ยอมหัก ไม่ยอมงอ แจน-จุไรพร ถูกสามีทิ้งตอนท้อง แต่เธอก็ยังยิ้มได้

ถึงแม้ชีวิตจะเปลี่ยนไปในทางที่เธอไม่ได้วางแผนมาก่อน แต่เธอคนนี้ก็สู้และดิ้นรนจนผ่านมาได้ แจน-จุไรพร หญิงแกร่ง ถูกสามีทิ้งตอนท้อง

บทเรียนครั้งนี้สอนให้เธอรู้ว่าความเชื่อใจบางครั้งก็ใช้ไม่ได้กับทุกคน จุดเริ่มต้นในความรักของ แจน-จุไรพร พินิจชอบ เกิดจากความเป็นเพื่อนสมัยเรียนมหาวิทยาลัย ผู้ชายคนนี้คือรักครั้งแรกของเธอ เธอมอบทุกอย่างไว้ที่เขา ความเข้าใจ ความห่วงใยดูแลกัน จนเกิดเป็นครอบครัว ที่เธอคิดว่ามันคือละครที่จบแบบ Happy Ending แล้ว แต่ชีวิตจริงน้ำเน่ากว่าในละคร ที่ตอนจบเรื่องพลิกแล้วพลิกอีก แต่นั่นเองที่ทำให้เธอเป็นคุณแม่เลี้ยงเดี่ยวที่เข้มแข็งมากที่สุดคนหนึ่ง

ยอมหักแต่ไม่ยอมงอ แจน-จุไรพร ถูกสามีทิ้งตอนท้อง แต่เธอก็ยังยิ้มได้

ความรักไม่มั่นคง แต่เขากลับขอเราแต่งงาน

“เราคบกันมาตั้งแต่สมัยเรียนปี 1 แล้วค่ะ รูปแบบความสัมพันธ์ของเราพัฒนาจากความเป็นเพื่อน เราเข้าใจและห่วงใยดูแลกัน ไปไหนมาไหนก็ตัวติดกัน อาจเป็นเพราะว่าเราโตมาจากครอบครัวที่ขาดพ่อเหมือนกันล่ะมั้ง เลยทำให้เรายิ่งเข้าใจกัน และวางแผนกันตั้งแต่เด็กว่าเราจะไม่ทำให้ครอบครัวเป็นแบบนั้น จนเมื่อเราเรียนจบ ทำงาน และแฟนก็เรียนจบตามเราในปีถัดมา เราเป็นเจ๊ดันให้เขามาทำงานที่เดียวกัน ก็ยิ่งตัวติดกันมากขึ้น ในเวลาไล่เลี่ยกันก็มีคนในออฟฟิศเล่าเรื่องเขากับลูกน้องในทีมว่าดูสนิทกันผิดปกติ เราไม่ได้รู้สึกอะไรนะ ในสายตาเราเรื่องมือที่สามเกิดยากมาก เพราะเราใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่ด้วยกันตลอด ต่อมาเขาก็ขอเราแต่งงาน ก็ยิ่งคิดว่าตัวเองสำคัญ ถึงจะยังไม่พร้อมแต่งงาน แต่สุดท้ายเราคิดถึงน้าและยายที่อยู่ต่างประเทศ อยากให้ยายอยู่ร่วมงานแต่ง สรุปว่าเราลาออกแล้วบินไปแต่งงานที่อเมริกา เป็นพิธีเล็กๆ ง่ายๆ และไม่ได้จดทะเบียนสมรสเพราะเขากลัวทำธุรกิจแล้วยุ่งยาก เราก็ตามใจเขา”

