มิกซ์แอนด์แมตช์ลายดอกยังไง ให้ปังกว่าทุกซัมเมอร์ที่ผ่านมา

สดชื่นสุดๆ ด้วยเสื้อผ้าลายดอก แต่จะมิกซ์แอนด์แมตช์ลายดอกยังไง เปรี้ยว ซ่า แต่ว่าไม่น่ากล้วเหมือนวอลเปเปอร์เดินได้

 เมื่อพูดถึงลายดอก หลายคนนึกถึงชายหาดหน้าร้อนหรือเสื้อฮาวายชายทะเล แต่ความจริงแล้วลายดอกมีหลายประเภทมากกว่าที่เราคุ้นเคยกันอยู่ วันนี้ Lisa จะทำให้คุณรู้จักลายดอกและวิธีการมิกซ์แอนด์แมตช์แบบใหม่ๆ ที่รับรองว่าอ่านแล้วอยากจะกระโดดไปลองใส่ซะเดี๋ยวนี้เลย

 พัฒนาการของลาย floral นั้น ถูกดัดแปลงและถ่ายทอดมาในรูปแบบต่างๆกัน มีแฟชั่นในแต่ละยุคสมัยของตัวเอง บ้างอาจจะเป็นลายดอกที่เลียนแบบเสมือนจริง (botanical style) หรือมีการดัดแปลงกลีบหรือใบ และการวางรีพีทแพทเทิร์นในแบบต่างๆของแต่ละยุคสมัยตามรสนิยม นอกจากนี้ลวดลายในแต่ละประเทศก็แต่งต่างกันออกไปตามพืชพันธุ์และโทนสีของประเทศนั้นๆ เช่นทั้งโทนสีร้อนแบบตะวันออก หรือสีทึมในสไตล์ตะวันตก

2
ลายดอกไม้สื่อถึงช่วงเฉลิมฉลองเทศกาล ในโทนสีแบบ Winter

 

ลายดอกไม้แบบดัดแปลงจากธรรมชาติ ของ William Morris

 

ลายเลียนแบบธรรมชาติแบบเสมือนจริง (Botanical Style) ในโทนสีและพืชพันธุ์แบบทรอปิคาน่า

ลายแบบไหน ดอกได้ดอกดี 

อย่างที่บอกว่า ลายดอกไม้นั้นมีความหมายที่หลากหลาย ซึ่งสื่ออารมณ์แตกต่างกันออกไป มีทั้งสดใส สะดุดตา,เฟมินีน,ดูลึกลับน่าค้นหา ซึ่งถ้าหาก เราเข้าใจอารมณ์ของลวดลายแบบต่างๆ ก็จะทำให้การผสมผสานสไตล์ของตัวเอง เพื่อสื่อสารไปหาผู้คน สนุกสนานยิ่งขึ้นไปอีก

ที่มาของลายแบ่งเป็นหมวดใหญ่ๆได้ตามนี้

 

แบบ liberty

มีต้นแบบมาจาก liberty of London รูปแบบก็จะเป็นดอกและใบไม้เล็กๆ ซ้ำๆกัน ตัวลายวางแน่นขนัด นอกจากนี้มีอีกลายที่คล้ายกัน ต้นกำเนิดจากอินเดียเรียกว่า calicot ผ้าที่ใช้พิมพ์ลายมักจะเป็นค็อตตอนหรือซิลค์ สื่อสารความรู้สึกวินเทจ แบบสาวหวานเรียบร้อย

Liberty

 

แบบโอเรียนทอล

ต้นแแปลงบมาจากพืชพันธุ์ในแถบตะวันออกหรือเขตร้อน มักจับคู่สีสันแบบคอนทราสต์ จัดจ้าน โดยมากใช้สีโทนร้อน นอกจากผ้าค็อตตอนแล้ว ยังนิยมพิมพ์บนผ้าที่พิเศษอื่นๆอีก เช่นซิลค์ ให้ความรู้สึกมีเสน่ห์ น่าค้นหา หรูหรา ดูแพง

Oriental Style

แบบกราฟฟิก

แบบกราฟฟิกนี้มีมาตั้งแต่ยุคเก่าย้อนหลังเป็นร้อยๆปี จนเรื่อยมาถึงยุคใหม่ โดยมีคอนเซ็ปต์ คือ กลีบดอกและใบไม้จะโดนประดิษฐ์ดัดแปลงให้แตกต่างจากธรรมชาติ แล้วมาจัดวางลวดลายซ้ำกันในทรงเรขาคณิตหรือเป็นทรงอื่นๆ ซึ่งแต่ละยุคการครีเอทก็แตกต่างกันไป เช่น ยุคบาโรค ตัวลายจะละเอียดยิบ มีการวางลายซ้อนกันแบบวิจิตร หรูหรา ในขณะที่สมัยเรโทรหรือ 70s นั้น ตัวกลีบหรือใบถูกลดทอนเหลือเพียงเส้นเรขาคณิตดูเรียบง่าย จัดวางลายซ้ำๆกัน จนถึงกับดูละลานตาในบางที แต่จะเห็นได้ว่าลวดลายแบบนี้ไม่มีรูปแบบเหมือนกันตายตัว แต่ละยุคไม่เหมือนกันแม้แต่น้อย เพียงแค่มีวิธีการคิดค้นที่เหมือนกันเท่านั้น

Retro Style
Baroque Style

 

เลือกลายดอกแบบไหนที่เป็นเรา

อยากมั่นใจ เริ่มใส่ยังไงดี ?

