อย่างนี้นี่เอง! 4 วิธีทางจิตวิทยาที่พนักงานขายใช้หลอกล่อจนเราเสียเงินซื้อทุกที

อย่าหลงกลคำพูดพนักงานขาย ยิ่งพวกที่ชอบยลยอ ยิ่งต้องระวัง มาดูกันว่าพนักงานขายใช้วิธีทางจิตวิทยาวิธีไหนในการหลอกล่อให้เราซื้อของบ้าง

อย่าหลงกลคำพูดพนักงานขาย ยิ่งพวกที่ชอบยลยอ ยิ่งต้องระวัง มาดูกันว่าพนักงานขายใช้วิธีทางจิตวิทยาวิธีไหนในการหลอกล่อให้เราซื้อของบ้าง

1. ทันทีที่เห็นว่าสาวๆ เริ่มอยากได้ พนักงานก็จะแนะนำไอเท็มอื่นที่แมตช์กับชิ้นที่สาวๆ เลือก

ปกติ ตามห้องลองก็จะมีเสื้อผ้าหรือแอคเซสซอรีชิ้นอื่นวางหรือแขวนอยู่ให้เห็นเพื่อเป็นตัวเล็กพิเศษให้แก่ลูกค้า แต่เมื่อไรก็ตามที่เราก้าวออกมาจากห้องลอง ก็จะเห็นว่า พนักงานส่วนใหญ่จะมีไอเท็มชิ้นอื่นถือไว้ในมือ เตรียมหยิบยื่นให้เราลอง แล้วพอรับมาลองกับลุค ก็ยิ่งรู้สึกว่าเข้ากัน ตอนแรกที่คิดว่าจะซื้อแค่ชิ้นเดียว ก็มีชิ้นที่สองชิ้นที่สามตามมาซะอย่างงั้น

2. ออกปากชมลูกค้าไม่หยุดว่า ใส่แล้วสวยแค่ไหน

เหนื่อยแค่ไหนก็บ่ยั่น! สรรเสริญเยินยอ ชมไปเรื่อยๆ ว่าคุณลูกค้าใส่แล้วสวยแค่ไหน ไม่เคยเจอใครใส่แล้วเข้ากับคุณลูกค้ามาก่อน แล้วยิ่งหนักงานขายคนไหนเก๋าๆ ก็จะออกปากชมเลยว่า ใส่แล้วหุ่นดีขึ้น เอวเล็กลง อำพรางแขนได้แจ๋ว ทางเราก็หลงคารม หยิบกระเป๋าสตางค์ ยื่นบัตรให้สิคะ

3. ถามความเห็นของลูกค้า หากรู้สึกว่าไอเท็มนั้นไม่ค่อยเข้ากับบุคลิกหรือหุ่นของลูกค้าสักเท่าไร

แทนที่จะบอกตรงๆ ว่า ไม่เข้ากับคุณลูกค้าเท่าไรค่ะ พนักงานขายจะถามสาวๆ แทนว่า ชอบไหม? ใส่แล้วพอดีไหมแทน แต่ถ้าลูกค้าอย่างเราดันชอบ พนักงานก็จะเลยตามเลยขายให้ทันที แต่ถ้าไม่ชอบ พวกชีก็จะไม่รีรอ แนะนำไอเท็มอื่นให้เลย เพราะถ้าลูกค้าชอบสินค้า ก็ยิ่งเพิ่มโอกาสที่ลูกค้าจะกลับเข้ามาซื้อใหม่

4. แนะนำทันทีว่า ไอเท็มชิ้นนั้นสามารถนำไปใส่ในโอกาสไหนได้บ้าง

พอลองเสร็จ พนักงานก็จะสาธยายเหตุการณ์และโอกาสที่ลูกค้าจะได้ใส่ไอเท็มนั้นไปให้ฟัง ‘ชุดนี้ใช้ได้บ่อยเลยนะคะ ใส่ไปทำงานก็ได้ หรือจะใส่ไปปาร์ตี้ก็ได้ รับรอง คุ้มค่ะ’ ตัดภาพมาอีกที สาวๆ อย่างเรากำลังควักบัตรเครดิตให้ชีอยู่