รีวิว Tomorrow I Will Date with Yesterday’s You เหตุผลที่ทำไมคุณต้องดูเรื่องนี้

ความสัมพันธ์ของพวกเขาแทบจะเป็นไปไม่ได้ เจอกันแค่ 30 วัน ในทุกๆ 5 ปีเท่านั้น แต่พวกเขาก็ทำให้เราเห็นว่า คำว่ารักทำให้เราทำเรื่องที่ไม่น่าเชื่อได้

รีวิว Tomorrow I Will Date With Yesterday's You เน้นๆ 5 เหตุผลที่ทำไมคุณต้องดูเรื่องนี้

“ถ้าพวกเราไม่ได้อยู่บนโลกใบเดียวกัน แล้วเราจะยังรักกันได้มั้ย?” แค่ประโยคนี้ก็มีความน่าสนใจแรงแล้ว สำหรับภาพยนตร์ ‘Tomorrow I Will Date with Yesterday’s You’ หรือ ‘พรุ่งนี้ผมจะเดตกับเธอคนเมื่อวาน’ ที่สร้างจากนิยายชื่อดังที่ฮิตโดนใจหนุ่มสาวทั่วญี่ปุ่น และมียอดจำหน่ายสูงถึง 1 ล้านเล่มใน 2 ปีเลยทีเดียว และในตอนนี้ก็เข้าฉายในโรงภาพยนตร์ที่ไทยเราแล้วด้วยนะคะ ซึ่งเป็นหนังที่น่าจับตามองอีกเรื่องในเดือนแห่งความรักนี้จริงๆ เรามาดูกันดีกว่าว่าเหตุผลหลักๆ ที่ทำให้เราต้องห้ามพลาดเรื่องนี้คืออะไรกันบ้าง

สถานที่ถ่ายทำของเรื่อง มีความสวยงามน่าตามรอย

แน่นอนว่าหนังญี่ปุ่นเกือบทุกเรื่องนอกจากจะมีเนื้อเรื่องที่ชวนติดตามและเข้มข้นแล้ว อีกเรื่องหนึ่งที่ถือว่าเป็นจุดเด่นของหนังญี่ปุ่นก็คือสถานที่ถ่ายทำที่สวยงามนั่นเองค่ะ ซึ่งแต่ละสถานที่ก็มีความสวยงามและความหมายที่แตกต่างกันออกไป ไม่ว่าจะเป็น Kyoto Botanical Garden สวนพฤกษชาติแห่งแรกของประเทศญี่ปุ่นที่มีความสวยงามและโรแมนติก หรือจะเป็น Fushimi Inari-taisha ศาลเจ้าที่เกียวโต ซึ่งมีความโดดเด่นที่มีเสาประตูศาลเจ้าถึง 1,000 ต้น ที่ดูแล้วอยากจะบินไปตามรอยถ่ายรูปกับสถานที่มาอวดเพื่อนๆ ลงโซเชียลบ้างจริงๆ

ถึงแกนหลักของเรื่องจะเป็น Sci-Fi แต่นำเสนอออกมาได้โรแมนติกแบบกลมกล่อม

รีวิว Tomorrow I Will Date With Yesterday's You เน้นๆ 5 เหตุผลที่ทำไมคุณต้องดูเรื่องนี้

ถึงแม้หัวใจหลักของเนื้อเรื่องจะสื่อไปในเชิงวิทยาศาสตร์โลกคู่ขนาน แต่ว่าการดำเนินเรื่องนั้นกลับนำเสนอออกมาได้อย่างสวยงาม ลงตัว กลมกล่อม และที่สำคัญมีความโรแมนติกหนักมาก ถึงแม้จะมีความอึดอัด รู้สึกหน่วงกับอารมณ์ตัวละครไปตลอดเรื่อง แต่มันก็ทำให้เราได้รู้ว่า ไม่มีอะไรยิ่งใหญ่และทรงพลังไปกว่าความรักที่คนสองคนร่วมกันฝ่าฟันอุปสรรคต่างๆ เพื่อให้ได้มีช่วงเวลาที่ดีให้จดจำร่วมกัน ซึ่งมันทำให้เรามีความเชื่อว่าในโลกนี้รักแท้มีอยู่จริง แต่ข้อเสียอยู่ที่การเล่นกับเวลา เลยทำให้เราจับต้นชนปลายไม่ถูก จึงมีความงงอยู่เบาๆ

ความรักที่รู้ว่าจะเจ็บ แต่ก็ต้องลองเสี่ยง

รีวิว Tomorrow I Will Date With Yesterday's You เน้นๆ 5 เหตุผลที่ทำไมคุณต้องดูเรื่องนี้

