตอย่างเรียบง่าย แต่เขาคือผู้สร้างสังคมออนไลน์แห่งใหญ่ที่สุดในโลก แม้เจ้าตัวจะใช้ชีวิตติดดินแบบคนธรรมดา แต่สิ่งที่เขาสร้างจะทำให้คนทั้งโลกต้องจดจำชื่อของเขาตลอดไป

gettyimages-643923375

4. เพิ่มพูนความรู้อยู่เสมอ ข้อดีของคนเก็บตัวคือคุณเป็นคนที่สามารถมองหาความสุขได้ง่ายๆ จากตัวเอง โดยไม่ต้องหันหน้าไปพึ่งพาความสุขจากใครอื่น เพราะฉะนั้น จงใช้เวลาที่อยู่ลำพังให้เกิดประโยชน์ เช่น หมั่นศึกษาหาความรู้เพิ่มเติม โดยอาจลงคอร์สเรียนภาษาที่คุณสนใจ หรือออกเดินทางท่องเที่ยวเพื่อหาประสบการณ์แปลกใหม่ให้กับชีวิต นอกจากจะช่วยเปิดโลกทัศน์แล้ว ยังทำให้คุณมีวิสัยทัศน์กว้างไกลมากยิ่งขึ้น สามารถนำมาปรับใช้และเป็นแรงบันดาลใจในการทำงานให้ดีขึ้นได้

5. รู้จักควบคุมอารมณ์ให้ดี พื้นฐานของคนเก็บตัว มักไม่ค่อยแสดงความรู้สึกออกมาตรงๆ ว่ากำลังรู้สึกอย่างไร ทำให้คนอื่นคาดเดาอารมณ์และความคิดไม่ค่อยได้ เพราะคนกลุ่มนี้มักใช้เวลาอยู่กับตัวเองเพื่อประเมินความคิดและความรู้สึกอยู่เงียบๆ ซึ่งจะว่าไปแล้ว ย่อมส่งผลดีต่อการทำงาน เพราะพวกเขาจะพยายามจัดการและคลี่คลายปัญหาที่เกิดขึ้นได้ด้วยตัวเอง เมื่อต้องทำงานร่วมกับผู้อื่น จึงเป็นไปอย่างราบรื่นและไม่ค่อยเกิดความขัดแย้ง

gettyimages-483605523

6. ดูแลบุคลิกภาพให้ดูดีอยู่เสมอ คนเก็บตัวมักเป็นคนที่สนใจและชอบอยู่ในโลกของตัวเอง บางครั้งจึงดูเหมือนไม่สนใจคนอื่นและโลกภายนอกว่าจะเป็นเช่นไร ดังนั้นหากคุณไม่อยากเป็นผู้หญิงที่ดูเชยในออฟฟิศ อย่าลืมใส่ใจเรื่องเสื้อผ้าการแต่งกาย และทรงผมให้ดูดีอยู่เสมอ เพราะบุคลิกภาพภายนอกเป็นสิ่งแรกที่จะสร้างความประทับใจ และความโดดเด่นให้กับตัวเอง นอกจากนี้ การแต่งกายตามแฟชั่นบ้างในบางวัน ยังช่วยเสริมลุคของคุณให้ดูทันสมัย และน่าเชื่อถือมากยิ่งขึ้น

7. คิดให้ลึกและรอบคอบ ดร.Marti Olsen Laney นักจิตวิทยาบำบัดและผู้เขียนหนังสือชื่อ ‘The Introvert Advantage’ อธิบายว่าคนเก็บตัวจะมีพลังสร้างสรรค์อย่างเต็มเปี่ยมในช่วงที่อยู่กับความเงียบ ขณะที่คนเปิดเผยชอบเข้าสังคม เมื่อถึงเวลาทำงานมักจะดูยุ่งวุ่นวายและชอบอยู่ท่ามกลางผู้คนมากมาย พลังความเงียบทำให้คนเก็บตัวเป็นคนที่สามารถคิดเชิงลึกได้ดี และรอบคอบมากกว่า คนกลุ่มนี้จึงเหมาะที่จะเป็นผู้นำ นักคิด หรือนักวางแผน นอกจากนี้ พวกเขายังเป็นผู้ฟังที่ดี เปิดกว้าง และมีความประนีประนอมสูง ทำให้ส่งผลดีต่อการทำงานเป็นทีม