หยุดนี้ขอวันนึง ไปตะลอนเที่ยวแบบคันทรีและเดินตามสายบุญที่สระบุรีกัน!

ไหนๆ ก็หยุดทั้งทีอย่างนี้พลาดไม่ได้ที่จะกระเตงตัวและหัวใจไปตะลอนเที่ยวฟาร์ม ขี่ม้า รีดนมวัว แถมยังได้เดินตามสายบุญ ซึ่งทั้งหมดนี้เราทำได้แค่ในวันเดียว!

ในวันหยุดสั้นๆ ที่เรามีเวลาจำกัด จะมีที่ไหนบ้างที่เราจะสามารถหนีความวุ่นวายของเมืองกรุงไปตะลุยเที่ยวแบบเชิงเกษตรให้เต็มเหนี่ยว และยังมีเวลาเหลือพอให้ได้เดินสายทำบุญไปตามวัดต่างๆ ภายในเวลาแค่วันเดียว ถ้าไม่ใช่ที่สระบุรี…

ฟาร์มโคนม ไทย-เดนมาร์ก

วันเดย์ทริปในครั้งนี้เกิดขึ้นที่สระบุรี จังหวัดใกล้ๆ ที่เราจะพาทุกคนมาสโลว์ไลฟ์กันได้แบบชิคๆ เพราะที่นี่มีฟาร์มโคนมที่คุ้นเคยและผูกพันกับคนไทยมาตั้งแต่จำความได้ทั้งยังเป็นฟาร์มโคนมแห่งแรกของเมืองไทย นั่นก็คือ ฟาร์มโคนม ไทย-เดนมาร์ก นั่นเอง

ด้วยพระมหากรุณาธิคุณอันยิ่งใหญ่ของสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชฯ คนไทยจึงได้มีนมที่มีคุณภาพเอาไว้ดื่มกันอย่างแพร่หลายในปัจจุบัน  ซึ่งฟาร์มโคนมไทย – เดนมาร์กก็นับเป็นอีกหนึ่งในโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริที่สามารถพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนไทยให้ได้อยู่ดีและมีนมที่มีคุณค่าทางโภชณาการสูงไว้ดื่มได้ทุกคน

โดยภายในฟาร์มเราจะได้นั่งรถอีแต๊กลากพาชมเที่ยวตามจุดต่างๆ ที่ไม่ว่าจะเป็น การสาธิตทำปุ๋ยหมักจากนมที่จะไม่ทำร้ายสภาพของดิน, การป้อนนมวัว และการทดลองรีดนมวัวด้วยตัวเองและปิดท้ายด้วยการแสดงของคาวน์บอยและเหล่าม้าๆ ทั้งหลาย ที่จะออกมาเต้นระบำไปกับทุกๆ คน และร่วมถ่ายรูปไว้เป็นความทรงจำดีๆ ร่วมกับฟาร์มโคนมไทย-เดนมาร์ก

Cafe Kantary

เมื่อการตะลุยท่องเกษตรจบลงก็ได้เวลาแวะพักเหนื่อยกันที่ร้านคาเฟ่ต์ แคนทารี สระบุรี ที่ตั้งอยู่ในห้างโรบินสัน ซึ่งบรรยากาศภายในร้านเหมาะมากที่จะไปนั่งเช็คอินเก๋ๆ จิบน้ำแก้กระหายและลิ้มลองอาหารอิตาเลียนต่างๆ เช่น พิซซ่า ลาซานญา สลัด และตบท้ายด้วยของหวานรสชาติละมุนหลากหลายชนิด ดังนั้นใครที่อยากนั่งพักและหาร้านนั่งเช็คอินลงรูปอวดรัวๆ ล่ะก็ที่นี่เป็นอีกที่ที่เราแนะนำเลย

วัดป่าสว่างบุญ

หลังจากที่ได้พักอิ่มท้องกันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ก็ได้เวลาออกเดินทางกันอีกครั้ง ใครสายบุญเชิญทางนี้เลย เพราะเรากำลังจะเข้าป่าไปสักการะพระบรมสารีริกธาตุกันที่ “วัดป่าสว่างบุญ”

วัดแห่งนี้ก่อตั้งขึ้นโดยหลวงพ่อสมชาย ปุญญมโน ด้วยเนื้อที่กว่า 400 ไร่ ติดเชิงเขา ทั้งยังมีองค์พระมหาเจดีย์กว่า 500 ยอด ที่ได้ร่วมอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุมาบรรจุลงไปครบทุกยอด จึงทำให้ที่นี่เป็นที่เลื่อมใสศรัทธาแก่ชาวพุทธศาสนิกชน ที่ต่างเดินทางมากราบไหว้ โดยจะเห็นได้จากโบราณวัตถุต่างๆ ที่หลวงพ่อสมชายบอกกับทางเราว่า  เป็นของผู้คนที่บริจาคมาทั้งหมด

เนื่องจากที่นี่เป็นวัดป่าการเดินทางจึงค่อนข้างลัดเลาะเข้ามาตามซอกซอยพอสมควร และเพราะไม่ใช่วันที่ประกอบศาสนพิธีที่สำคัญจึงค่อนข้างเงียบสงบและเหมาะสำหรับคนที่อยากสงบจิตสงบใจจริงๆค่ะ.

วัดพระพุทธฉาย

ต่อจากวัดป่าสว่างบุญแล้วเรายังคงเดินหน้าสู่สายธรรมะอย่างต่อเนื่องที่ “วัดพระพุทธฉาย” ที่เป็นที่ประดิษฐานของพระพุทธฉาย (เงาของพระพุทธเจ้า) ที่มีลักษณะเป็นเงาเลือนรางอยู่ที่หน้าผา ดังนั้นใครสายบุญสายธรรมพลาดไม่ได้เลยนะขอบอก

หลังจากที่ได้เดินสายเที่ยวกันแบบเต็มเหนี่ยวเป็นที่เรียบร้อยแล้วก็คงถึงเวลาที่จะต้องกลับสู่มหานครแห่งความวุ่นวายกันอีกครั้ง และหนึ่งวันที่สระบุรีในครั้งนี้ ก็เรียกได้ว่า เป็นทริปการเดินทางสั้นๆ อีกวันที่อิ่มทั้งใจอิ่มทั้งบุญอย่างเต็มเปี่ยมโดยไม่ต้องไปไขว่คว้าไกลๆ ที่ไหนเลย แค่ใกล้ๆ กรุงเทพนี่เอง