แมวป่วยไม่พอ… เจ้าของเพจ ‘ทูนหัวของบ่าว’ เป็นโรคซึมเศร้าและโรคพุ่มพวง

“มารไม่มีฤทธิ์ ถ้าเราไม่ไปเจอ เรื่องดราม่าทุกอย่าง ถ้าไม่ไปขวนขวายหา เราก็ไม่เจอมันหรอก” เป็นคำบอกที่คุณ นัชญ์ ประสพสิน เจ้าของเพจทูนหัวของบ่าวได้กล่าวไว้

เมื่อเสือโคร่ง แมวหนุ่มวัย 6 ขวบผู้บุกเบิกอาณาจักรทูนหัวของบ่าวล้มป่วยลง สร้างความอาดูรแกมห่วงใยสะพัดไปทุกหย่อมหญ้า แต่ใครจะรู้ว่ายังมีอีกผู้หนึ่งที่ต่อสู้กับความป่วยไข้ของตนเองอย่างสาหัสสากรรจ์ไม่แพ้กัน ‘นัชญ์ ประสพสิน’ ทาสแมวของผู้ก่อตั้งเพจทูนหัวของบ่าว Lisa เบิกตัวทาสแมวออกมาเผยถึงอาการป่วยของเสือโคร่งและของตนเอง แมวเป็นโรคหัวใจ ไม่ผลิตเม็ดเลือด ส่วนตัวเธอป่วยด้วยโรคซึมเศร้า โรคแพ้ภูมิตัวเองและการลุกขึ้นมาดราม่าหาความรุงรังให้ชีวิต รวมทั้งหาความรักที่ไม่เคยลงตัว

สัตว์เลี้ยงตัวแรกในชีวิตคืออะไร

“สารภาพว่าจำไม่ได้ แต่สมัยเด็กมีรูปตัวเองกับแมวสีเหมือนแม่มะลิกับแมวอโศกฟีเจอริ่งกัน ชื่อโก้ง เป็นภาษาเหนือ แปลว่าด่างๆ ก็คือแมวสามสีนี่แหละ แม่จะเล่าความขำตอนเด็กให้ฟังว่าเรากินข้าวยาก แต่ถ้าทอดปลาแล้วจะกินข้าวได้เพราะต้องกินข้าวกับแมว แม่ทำใจว่าลูกกินปลาครึ่งนึง ให้แมวครึ่งนึง ชีวิตนี้ไม่เคยขาดสัตว์เลี้ยง ชอบคุยกับหมา แมว นก ชอบทำคลอดหมู จนฝันอยากมีฟาร์มของตัวเอง อยากเลี้ยงม้า แพะ แกะเป็นฝูงๆ ซึ่งความฝันใกล้จะเป็นจริงแล้ว”

ใกล้แล้วนี่ใกล้แค่ไหน

“เราอยากเลี้ยงแพะแล้วจะเปิดให้คนมาเที่ยวดูแพะดูแกะ เราจะมีเครือข่าย Hip Camp ที่คนทั่วโลกจะเปิดบ้านให้คนมาแคมปิ้ง เวลาไปเที่ยวต่างประเทศ เราไม่ชอบนอนโรงแรม แต่ไปกางเต็นท์อยู่แคมป์และส่วนมากเราจะเลือกอยู่แคมป์ที่มีให้รีดนมวัว ทำชีสนมแพะและอยู่กับสัตว์ เมืองนอกทำกันเป็นเรื่องปกติมาก เราอยากให้มีแบบนี้ในเมืองไทยบ้าง นี่ก็เริ่มกลับไปบ้านที่น่านบ่อยขึ้น จริงๆ ตอนนี้ให้เรากลับไปอยู่น่านได้เลยนะ แต่ติดเหตุผลเดียวที่ยังไปไม่ได้เพราะยังไม่มีโรงพยาบาลสัตว์ดีๆ รองรับหมาแมวของเรา โรงพยาบาลใกล้สุดอยู่เชียงใหม่ เลยอดใจไว้ก่อน”