ความสัมพันธ์บนความเคลือบแคลง

“หลังแต่งงานเราอยู่อเมริกากับยายและน้าต่ออีก 1 เดือน ส่วนแฟนบินกลับมาทำงาน นี่เป็นครั้งแรกที่เราแยกห่างกัน ขณะเดียวกันเพื่อนเราคอยส่งข่าวตลอดว่าแฟนกับน้องที่ทำงานคนนั้นดูเกินเลยมากไป พอฟังมากๆ เข้าก็ยอมรับว่าไม่สบายใจบ้าง จนถามแฟน เขาก็มีคำตอบที่ทำให้เราเชื่อใจได้ทุกที เลยปล่อยผ่าน ตอนแรกเราไม่อยากมีลูก เพราะอยากเรียนต่อและมีงานที่มั่นคง ปรากฏว่าแฟนทำทีว่าจะขอเลิก เราก็ร้อนใจ เลยไปปรึกษาครอบครัวเขาและเพื่อนเขา ได้คำตอบว่าเขางอนเพราะอยากมีลูก แต่ความจริงเรามารู้ทีหลังว่าเขามีคนอื่น ส่วนเราก็ตัดใจว่าไหนๆ ก็แต่งงานแล้ว มีลูกก็ได้ เขาเริ่มกลับมาทำดีกับเรา วางแผนให้เราไปคลอดที่อเมริกา ลูกชายเราจะได้ถือสัญชาติอเมริกันด้วย ก็เป็นความคิดที่ดี ก็เลยตัดสินใจบินไปล่วงหน้าก่อน ถือเป็นการทดสอบความรักของเราสองคนด้วย พอห่างกันกลับกลายเป็นว่าเขากลับมาดีกับเราเหมือนเดิม พอเดือนสุดท้ายที่ถึงกำหนดคลอด เขาก็ลาออกจากงานแล้วบินตามมา”

ยอมหักแต่ไม่ยอมงอ แจน-จุไรพร ถูกสามีทิ้งตอนท้อง แต่เธอก็ยังยิ้มได้

Happy Ending?!?!

“หลังจากนั้นเราก็บินกลับมาไทยทั้งคู่ เขาเริ่มต้นงานใหม่ด้วยการมาทำธุรกิจที่บ้านกับแม่ของเขา มีหน้าร้านจริงจัง ตอนนั้นมีความสุขมาก คิดว่าชีวิต Happy Ending แล้ว ช่วงที่เขามีกิ๊กกั๊กคงเป็นบททดสอบความรักล่ะมั้ง แต่ทำได้ไม่นาน แม่เขาเรียกให้ไปช่วยงานด้วย บอกว่าลำพังลูกชายเขาหาเงินคนเดียวแต่ละเดือนมันไม่พอ ทั้งๆ ที่เราก็พอมีรายได้จากค่าเช่าบ้าน แต่เราก็ต้องไปเพราะไม่อยากให้มีเรื่อง ช่วงแรกๆ ก็ไปทำงานด้วยกันพ่อแม่ลูก หลังๆ เขาเริ่มมาๆ หายๆ เริ่มทำธุรกิจกับเพื่อนสมัยเรียน วงจรชีวิตคือหอบหิ้วลูกไปเปิดร้าน ทำความสะอาด บางวันให้นมลูกไปโทรคุยงานไป เสร็จงานค่ำๆ ขับรถกลับบ้านกับลูก เหนื่อยแบบนี้เกือบปี แล้วก็ท้องลูกชายคนที่ 2 ส่วนแฟนก็ยังเป็นแบบเดิม มาๆ หายๆ เขาเริ่มสร้างเนื้อสร้างตัวได้ มีรถเบนซ์หรูๆ ขับไปทำงาน ไปไหนมาไหน เราเองก็เริ่มชินกับสิ่งที่เกิดขึ้น จนท้องประมาณ 2 เดือน วันหนึ่งเขากลับมาบ้านพอดี ตอนเขาอาบน้ำมีโทรศัพท์โทรเข้ามาที่เบอร์เรา ขอคุยกับแฟน เราบอกไปว่าเขาอาบน้ำอยู่ ก็ไม่ได้คิดอะไร นึกว่าพวกเพื่อนๆ จนแฟนอาบน้ำเสร็จ ก็มีโทรศัพท์เข้ามาอีก เขาก็หายออกไปโทรศัพท์ แล้วเดินกลับมาพูดว่า “เรามีคนอื่น เราไม่รักเธอตั้งแต่ก่อนแต่งงานแล้ว เลิกกันเถอะ” แล้วเขาก็ออกจากบ้านไป ปล่อยให้เราโทษตัวเองว่าทำอะไรไม่ดี เราปล่อยตัว เขาก็เลยไปหาคนที่สาวๆ กว่าเรา”

