6 เคล็ดลับเด็กจบใหม่ ที่จะทำให้ไปได้ไกลในหน้าที่การงาน

บัณฑิตใหม่ไฟแรงเว่อร์ มีแพสชั่นในการทำงานสูงปรี๊ด แต่ยังงงๆ จับทางไม่ถูก เรามี เคล็ดลับเด็กจบใหม่ มาฝาก รับรองทำตามนี้ อนาคตไกลชัวร์

professional-working

ไม่ว่าจะทำงานมานานแล้วหรือเป็น First Jobber ที่เพิ่งก้าวออกจากรั้วมหาวิทยาลัยสู่โลกการทำงานจริง การพัฒนาตัวเองเป็นเรื่องสำคัญ คนที่มีประสบการณ์อยู่แล้วน่ะ วางใจได้ระดับนึง แต่กับสาวๆ หน้าใสบัณฑิตน้องใหม่ที่ไม่รู้ต้องเริ่มตรงไหน รีบลิสต์ เคล็ดลับเด็กจบใหม่ นี่ไว้เลย มีประโยชน์แน่นอน

กระตือรือร้นและมีน้ำใจ

ถ้าคุณคือพนักงานจูเนียร์ (หรือพนักงานทั่วไป) ที่อยากปูทางสู่ความก้าวหน้าในอนาคต สิ่งแรกที่ควรทำคือ ต้องทุ่มเทแรงกายแรงใจให้เต็มที่กับงานที่ได้รับมอบหมาย เพื่อแสดงให้เจ้านายและเพื่อนร่วมงานเห็นถึงศักยภาพและความมุ่งมั่นตั้งใจของเรา นอกจากจะทำงานตัวเองให้ดีแล้ว ถ้ามีอะไรไม่เหลือบ่ากว่าแรงที่พอจะช่วยเพื่อนร่วมงานได้ ทำไปเถอะ ได้แสดงน้ำใจและได้ทักษะประสบการณ์กลับมาอีกต่างหาก

สมัครเรียนคอร์สต่างๆ

เดี๋ยวนี้บริษัทต่างๆ ปลาบปลื้มพนักงานแบบ Muti-Task เพราะฉะนั้น มีคอร์สเรียนอะไรที่เสริมความรู้ความสามารถเรา ไปลงเรียนซะ อาจจะไม่ต้องตรงสายงานแบบตายตัวเด๊ะๆ ก็ได้ อย่างสาวนักบัญชีไปสมัครเรียนกราฟิก ครีเอทีฟสาวลงคอร์สหุ้น อาจมีประโยชน์ในวันข้างหน้า หรือเราอาจรับจ๊อบเสริม ออกมาเปิดกิจการของตัวเองก็ได้ใครจะรู้

ใช้คอนเน็กชั่นให้เป็นประโยชน์

เคยได้ยินคำพูดที่ว่า “ความรู้ไม่สำคัญเท่าคนที่คุณรู้จัก” มั้ย? นั่นคือเรื่องจริงในแวดวงธุรกิจทุกที่ ซึ่งหมายความว่า คอนเน็กชั่นสำคัญอันดับแรกๆ เลยก็ว่าได้ คุณไม่มีทางรู้เลยว่าคนที่รู้จักจากการทำงานหรือแม้แต่เรื่องส่วนตัว อาจจะช่วยด้านใดด้านหนึ่งในเรื่องการทำงานของคุณในวันข้างหน้าก็ได้นะ สำหรับคนที่ยังเป็นจูเนียร์ หรือเพิ่งย้ายสายงานมา ถ้ามีงานที่ต้องดีลกับคนหน้าใหม่ๆ นี่คือโอกาสอันดีที่ควรตักตวงไว้