มีหลายครั้งที่นัชญ์ต้องเลือกระหว่างแมวกับสิ่งอื่นๆ

“ใช่ ใครที่มีปัญหากับแมวก็คือมีปัญหากับเรา เคยซื้อคอนโดแล้วนิติบุคคลไม่ให้เลี้ยงสัตว์ ขายเลยค่ะ มีคอนโดที่ห่างรถไฟฟ้าแต่เลี้ยงแมวได้ก็ยอมเดินทางไกลเพื่อจะได้เลี้ยงแมว ไปเที่ยวก็หาโรงแรมที่แมวพักได้ ไปไหนขับรถไปตลอด ยอมไม่นั่งเครื่องบินเพื่อจะได้ขับรถไปกับแมว เพราะเราจะไม่ให้แมวต้องไปอยู่ใต้ท้องเครื่องบินเด็ดขาด เหนือใต้ออกตกก็ต้องขับรถไปด้วยกัน ตอนเปิดบริษัทต้องเอาแมวไปออฟฟิศทุกวัน ไปกินข้าวร้านไหนที่หมาแมวนั่งได้ ถึงแม้จะไม่อร่อยแต่เราก็ไป หรือถ้าต้องไปเมืองนอกก็จะคุยกับแมวผ่านกล้องวงจรปิด และจริงๆ แล้วเราชอบสีดำมากเลยนะ แต่เราใส่สีดำไม่ได้เลยเพราะขนแมวติดตามเสื้อผ้าเยอะ”

เล่าถึงอาการป่วยของเสือโคร่งหน่อยว่าเป็นอะไร 

“พี่โคร่งเป็นแมวเก่ง อดทนมาก ไม่เคยป่วยเลย วันที่พี่โคร่งไม่สบายคือไม่กินข้าว ซึ่งเป็นเรื่องใหญ่มากเพราะปกติเป็นเด็กกินเก่งที่สุด เลยพาไปหาหมอ วัดไข้ได้ 105 องศา ปกติแมว 100 องศา นี่ปาไป 105 จะช็อกอยู่แล้ว หมอจับนอนในน้ำแข็งระบายความร้อนออกจากตัวพี่โคร่งให้เร็วที่สุด ฟังเสียงหัวใจก็ไม่ดี ปอดก็ไม่ดี ค่าเลือดฟ้องว่าเป็นโรคหัวใจ เราใจสลาย โลกแตก สองวันแรกเราไม่พูดอะไรกับใครเลย ต้องคุยกับตัวเองให้จบก่อนแล้วค่อยไปบอกคนอื่นว่าพี่โคร่งเป็นอะไร เราโทษตัวเองว่าเลี้ยงไม่ดีเหรอ ทำไมเป็นโรคหัวใจ เพราะพาออกงานหรือเปล่า มีลูกเพจมีเพื่อนส่งงานวิจัยเรื่องโรคหัวใจในแมวมาให้มากมาย แล้วเราก็นั่งอ่านงานวิจัยทั้งในทั้งต่างประเทศ เลยพบว่าเป็นโรคทางสายพันธุ์ เราต้องเตรียมตัว ไม่ใช่แค่เพราะเราห่วงพี่โคร่ง แต่เพราะจะได้รู้ว่าต้องตอบคำถามแฟนเพจยังไง เพราะต้องเจอดราม่าแน่นอนอยู่แล้ว พี่โคร่งเป็นขวัญใจประเทศไทย”

หมอให้เวลากี่เดือน

“อยู่ที่การดูแลของเราและอยู่ที่เขาว่าเหนื่อยมั้ย แต่โคร่งเป็นแมวอดทน แมวที่ป่วยเป็นโรคนี้บางทีมีแสดงอาการ แต่นี่ไม่เลย ไม่มีลิ้นห้อย ไม่มีหอบ ไม่มีอาการอะไรผิดสังเกตเลย ทำให้เราไม่รู้ว่าโคร่งเป็นอะไร ในชีวิตเราคิดอยู่เสมอว่าเขาอยู่กับเราได้แน่ๆ 13-15 ปี แต่ตอนนี้ปีนี้จะพ้นหรือเปล่ายังไม่รู้ แต่ว่าเราทำทุกวันอย่างเต็มที่ เป็นครั้งแรกที่เรารู้สึกว่าเราเห็นแก่ตัว เราจะสู้กับเขาให้นานที่สุด”

เศร้ามั้ยเวลาที่เราช่วยสัตว์ไม่ได้ทั้งหมดทุกตัว

“เลยมีคำที่เราพูดบ่อยๆ ไงว่า ‘เราช่วยสัตว์ทุกตัวบนโลกใบนี้ไม่ได้ แต่ทุกคนช่วยสัตว์ทุกตัวบนโลกใบนี้ได้’ อย่ามาผลักภาระที่เราคนเดียว หลายเคสที่เราต้องตัดใจ พอเจอบ่อยๆ เราทำใจได้ง่ายขึ้นตั้งแต่มาอยู่ตรงนี้ เพราะเราช่วยสัตว์ทุกตัวไม่ได้จริงๆ เรารู้ว่ากำลังเรามีแค่ไหนและเราอยู่ได้แค่ตรงไหน คนมองว่าเราเป็นคนที่ช่วยได้และต้องช่วยให้ได้ เมื่อมีหลายครั้งที่เขามาแล้วเราไม่ช่วย ก็มาด่าเรา เป็นการบ่มเพาะโรคซึมเศร้าของเราด้วย เมื่อก่อนเป็นคนซึมซับทุกอย่างและแบกโลกเอาไว้คนเดียว ไม่กล้าปฏิเสธใคร ทำตัว Yes ตลอดเวลา ได้พี่ ทำให้ค่ะ โดนเอารัดเอาเปรียบทุกอย่าง ใครว่าอะไรก็รับไว้ เพราะคิดว่านี่คือวิธีรับมือที่ดีที่สุด