จุดเริ่มต้นคุณแม่เลี้ยงเดี่ยวที่มาแบบไม่ตั้งตัว

“หลังจากที่เขาหายไปจากบ้าน ซึ่งเพื่อนๆ แอบช่วยกันสืบ ก็ได้ความว่าน่าจะไปอยู่กับฝ่ายหญิง ส่วนเรายังคิดว่าจะมีโอกาสสานต่อความสัมพันธ์ได้ ก็เลยเลือกไปทำงานที่บ้านแม่เขาต่อ จนมีอยู่วันหนึ่งเจอเรื่องที่แย่ที่สุด คือตอนท้องลูกคนที่ 2 ได้ประมาณ 6-7 เดือน เรากลับมาถึงบ้าน แล้วลงมาปิดประตูหน้าบ้าน ปรากฏว่าหน้าบ้านมีป้าขี่มอเตอร์ไซค์มากับเด็ก มาขอเงินเรา ตกใจมาก หลอกพวกนั้นไปว่า “ขอเข้าบ้านไปขอแฟนให้ก่อน” พวกนั้นก็รีบขี่มอเตอร์ไซค์กลับไป เราก็รีบโทรหาเพื่อน โทรหาแฟน และแจ้งตำรวจ แต่สุดท้ายเขาก็ไม่มาดูดำดูดี เราหมดใจแล้ว และก็เลิกไปทำงานที่บ้านแม่เขา ตัดสินใจออกมาอยู่บ้านเลี้ยงลูก จนช่วงใกล้คลอด เรามีแผนสำรองว่า ถ้าแฟนไม่พาเราไปคลอด ก็จะไปกับเพื่อนแทน แต่สุดท้ายเขามารับเราไปโรงพยาบาล อยู่ด้วยกันจนคลอดแล้วพากลับบ้าน แต่ก็จบแค่นั้น เสร็จแล้วก็ไปอยู่ที่อื่น เดาว่าน่าจะไปอยู่กับผู้หญิงคนใหม่นั่นแหละ หลังจากนั้นเราก็เลยเริ่มหางานทำใหม่ และขอให้พี่เลี้ยงที่เคยเลี้ยงเรามาช่วยเลี้ยงลูก ไม่นานน้าเราก็กลับมาไทยเพื่อช่วยเลี้ยงหลาน จากที่ตอนเด็กๆ เราไม่ค่อยสนิทกับญาติ แต่ยามลำบากครอบครัวก็มีความรักและความห่วงใยให้เราเสมอ”

ชีวิตที่ไม่มีเขา กลับมีความสุขกว่าเดิม และการเปิดรับรักครั้งใหม่

“ตั้งแต่นั้นก็เลี้ยงลูกคนเดียว เงินเขาก็ไม่เคยให้ มีอยู่ช่วงที่เราต้องการเงินเพราะลูกคนโตเข้าโรงเรียนแล้ว เราไปขอเงินที่เขาเคยยืม เขาบอกว่าไม่มีเงินและบอกเราว่าถ้าเราเลี้ยงไม่ไหวก็ให้เอาลูกคนโตไปให้เขา เราก็ดิ้นรนจนมันผ่านมาได้ ตอนนี้เรามีงานทำที่มั่นคง ได้เรียนต่อสมความตั้งใจตั้งแต่แรก ชีวิตโล่งขึ้นเยอะ ลูกๆ จำพ่อแทบไม่ได้แล้ว ส่วนตัวเราไม่ได้เข็ดกับความรัก และเปิดกว้างให้คนที่เข้ามาคุยด้วยเสมอ เพียงแต่ว่าคนที่จะมาคุยต้องรับได้ ต้องเข้าใจที่เรามีลูกและต้องดูแลลูกของเรา ซึ่งก็โชคดีมากที่คนที่เราคุยด้วยตอนนี้เข้าใจเรา เข้าใจภาระหน้าที่ของเรา เหมือนความสุขมันค่อยๆ กลับมาอีกครั้ง”