11 สิ่งที่สาวๆ ไม่ควรพลาดเมื่อไปเที่ยวเกาะซานโตรินี่

เห็นแดดสวยฟ้าใสที่ซานโตรินี่แล้ว อยากให้โบนัสออกพรุ่งนี้เลย มีอะไรห้ามพลาดบ้าง ทั้งสายบู๊ สายสวย จดลิสต์ไว้ก่อนกันลืม

ซานโตรินี่

 

เกาะซานโตรินี่ (Santorini) หรือชื่อภาษากรีกที่หลายๆคนไม่รู้คือ ‘ธีร่า’ (Thira หรือ Thera) เป็นเกาะตอนใต้ของทะเล อีเจียน (Aegean Sea) ประเทศกรีซ (Greece)  เป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวที่สาวๆหลายคนใฝ่ฝัน ไม่ว่าจะไปกับคู่รักก็โรแมนติก ไปกับเพื่อนสาวชาวแก๊งเม้ามอย ไปกับครอบครัวขับรถเที่ยวกันแบบแฟมิลี่ หรือจะไปคนเดียวแต่ไม่เปลี่ยวใจรอเล็งหนุ่มกรีกก็ได้ทุกแบบทุกรส

 

ซานโตรินี่

แน่นอนว่าความโดดเด่นของเกาะ ‘ซานโตรินี่’ ที่เราเห็นชัดกันอยู่แล้วก็คือ ‘สถาปัตยกรรมตึกสีฟ้าขาว’ ที่มีอยู่ทั่วเกาะ ตึกต่างๆถูกออกแบบเป็นรูปทรงสี่เหลี่ยม การตกแต่งแบบนี้เรียกว่า ไซคลาดิก (Cycladic Architecture) ซึ่งเป็นหนึ่งในอารยธรรมจากหมู่เกาะ Cyclades และถือว่าเป็นสัญลักษณ์ของที่นี่เลยก็ว่าได้

 

ซานโตรินี่

มีเรื่องราวเล่าต่อๆกันมาว่าในสมัยก่อน ยุคที่ Ottoman ปกครองกรีซ มีกฏห้ามขึ้นธงของกรีซ ชาวเมืองเอียจึงแสดงออกถึงความรักชาติด้วยการทาสีบ้านฟ้าขาว เสมือนทั้งเมืองกำลังสื่อถึงธงประเทศกรีซนั่นเอง

ลองสังเกตตึกที่เป็นโดมหลังคาสีฟ้ากันนะคะ จริงๆแล้วโดมสีฟ้านั่นคือโบสถ์ค่ะ

และศิลปะของ Cycladic นั้น จะเน้นไปทางรูปทรงเลขาคณิต ซึ่งมีความทันสมัยโดยการลดทอนรายละเอียดต่างๆลง หรือจะเรียกว่าเป็นการออกแบบสไตล์ มินิมอลเบาๆก็ว่าได้

 

1.Roadtrip รอบเกาะ

ซานโตรินี่

เรามาเริ่มต้นกันด้วย ‘วิธีการเดินทาง’ ซึ่งบนเกาะซานโตรินี่สามารถเดินทางด้วยรถบัสสาธารณะ ชื่อว่า KTEL, เช่าสกูตเตอร์หรือมอเตอร์ไซ หรือจะเช่ารถขับก็ได้นะคะ

โดยส่วนตัวหากไปกันหลายคนแพทแนะนำให้เช่ารถขับเลยค่ะ เพราะรถบัสอาจจะมีเรื่องของเวลาที่ไม่แน่นอน และป้ายรถมีแค่บางจุด ซึ่งการเช่ารถขับเราสามารถขับเลียบตามแนวเกาะ วิวตลอดข้างทางเป็นทะเล แถมยังหยุดจอดแวะถ่ายรูปตรงไหนก็ได้ด้วย อิสระสุดๆเลย แพทและเพื่อนๆเช่ารถตั้งแต่ลงเครื่องที่สนามบินจะได้ขับรถเพื่อเอากระเป๋าไปโรงแรมได้เลยค่ะ

 

ซานโตรินี่

 

2.เดินเล่นช้อปปิ้งชิวๆที่ เอีย’ (Oia)

Oia (เอีย) เป็นหมู่บ้านเล็กๆทิศตะวันตกของเกาะซานโตรินี่ บ้านพักและร้านค้าต่างๆ มีการตกแต่งสไตล์ Neoclassical หรือสไตล์กรีกโบราณผสมผสานอยู่ทั่วเมือง

ซึ่งเราสามารถเดินเล่นช็อปปิ้งที่นี่ได้เพลินจนลืมเวลาเลยค่ะ

 