“สมัยก่อนเราไม่สู้คน จบเรื่องให้เร็วที่สุดด้วยการรับไว้เอง แล้วสุดท้ายก็เลยเป็นซึมเศร้าไง คิดฆ่าตัวตาย ตอนนั้นมีงานอีเวนต์ตลอดแต่เราดันกลัวการเข้าสังคม จนต้องลากตัวเองไปหาหมอ กินยารักษาโรคซึมเศร้าอยู่ 2 ปี ทำจิตบำบัดต่ออีกปีนึง ทุกวันนี้ก็ยังไปหานักจิตบำบัดอยู่ หมอบอกให้เราเป็นคนเห็นแก่ตัว เพราะเมื่อก่อนเรารักคนทั้งโลก แต่ไม่รักตัวเอง คราวนี้เขาสอนให้เรารักตัวเอง แล้วค่อยรักคนทั้งโลก”

รักตัวเองให้เป็นนี่ต้องรักยังไง

“ไม่ชอบอะไรก็บอกว่าไม่ชอบ ไม่ทน ไม่ทำ ไม่เอา คือให้รู้จักพูดว่า ‘ไม่’ บ้าง ครั้งแรกที่เราพูดว่า ‘ไม่’ กับลูกน้องนี่รู้สึก…เหมือนยกภูเขาน้ำแข็งออกจากอก เป็นเรื่องยิ่งใหญ่ในชีวิตว่าฉันกล้าปฏิเสธแล้วนะ ใครด่ามาด่ากลับนะจ๊ะ ไม่โกง

“อย่างกรณี My Mate Nate (เน็ตไอดอลที่จับแมวกับแมงป่องมาสู้กัน) ถ้าเราไม่ลุกขึ้นมาทำแล้วใครจะทำ ทุกคนก็จะยอมเห็นคนคนนี้รังแกแมวหรือทำอะไรพิเรนทร์ต่อไปเรื่อยๆ เราเลยต้องมาลุกขึ้นมาฟ้องเพื่อให้รู้ว่าเราไม่ยอมรับสิ่งนี้ เรารู้ว่าเราทำสิ่งที่ดีและเราจะไม่ทน แล้วเราไม่ได้เล่นแค่เรื่องแมว เราเล่นเรื่องเยาวชนที่กำลังป่วยไข้ ทำไมมีคนเชียร์เรื่องพิเรนทร์แบบนี้ โลกเรามันป่วยแล้วนะ เราเลยเข้าไปดูโปรไฟล์ ดูชุดนักเรียน อยู่โรงเรียนไหน หาให้เจอแล้วโทรหาผอ.โรงเรียน ครูต้องเรียกผู้ปกครองมาแล้วรายงานผลส่งมาให้เรา ซึ่งเด็กที่มาว่างมานั่งเล่นเน็ตก็เพราะต้องการการยอมรับ อยากมีตัวตน”

แล้วตอนที่เราเป็นซึมเศร้าหนักๆ กอดแมวไม่ช่วยเหรอ

“กอดแมวช่วย มีชีวิตผ่านมาได้เพราะเขา วันไหนที่คิดจะฆ่าตัวตาย เราก็คิดถึงว่าพี่โคร่งจะอยู่ยังไง แล้วสมิง ชีต้าห์ อโศก มะลิ คิดเยอะเพราะเรามีลูกเยอะ แต่ความคิดที่จะฆ่าตัวตายมันแวบเข้ามาตลอด เราเป็นถึงขั้นว่าเราอยากฆ่าตัวตายด้วยวิธีเดียวเท่านั้นคือกระโดดสะพานแขวนตาย จะกระโดดแม่น้ำ อะไรก็ได้ที่ให้ลงไปอยู่ในน้ำ เรากลัวใจตัวเองมากถึงกับยอมขับรถอ้อมไปไกลๆ ไปทางที่ไม่ต้องผ่านสะพานแขวนเพื่อไม่ให้มีความคิดนั้นแวบขึ้นมาอีก เราผูกพันกับแม่น้ำเพราะตาคนที่เรารักที่สุดจมน้ำตายในแม่น้ำหลังบ้านตอนเราอยู่ ม.5 เป็นความซึมเศร้าแรกในชีวิตที่ไม่ได้รักษา ทำให้สะสมเรื่อยมา”