สำหรับคนที่ยังไม่มั่นใจหรือคุ้นเคยกับลายดอก ไม่แปลกที่คุณจะรู้สึกไม่มั่นใจ เพราะบางชิ้นก็แสนจะอะร้าอร่าม ดึงสายตาจากคนรอบข้างอยู่ไม่น้อย แต่ถ้าอยากแต่งเติมความสดใสให้กับการแต่งตัว ง่ายๆเลย คือ เริ่มจากเลือกลายที่ชอบ และเข้ากับบุคลิกของเรา เพราะมันจะทำให้คุณ carry ชุดอยู่และสวมใส่ด้วยความมั่นใจ  เช่น

เลือกชิ้นลายดอกแต่คงโครงชุดที่เราคุ้นเคย เพื่อให้ตัวเองไม่รู้สึกว่าใส่อะไรที่ไกลตัวเกินไป เช่น กระโปรงดินสอสีเข้มที่ใส่อยู่ประจำเปลี่ยนเป็นเลือกแพทเทิร์นเดิมแต่ตัดเย็บด้วยผ้าลายดอก ใส่กับเสื้อเชิ้ตปกติในชีวิตประจำวัน วิธีการจับลายดอกมาลงบนโครงไอเท็มเดิมก็ยังทำให้ความมั่นใจไม่หายไปไหน เพียงแค่แต่งเติมลวดลายให้ดูสนุกสนานขึ้นเท่านั้น

ใช้วิธี tone it down ด้วยโทนสี หากไอเท็มที่คุณหยิบมา สีสันจัดจ้าน สะดุดตา วิธีการจับคู่กับสีพื้นที่เป็นสีโทนเดียวกันหรือโทนสีที่เข้มขึ้นมา จะช่วยทำให้ลุคนี้ดูสบายตาขึ้น ไม่จัดจ้าน โดดเด้งมากไป อาจจะเลือกสีพื้นและสีลายเป็นสีโปรดที่คุณใส่อยู่ประจำก็ได้ เช่น จับคู่ลายดอกสี บนผ้าพื้นสี

หรือเริ่มจากแค่ไอเท็มชิ้นเล็กๆ เช่นชุดเรียบกับแน็คไทล์ลายดอก หรือ ชุดทำงานหรือถุงเท้าลายดอก

 

 

 

ขนาดของลายช่วยเสริมหุ่นคุณได้

เรื่องที่สาวๆหลายคนนึกไม่ถึง แต่สำคัญมากทีเดียว ตัวลายเล็กหรือใหญ่ให้น้ำหนักสายตาที่ต่างกัน ยกตัวอย่างเช่น เดรสลายดอกใหญ่บนสาวร่างเล็กนั้น ให้อารมณ์ที่เหมือนดอกไม้ใหญ่ๆอัดกันในพื้นที่แคบๆ ทำให้อาจจะดูล้น หรือแน่นจนเกินไป  ในขณะที่คนตัวใหญ่ใส่ลายดอกเล็กตัวก็จะดูใหญ่ขึ้นอีก เหมือนเวลาที่เราเห็นลายดอกเล็กๆซ้ำกันไปมาบนพื้นที่ใหญ่ๆ ยิ่งขยายความรู้สึกให้เราคิดว่าพื้นที่มันกว้างขึ้นไปอีก

นอกจากนี้แล้วโทนสีและลายดอกก็มีความสำคัญมาก เพราะถ้าสีที่ใช้ตัดกันมาก ลายจะดูโดดเด่นขึ้น เนื่องจากดึงสายตามากกว่า เมื่อเทียบกับลายดอกในโทนสีหม่นหรือสีสันในโทนเดียวกัน

ฉะนั้นลายดอกเล็กๆสีเรียบๆจะไม่เกิดการเน้นพื้นที่หรือให้วอลลุ่มใดๆ ในขณะเดียวกันลายดอกสีสันจัดจ้านเมื่อถูกจัดวางบริเวณใด ตำแหน่งนั้นจะถูกเน้นและโดดเด่นขึ้นมา ลองนึกถึงเดรสเรียบหนึ่งตัว มีลายดอกสีสันจัดจ้านสดใสในบริเวณเอวแน่นอนว่าไม่เข้ากันกับสาวที่มีพุงหรือต้องการพรางเอวอย่างแน่นอน ควรจำให้ขึ้นใจว่า ลายสีสันจัดจ้านนั้น ใช้เน้นในส่วนที่่ต้องการจะดีกว่า

และนอกจากนี้ลายดอกใหญ่ๆจะให้อารมณ์ที่ดู Modern กว่าดอกเล็กๆซึ่งดูเป็นสไตล์ Consevative