ขอรับผิดชอบงานที่ได้ทำกับฝ่ายอื่นๆ

ปัจจัยหนึ่งที่ทำให้บริษัทพิจารณาเลื่อนขั้นพนักงานคนหนึ่งได้นั้น คือความสามารถในการร่วมงานกับแผนกอื่นๆ หรือทีมอื่นๆ ได้อย่างราบรื่น ไร้เรื่องการเมืองในออฟฟิศกวนใจ และพนักงานที่มีทักษะหลากหลายที่สะสมจากแผนกอื่นจะทำให้เขาเป็นคนที่มีมุมมองกว้างกว่าคนที่ชอบทำงานในแผนกเดียว แถมยังได้คอนเน็กชั่นใหม่ๆ ด้วยนะ

ตัวตนในโลกออนไลน์ก็สำคัญ

แน่นอนทุกคนมีอดีตจากโลกออนไลน์ได้ เพราะฉะนั้นลองหวนกลับไปดูสิ่งที่คุณเคยโพสต์ไว้ในเฟซบุ๊กหรือทวิตเตอร์ ย้อนไปสัก 3–5 ปีก่อน ถ้าไม่อยากลบก็ควรตั้งค่าให้เห็นคนเดียวไว้นะคะ เพราะมันไม่คุ้มเสี่ยงแน่ๆ ถ้าวันดีคืนดีเจ้านายปัจจุบันของคุณ (หรือนายจ้างที่เราเพิ่งยื่นเรซูเม่ไป) อารมณ์ดี เสิร์ชชื่อคุณใน Google หรือสื่อโซเชียลต่างๆ แล้วไปเจอข้อความที่คุณเคยด่าทอการเมืองอย่างรุนแรง หรือใส่เสื้อแหวกหน้าเว้าหลัง พร้อมแค็ปชั่นยั่วสวาท และในทางกลับกันอย่าทำให้ตัวเองดูเป็นคนลึกลับ ตั้งค่า Private ทุกช่องทางซะจนหาอะไรไม่เจอ อาจจะใช้วิธีเปิดโพสต์บางโพสต์ในเฟซบุ๊กให้เป็นค่าสาธารณะเวลาแชร์ข่าวหรือเนื้อหาในด้านบวก และน่าสนใจ

หาที่ปรึกษา

หาที่ปรึกษาที่มีความรู้และประสบการณ์ในด้านการงาน จะเป็นเพื่อนหรือรุ่นพี่ก็ว่ากันไป ข้อมูลที่คุณได้รู้จากคนที่มีประสบการณ์นั้นอาจจะหาไม่ได้จากกูเกิ้ลหรือตำราเล่มไหนๆ เชียวล่ะ คำแนะนำเหล่านี้อาจพาคุณไปสู่การเติบโตในหน้าที่การงานและได้รับโอกาสใหม่ๆ และใครจะรู้ว่าที่ปรึกษาเรื่องงานนี้อาจกลายมาเป็น Best Friend ในชีวิตส่วนตัวก็ได้นะ

รู้จุดแข็งของตัวเองและแสดงออกให้โลกรู้

ถ้าเบื่องานที่ทำอยู่ รู้สึกอยากเปลี่ยนสายงาน อย่าเพิ่งรีบร้อนร่อนใบลาออก คุณต้องรู้ในสิ่งที่ตัวคุณเองสนใจและจุดแข็งของตัวเองซะก่อน อย่างเช่น ถ้าเรารู้ว่าตัวเองชื่นชอบการพูดคุย ออกสังคม อาจจะเหมาะกับอาชีพเซลส์ ไม่ก็การตลาดหรือพีอาร์ เป็นต้น เพราะการที่เรามีมุมมองที่ลึกเข้าไปจะทำให้คุณรู้อนาคตด้านอาชีพของคุณว่าควรจะไปในทิศทางไหน

สุดท้าย ไม่ว่าเราจะอยากเลื่อนขั้นในสายงานเดิม หรือไปเติบโตในสายงานใหม่ อย่าลืมศึกษาหน้าที่รับผิดชอบให้ดี  รู้เขารู้เรา รบร้อยครั้งชนะอยู่แล้ว