นอกจากจิตใจแล้วร่างกายก็ป่วยหนักด้วย

“มันสะสมตั้งแต่สมัยทำงานเอเจนซี่แล้วไม่หลับไม่นอน พออายุ 30 แล้ว ชีวิตคุณจะฟ้องทันที อยู่ๆ เราก็เป็น SLE เป็นภูมิแพ้ฉับพลัน แพ้ทุกอย่างบนโลกนี้ภายในคืนเดียว เกิดอะไรขึ้นกับชีวิตเรา ตื่นขึ้นมาแล้วไม่ใช่คนเดิม แต่ก็เข้าใจได้เพราะเราเป็นคนสุดโต่งในทุกเรื่อง ไม่นอนก็ออกไปเล่นกีฬา เล่นเวกบอร์ด เซิร์ฟ ปีนเขา แล้วกีฬาพวกนี้เล่นได้ถึงเที่ยงคืน หมอบอกว่าถึงแม้ว่าเราหลับตาแต่ร่างกายเรายังตื่นอยู่ และอยู่ๆ วันหนึ่งมันประท้วงเลย แผลพุพองออกจากข้างในเพราะในตัวเราร้อนมาก นอนไม่ได้เลย

“สัญญาณเตือนอย่างเดียวก่อนหน้านี้คือมีตุ่มที่ตา เรานึกว่ายุงกัด เลยไปหาหมอ แต่อีกวันตุ่มโผล่มาอีกข้าง คิ้วเริ่มร่วง ตามมาด้วยผมร่วง แต่ยังฝืนไปทำงาน จนวันนึงนั่งอยู่กับลูกน้องแล้วรู้สึกเหมือนมีไข้ คันหน้าคันตา สักพักหน้าเปลี่ยน ปูดไปหมด หายใจไม่ออก ต้องหามส่งโรงพยาบาล ปรากฏว่าภูมิคุ้มกันเราเป็นศูนย์”

กลัวจากโลกนี้ไปมั้ย

“เป็นห่วงว่าถ้าเราตายแล้วพ่อแม่จะจัดการศพเรายังไง เขารู้มั้ยว่าเรามีอะไรบ้าง (หัวเราะ) ถึงขั้นเขียนพินัยกรรมว่าเราบริจาคร่างกายไว้ที่ไหน ถ้าเขาไม่รับศพเพราะศพเรามีเชื้อหรืออะไร เราอยากให้เอาศพเราไปไว้ที่น่าน ไม่เปิดเพลงธรณีกันแสงในงานศพเรา ให้เปิดเพลงที่เราชอบซึ่งอยู่ในโฟลเดอร์นี้ จัดไว้ให้เรียบร้อย แมวทั้ง 13 ตัวก็ยกให้แม่ทั้งหมด ไม่ให้ใครเอาไปเลี้ยง เราไม่ได้กลัวตาย แต่กลัวว่าไปแล้วคนข้างหลังจะลำบาก กลัวเขาจะทุกข์ว่าต้องทำอะไรบ้าง”

ยังมีเรื่องที่นิวนัชญ์จัดการไม่ได้อยู่มั้ย

“ส่วนมากจัดการไม่ได้เรื่องความรัก เราเคยถามตัวเองว่าถ้าเราเป็นผู้ชาย เราจะจีบตัวเองมั้ย เราไม่จีบว่ะ ชีวิตรุงรังเกิน เดี๋ยวก็ดราม่าอีกแล้ว เดี๋ยวก็ไปมีเรื่องด่ากับคนนั้นคนนี้อีกแล้ว”

เวลาหมอถามว่าความสุขในชีวิตตอนนี้คืออะไร เราตอบหมอไปว่าอะไร

“เราเพิ่งตอบหมอไปว่าอยากไปเที่ยว แต่ความฝันที่ใกล้สุดที่น่าจะเป็นไปได้คือทำฟาร์ม วันก่อนเราเพิ่งกลับบ้านที่น่านและรู้สึกว่า เออ นี่คือบ้าน  (มองไปรอบๆ) บ้านที่กรุงเทพฯ ของเราอยู่หลังกำแพงนี้ แต่รู้สึกไม่ใช่บ้าน เราชอบอยู่กับแมวที่นี่ (ที่คาเฟ่แมว Catster) มีแมวของเราอยู่ข้างล่าง มีแมวจรอยู่ข้างบน การได้อยู่กับแมวไม่ว่าจะที่ไหนคือความสุขที่สุดของเราแล้ว”