การใช้ลายเน้นในส่วนที่ต้องการดึงสายตา ช่วยพรางให้หุ่นดูเพียวขึ้นได้มาก

 

 

เลือกผ้าที่ดี อัพลุคให้ดูแพงขึ้น

ผ้าพิมพ์ลายนั้นนอกจากความสวยจะอยู่ที่ลวดลายแล้ว เนื้อผ้าก็มีส่วนขับให้ไอเท็มนั้นดูแพงขึ้นไปอีก ลายดอกนั้นเมื่อไปอยู่บนใยสังเคราะห์จะดูราคาถูกไปโดยปริยาย ยิ่งถ้าลายที่ควรจะดูสีสด แต่พิมพ์ออกมาผ้าดูสีซีดด้วยแล้วไม่ต้องพูดถึง พับเก็บไปได้เลย ส่วนเนื้อผ้าที่อัพราคาให้ลายพิมพ์ดอกนั้นก็ได้แก่ ผ้ากำมะหยี่ ผ้าซาติน ผ้าใยธรรมชาติ เช่น ซิลค์ คอตตอน ลินิน

การใช้ผ้าซาตินพิมพ์ลาย ช่วยอัพให้ลุคดูหรูหรายิ่งขึ้น

 

 

มิกแอนด์แมตช์เสื้อลายดอกยังไงไม่จำเจ

เปลี่ยนไอเท็มเปลี่ยนอารมณ์

ลายดอกไม่ได้มีไว้สำหรับสาวหวาน สไตล์เฟมินีนเสมอไป การเลือกจับคู่กับชิ้นไอเท็มอื่นๆเป็นอีกวิธีที่จะสร้างคีย์ลุคที่แตกต่าง กระชากอารมณ์ไปอย่างสิ้นเชิงได้เหมือนกัน

Smart Casual Style – สวมเบลเซอร์ตัวเก่งทับบนผ้าลายดอก ไม่ว่าจะเป็นการจับคู่กับเดรสหรือเสื้อเชิ้ต แมตช์นี้ช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือได้ขึ้นมาก แถมทำให้ชุดทำงานของคุณดูสดใส มีชีวิตชีวา ในขณะเดียวกันก็ไม่ดูเขร่งขรึม น่าเบื่อจนเกินไป

 

Lady Biker – ลายดอกกับอารมณ์ลุยๆ แจ็กเก็ตหนังสุดเื่ท่ หรือเล้กกิ้งหนัง แม้แต่รองเท้าผ้าใบ ไอเท็มเหล่านี้เป็นอาวุธชิ้นดีให้การใส่ลายดอกของคุณไม่หวานเลี่ยน ตรงกันข้ามยังให้ลุคคอนทราสต์สุดๆ ดูแล้วมีลูกเล่นในการแต่งตัวที่น่าสนใจอีกด้วย

 

Urban Boho – เป็นสาวฮิปปี้โบฮีเมียนได้ไม่ยากเลย เพียงจับคู่เดรสชีฟองกับเครื่องหนังสีธรรมชาติหรือฟอกฝาด ไม่ว่าจะเป็น หมวก กระเป๋า รองเท้า ก็แปลงร่างเปลี่ยนลุคให้อารมณ์ 70s ได้อย่างง่ายดาย

Floral & Denim – ใส่กับยีนส์ ไม่ว่าจะโทนสีไหน ก็ช่วยเพิ่มลุคเท่ห์ สลัดภาพลักษณ์สาวหวานลายดอกแบบเดิมๆ

Sweater ลายดอก จับคู่กับยีนส์และเสื้อเชิ้ตทำให้ลุคนี้ดูทะมัดทะแมงขึ้นมาทันตา

 

Super Stripe – เลือกจับคู่กับลายทางกราฟฟิก ช่วยได้ดูน่าสนใจขึ้น เบรกอารมณ์ความหวานให้ไม่เลี่ยนเกินไป

 

Accent with bold colour – ใช้โทนสีส่งอารมณ์

หลังจากสวมชุดสวยแล้ว ไอเท็มที่เหลือก็สำคัญไม่แพ้กัน

เลือกดึงสีที่สดที่สุด ในลายนั้นขึ้นมา Accent ด้วยไอเท็มที่เหลือไม่ว่าจะเป็นกระเป๋าหรือรองเท้า ใช้Accessories ขับอารมณ์ให้ดูโดดเด่นขึ้น

เลือกใส่กระโปรงสีชมพู Fuchsia ซึ่งเป็นสีที่เด่นที่สุดของเสื้อลายดอกด้านบน ช่วยขับให้ลุคนี้ดูสวยปังขึ้นมา
หยิบสีส้มในลายดอกมาชนกับเดรสที่พื้นส่วนใหญ่เป็นสีน้ำเงิน ช่วยให้การจับคู่สีดูมีลูกเล่นมากขึ้น
ใช้ Accessories สร้างสีที่โดดเด่นในแต่ละคีย์ลุค