3.Breakfast at Mama’s house

Breakfast

อาหารเช้าที่กรีซเป็นอะไรที่ฟินมาก แพนเค้กมีทั้งแบบเป็นของหวานทานกับบลูเบอร์รี่สดๆ  หรือเป็นอาหารคาวทานกับเบค่อน นอกจากนั้นยังมีวาฟเฟิลร้อนๆ เสิร์ฟพร้อมวิปครีมสดราดซอสช็อคโกแลต และยังมีกรีกโยเกิร์ตสไตล์ออริจินัลเจ้าดัง ร้านนี้ชื่อว่า Mama’s house บอกเลยว่าไม่ได้รับสปอนเซอร์มาแต่อย่างใด แต่อยากแนะนำต่อจริงๆ แพทมั่นใจเลยค่ะว่าถ้าได้มาทุกคนจะต้องขอบคุณแพทที่แนะนำที่นี่

 

4.Greek Food

Santorini

มาถึงกรีซแล้วเราจะพลาดอาหารต้นตำรับไม่ได้ อยู่เมืองไทยเมนูที่เราจะได้ยินกันบ่อยคือ Greek Salad เพราะว่าอาหารประเทศกรีซมีความ Healthy สูงมาก ผักผลไม้สดฉ่ำ หวาน กรอบ อร่อย โดยเฉพาะเจ้า Cherry tomato (มะเขือเทศลูกเล็กๆคล้ายมะเขือเทศราชินีแต่กลมกว่า) ที่สามารถพบได้ในเกือบทุกเมนู ซึ่งจะฉ่ำหวานแบบที่ไม่เคยทานที่ไหนมาก่อน อร่อยจนอยากห่อกลับไทยเลยค่ะ

และแน่นอนค่ะ เนื่องจากที่นี่เป็นเกาะ เพราะฉะนั้นอาหารขึ้นชื่ออีกประเภทหนึ่งของที่นี่ก็คือซีฟู้ด เมนูที่แพทอยากแนะนำคือเมนูประเภท ‘ปลา’ ค่ะ ปลาที่นี่พอได้ทานคำแรกเราสามารถรับรู้ได้ทันทีว่าสดจริงๆ เนื้อนุ่ม เด้ง ไม่เละ รสชาติหวานอร่อย บางร้านมีคนมาแกะก้างให้เลย พิถีพิถันกันจริงๆ

 

5.ชมพระอาทิตย์ตกที่ เอีย’ (Oia)

sunset

วิวพระอาทิตย์ตกที่สวยที่สุดบนเกาะคงไม่พ้นที่ ‘เอีย’ หมู่บ้านขนาดเล็กแต่โด่งดัง ที่จุดชมวิวจะมีนักท่องเที่ยวมากมายมายืนรอดู อีกวิธีหนึ่งที่เราจะได้ดูแบบสบายๆและมีพื้นที่เป็นของตัวเอง คือการจองร้านอาหารที่เห็นวิวพระทิตย์ตกพอดี ไม่ต้องไปยืนเบียดกับใคร นั่งจิบไวน์ชมวิว อิิ่มท้องอิ่มใจกลับบ้าน ใครมากับแฟนต้องฟินสุดๆแน่เลย

 

6.พระอาทิตย์ขึ้นริมหาดทรายดำที่เกาะซานโตรินี

หาดทรายดำ

แพทและสาวๆตื่นกันตั้งแต่ตี 5 เพื่อขับรถมารอดูพระอาทิตย์ขึ้นที่หาดทรายดำ Kamari Black Beach หาดชื่อดังของที่เกาะซานโตรินี่  ซึ่งเช้านั้นแทบไม่มีคนเลย นอนดูพระอาทิตย์ขึ้นกันแบบส่วนตัวเหมือนซื้อเกาะมาเอง วิวขณะพระอาทิตย์ขึ้น แสงอาทิตย์กระทบกับหาดสีดำ ให้อีกความรู้สึกว่าสวยประหลาดแบบที่ไม่เคยเห็นและไม่เคยรู้สึกจากที่ไหนมาก่อน หาดทรายดำเมื่อเปียกน้ำทะเลจากคลื่นจะมีความนวลเนียน น่าลงไปเล่นมากค่ะ

 

7.Wine tasting

Wine Testing

ไหนใครสายไวน์บ้าง ยกมือขึ้น สำหรับแพทก็เป็นอีกคนหนึ่งที่ชื่นชอบประสบการณ์ Wine Tasting โดยครั้งนี้แพทและเพื่อนๆไปที่ Santo Wines Winery กันค่ะ พวกเรามากันหลายคนเลยจัดเซ็ตใหญ่สุด มีไวน์ทั้งหมด 18 แก้ว! ทั้งไวน์แดง และไวน์ขาว โดยทางร้านจะให้กระดาษเป็นคำแนะนำว่าเราควรจะกินแก้วไหนก่อน-หลัง เพื่อเรียงลำดับรสชาติและกลิ่นจากเบาไปแรง ไม่กลบกัน

