ชวนไปชิลล์ไปชิม อาหารถิ่นประเทศไทย ณ บางแสน ททท. จัดใหญ่จัดเต็ม!

หยุดยาว ศุกร์-เสาร์-อาทิตย์ นี้ ไม่รู้จะไปไหน ขับรถชิลล์ๆ ไปบางแสน ชิมอาหารถิ่นประเทศไทยทั้ง 5 ภูมิภาค กันดีกว่า

อาหารถิ่นประเทศไทย

วันหยุดสุดสัปดาห์นี้ หยุดตั้ง 3 วันแน่ะ ใครอยากไปเที่ยวต่างจังหวัดชิลล์ๆ หาของอร่อยๆ กิน แต่ไม่อยากเดินทางไกล เราแนะนำให้ไปงาน อาหารถิ่นประเทศไทย ที่ แหลมแท่น บางแสน จ.ชลบุรี ขับรถสบายๆ ไม่รีบไม่ร้อน จากกรุงเทพ ใช้เวลาไม่เกิน 2 ชั่วโมงก็ถึงแล้ว

นางสุจิตรา จงชาณสิทโธ รองผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ด้านตลาดในประเทศ กล่าวว่า การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยร่วมกับเทศบาลเมืองแสนสุข จัดงานส่งเสริมการท่องเที่ยวภายใต้แนวคิด “เที่ยวข้ามถิ่นกินข้ามภาค” วัตถุประสงค์เพื่อเป็นกลไกลในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ และเพิ่มรายได้จากการจับจ่ายใช้สอยของประชาชน โดยใช้อาหารไทยที่มีเอกลักษณ์เพื่อเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยว โดยใช้ชื่องานว่า “อาหารถิ่นประเทศไทย ประจำปี 2560” ณ บริเวณลานอเนกประสงค์แหลมแท่น ชายหาดบางแสน จังหวัดชลบุรี ตั้งแต่วันศุกร์ที่ 28 ถึง วันอาทิตย์ที่ 30 กรกฎาคม 2560

โดยกิจกรรมภายในงานประกอบด้วย การนำสุดยอดอาหารถิ่น 5 ภูมิภาค ที่หากินได้ยากมาให้ชิม เช่น ผัดไทวังทอง ปลาช่อนแดดเดียว แกงหมูชะมวง เนื้อโคขุนโพนยางคำ เต้าคั่ว นอกจากนั้นยังนำอาหารถิ่นและอาหารทะเลในเขตบางแสนและชลบุรี กว่า 150 ร้านค้ามาให้นักท่องเที่ยวลิ้มลองกันแบบสดๆ ใหม่ๆ ภายในงาน

การจัดแสดงนิทรรศการ “อาหารถิ่นกินตามตำนาน” พร้อมทั้งสาธิต ให้ความรู้ วิธีการปรุงอาหารไทยที่มีประวัติความเป็นมาตั้งแต่โบราณ พบกับ เชฟบุ๊ค บุญสมิทธิ์ พุกกะณะสุต  และ มิสแอนเดรียไดอารี่ ในการพูดคุยให้ความรู้ด้านโภชนาการของอาหารไทยในอดีตกับการเดินทางท่องเที่ยว การทำอาหารเพื่อสร้างอาชีพจากมติชน Academy  เช่น การทําหมูสะเต๊ะ สูตรทหารอากาศไม่ขาดรัก และอื่นๆ โดยเริ่มตั้งแต่การบอกถึงการจัดเตรียมวัตถุดิบ การคำนวณต้นทุน-กำไร เคล็ดลับการปรุงจนถึงการหาทำเลเพื่อประกอบการค้าให้อาชีพต่อในอนาคต

รองผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย กล่าวย้ำตอนท้ายว่า “เทศกาลอาหารถิ่นประเทศไทย ปี 2560”  ในครั้งนี้เป็นการจัดงานที่นำเสนออาหารไทยที่ยิ่งใหญ่งานหนึ่ง โดย ททท. กับ เทศบาลเมืองแสนสุข คาดหวังว่าการจัดงานครั้งนี้จะก่อให้เกิดการเดินทางท่องเที่ยวข้ามภาค และก่อให้เกิดรายได้หมุนเวียนไปยังชุมชน ผู้ประกอบการร้านอาหารถิ่น  รวมทั้งเป็นการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ให้นักท่องเที่ยวรู้ถึงคุณค่าอาหารไทยแบบลึกซึ้ง หรือ Local Experience ในการนำวัตถุดิบที่มีอยู่ในท้องถิ่นมาปรุงอาหารให้เป็นที่รู้จัก ทั้งนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติอีกด้วย คาดว่าการจัดงานตลอด 3 วัน  จะมีนักท่องเที่ยวมาชมงาน ไม่น้อยกว่า 5 หมื่นคน และสร้างรายได้ไม่น้อยกว่า 25 ล้านบาท