ถึงแม้เนื้อเรื่องของหนังจะเล่าราวผ่านพระเอก (ทาคาโตชิ) ซะส่วนใหญ่ แต่ว่าการแสดงของนางเอก (เอมิ) นั้นกลับมีพลังและสื่อออกมาได้ถึงความเจ็บปวดของฝ่ายผู้หญิงได้ขยี้กว่าฝ่ายชายมากเป็นเท่าตัว เพราะว่าทุกๆ สิ่งที่เอมิได้ทำกับทาคาโตชิในแต่ละวันนั้นคือครั้งสุดท้ายที่เธอจะทำแบบนั้นกับเขา ไม่ว่าจะเป็นการกอด การบอกรัก และการพบเจอเป็นครั้งแรก แต่เธอต้องทำเป็นมีความสุขทั้งๆ ที่เธอต้องแบกความเจ็บปวดเอาไว้ไม่ต่างกับทาคาโตชิ ยิ่งฉากที่เฉลยตอนจบนั้นยิ่งเป็นอะไรที่พีคมากๆ จนหลายคนต้องเสียน้ำตากับฉากนี้ ซึ่งถึงแม้จะรู้ว่ามันต้องเจ็บปวด แต่ทั้งคู่ก็เลือกเส้นทางนี้เพราะคำว่า “รัก” นั่นเอง

พัฒนาการความหล่อของพระเอกตลอดทั้งเรื่อง

รีวิว Tomorrow I Will Date With Yesterday's You เน้นๆ 5 เหตุผลที่ทำไมคุณต้องดูเรื่องนี้

อีกหนึ่งสิ่งที่จะไม่พูดไม่ได้นั่นก็คือความหล่อเหลาของน้องโซตะ พระเอกของเรา ที่รับบททาคาโตชินั่นเอง เพราะเราจะเห็นความเปลี่ยนแปลงทางบุคลิกและภาพลักษณ์ของเขาอย่างชัดเจนตั้งแต่เป็นหนุ่มเซอร์ผมยุ่งขี้อาย ไม่มีความสามารถในการตัดสินใจ ได้เปลี่ยนลุคมาเป็นหนุ่มหล่อสุดอบอุ่นที่มีความคิดและการแสดงออกเป็นผู้ใหญ่และผู้นำมากยิ่งขึ้น ซึ่งทำให้เรามีความหลงในความอบอุ่นและใจหล่อของเขาแบบไม่รู้ตัว ง่ายๆ ว่าเห็นหน้าหล่อๆ ของน้องโซตะตลอดเรื่องก็คุ้มเงินค่าตั๋วเข้าไปดูแล้วค่ะซิส

หนังดีงามอบอุ่นไปด้วยบรรยากาศแห่งความรัก เหมาะกับเทศกาล Valentine มากๆ

รีวิว Tomorrow I Will Date With Yesterday's You เน้นๆ 5 เหตุผลที่ทำไมคุณต้องดูเรื่องนี้

เพราะหนังเรื่องนี้อบอวลไปด้วยความโรแมนติก ที่ดูไปอมยิ้มไปและอยากซบคนข้างๆ เราจึงแนะนำว่าให้ลากแฟนไปดูจะเป็นอะไรที่ได้อารมณ์และบรรยากาศมากๆ หรือถ้าโสดจะไปดูคนเดียวสวยๆ ก็ได้ เพราะดูแล้วมันทำให้เราอยามมีความรักจริงๆ ค่ะ ถึงโสดเราก็จะได้แรงบันดาลใจในเรื่องของความรักดีๆ ที่ให้เราออกตามหาความรักต่อไป ส่วนถ้ามีแฟนแล้วมันก็ทำให้เราอยากที่จะทำความรักในครั้งนี้ให้มันดีและน่าจดจำไปในทุกๆ วันค่ะ ดังนั้นเราจึงยกหนังเรื่องนี้ให้เป็นหนัง Must Watch ในช่วง Valentine กันไปเลย

คะแนนความน่าดู ♥♥♥♥♥

รีวิว Tomorrow I Will Date With Yesterday's You เน้นๆ 5 เหตุผลที่ทำไมคุณต้องดูเรื่องนี้

ที่จริงเราจะให้แค่ 4 คะแนนค่ะ เพราะความสับสนในหนังที่เล่นกับช่วงเวลา ทำให้เรารู้สึกงงในขณะที่ดู แต่เมื่อมีการเฉลยปมแล้วมันกลับทำให้รู้สึกประทับใจและตราตรึงในหัวใจจนอยากกลับไปดูอีกครั้ง จุดนี้ต้องขอยกเครดิตให้ผู้กำกับอย่าง ทาคาฮิโระ มิกิ ที่สามารถนำเสนอเนื้อหาออกมาในโทนที่อบอุ่น มีความสุขและความเจ็บปวดออกมาได้อย่างลงตัว ดังนั้นเราเลยเพิ่มให้อีก 1 คะแนนเป็น 5 คะแนนเต็มไปเลย เรื่องนี้บอกเลยว่าไม่ควรพลาด (แนะนำว่าพกทิชชูติดไปในโรงด้วยก็ดีนะคะ)