เห็นตอนแรกก็นึกว่าชิวๆ แก้วละนิดละหน่อย ที่ไหนได้ตอนเดินกลับนี่มีเซนะคะ ถือว่าเป็นประสบการณ์ที่สนุกเลยทีเดียว แนะนำให้มาลอง Wine Tasting กันดูนะคะสำหรับใครที่ยังไม่เคยลอง

 

8.เดินเท้า 588 ขั้น

Santorini

หมู่บ้านหลักๆบนเกาะซานโตรินี่ถูกสร้างอยู่บนยอดภูเขาสูง

นั่นก็แปลว่าเราสามารถลงมาเที่ยวด้านล่างของเกาะซานโตรินี่ได้ ซึ่งสามารถลงมาได้หลายวิธีเช่น การขี่ลา, นั่ง เคเบิ้ล หรือการเดิน! เราสามารถเดินลงมาเที่ยวหมู่บ้านด้านล่างที่ติดทะเลเพื่อดูวิวและนั่ง เคเบิ้ลกลับขึ้นไป หรือถ้าฟิตหน่อยก็นั่งเคเบิ้ลลงแล้วเดินขึ้นได้เช่นกัน

ว่ากันว่าการเดินเท้ารวมเป็นระยะทางทั้งหมด 588 ขั้นเลยทีเดียว

 

9.พักโรงแรมในหมู่บ้าน Oia , Fira, Imerovigili หรือ Firostafani

Santorini

ไม่พูดถึงคงไม่ได้สำหรับเรื่องโรงแรม นอกเหนือจากเอียที่มีโรงแรมสวยงามมากมาย และวิลล่าสระน้ำส่วนตัวพร้อมวิวทะเลสุดหรูแล้ว เรายังสามารถเลือกโรงแรมได้จากโซน Fira, Imerovigili และ Firostafani ที่ตั้งอยู่แนวผาบนฝั่งตะวันตกของเกาะเหมือนกัน นั้นก็แปลว่าวิวที่จะได้เห็นจากสถานที่เหล่านี้ จะได้เห็นพระอาทิตย์ตก วิวภูเขาไฟและปล่องภูเขาไฟ (caldera) เช่นเดียวกันกับที่เอีย โดยสามารถหาวิลล่าที่มีสระน้ำได้มากมายเลยค่ะ

 

10.Chilling at Perissa Beach

Santorini

Perissa Beach (Black Sand Beach) เป็นชื่อหาดทรายที่เราแอบได้ข้อมูลมาจากหนุ่มกรีกค่ะ สถานที่จะไม่พลุกพล่านเต็มไปด้วยนักท่องเที่ยวแบบที่เอีย โดยที่นี่มีคาเฟ่, ร้านอาหาร  และบาร์มากมาย บรรยากาศชิวๆ นั่งกินอาหาร Healthy ดื่มสมูทธี้แล้วไปนอนอาบแดด เรียกได้ว่าเป็นชีวิตที่ Perfect สุดๆสำหรับการพักผ่อนเลยค่ะ

 

11.One Day trip นั่งเรือไปดูปล่องภูเขาไฟ

Santorini

Nea Kameni เป็นเกาะที่มีปล่องภูเขาไฟ ตั้งอยู่ฝั่งตะวันตกของเกาะซานโตรินี่ โดยแพทและเพื่อนๆเช่า Speed Boat ส่วนตัวสำหรับ One Day Trip ไปเดินเที่ยวที่ Nea Kameni โดย Speed Boat จะมีอาหาร, ไวน์, และคนขับเรือ ให้พร้อม โดยที่แรกที่เราไปคือ Nea Kameni เดินขึ้นเขาชมวิวปล่องภูเขาไฟ เราใช้เวลาเดินขึ้นและถ่ายรูปเล่นกันเป็นชั่วโมงเลยค่ะ หลังจากนั้นแวะจุดว่ายน้ำที่ Red Mud & Thermal Water (แนะนำไม่ควรใส่ชุดว่ายน้ำบิกินี่สีขาว เพราะคนขับบอกว่าบิกินี่อาจสีตกได้ เนื่องจากมี Red Mud ในบริเวณโดยรอบ) และแวะทานข้าวเที่ยงที่ร้านอาหารบนเกาะที่ทางทัวร์จัดไว้ให้ ร้านอยู่ริมทะเลตกแต่งชิวๆ อาหารก็เริ่ด โดยเฉพาะ Calamri ช่วงเย็นถึงเวลากลับ Santorini ระหว่างนั่ง Speed Boat กลับ เป็นช่วงที่พระอาทิตย์กำลังตกพอดี เลยได้ดูวิวบนเรือ พร้อมดื่มไวน์ด้วยค่ะ โมเม้นท์นี้เอาอะไรมาแลกก็ไม่ยอม ปังมาก

 

เกี่ยวกับผู้เขียน

น้องแพท นักเดินทาง บล็อกเกอร์สาวของเรา ผู้ชื่นชอบการเดินทางทั้งในและนอกประเทศ แถมเธอยังถ่ายรูปสวยๆ มาเพียบเลย