Kimberley’s Squad คิมเบอร์ลี่ แอน เทียมศิริ กับทุกเรื่องราว และ 7 คนที่รักที่สุด

คิมเบอร์ลี่ แอน เทียมศิริ กับเรื่องราวชีวิต ที่ทำให้เราเห็นว่าไม่ใช่แค่นางเอกในละครเท่านั้น แต่เธอนี่ล่ะ นางเอกในชีวิตจริงที่จับต้องได้

คิมเบอร์ลี่

ภายใต้ท่าทางสบายอกสบายใจของ คิมเบอร์ลี่ แอน เทียมศิริ ในวันถ่ายแบบปก Lisa เล่มล่าสุดนี้ เราสังเกตเห็นว่า เป็นความชิลล์ที่เปี่ยมไปด้วยความเป็นมืออาชีพ ท่าทีสวยใสแต่สตรองเปื้อนยิ้มแบบนั้นล่ะ ที่ผ่านกาลเวลามาพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าเธอคือนักแสดงที่เป็นนางเอกในชีวิตจริง

กว่าจะก้าวมาอยู่จุดนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย

“มันยาก” เธอว่า “สมัยแคสต์งานโฆษณา คิมหมดค่าแท็กซี่ไปไม่รู้เท่าไหร่กว่าจะได้งานมาสักชิ้น ค่าแท็กซี่นี่น่าจะเอามาปลูกบ้านได้เลยนะ (หัวเราะ) แล้วพอเรามาเป็นนักแสดงใหม่ๆ ก็มีความยากไปอีกสเต็ป เพราะตอนเล่นละครเรื่องแรก ภาษาไทยเรายังไม่ดีนัก นี่คืออุปสรรคใหญ่เลย เราคิดไม่ออกว่าต้องใช้คำไหนแทนคำที่ไม่เข้าปาก ไม่เหมือนตอนนี้ที่เราเปลี่ยนบทพูดให้เข้าปากเราได้ แต่ก่อนต้องท่อง ต้องทำการบ้านหนักหนัก แต่คิมอยากกลับไปเป็นอย่างนั้นนะ รู้สึกว่านางขยันเหลือเกิน อยากกลับไปมีไฟแบบนั้นอีกครั้ง”

แม้จะโด่งดังในฐานะนางเอก แต่เธอก็ยังถ่อมตัว

“คิมไม่เคยคิดว่าตัวเองดัง” เธอตอบชัดถ้อยชัดคำ แม้ว่าออกงานทีไรจะมีป้ายไฟคนรักคิมตามไปให้กำลังใจมหาศาลทุกทีทุกที่ก็ตาม “คิดว่าเป็นที่รู้จักพอประมาณค่ะ เพราะมีแฟนคลับที่รักเราและอยู่กับเรามานาน แต่ไม่เคยรู้สึกว่าเราเก่งพอแล้วหรือว่าดังพอแล้ว คิมว่าตัวเองยังขาดอีกเยอะมาก ยังมีอีกหลายบทบาทที่ยังไม่เคยลองเล่น เรื่องธุรกิจเราก็ยังไม่เคยคิด ไม่เคยทำ ยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าอยากทำอะไร แต่ในอนาคตคิมอยากมีธุรกิจเป็นของตัวเองนะ เพราะเราเหมือนเสาหลักของครอบครัว คิมไม่อยากให้ใครลำบากเลยแม้แต่คนเดียว (เน้นเสียง) อยากให้ทุกอย่างเพียงพอและเพอร์เฟ็กต์ ไม่ใช่ว่าหาภาระเกินตัว เพราะคิมว่าคิมทำได้”

คิมเบอร์ลี่

7 คนที่ คิมเบอร์ลี่ รักที่สุด

ตลอดเส้นทาง 7 ปีเต็มในวงการบันเทิงไทยของคิมเบอร์ลี่ แอน เทียมศิริ ไม่เคยขาดความรัก บุคคลในดวงใจของนางเอกคนดังแห่งช่อง 3 จะมีใครบ้าง ไปฟังคำสารภาพจากปากเธอกันเองแบบเต็มๆ

1. คิมเอง

“ตอนเด็กๆน้ำหนักสูงสุด 70 กว่ากิโล แต่เราอยากเป็นนักแสดง เลยตั้งใจดูแลตัวเอง กินน้อยลง แล้วออกกำลังกายเยอะๆ เป็นคนกินเผ็ดมากไม่ได้ แต่ชอบกินส้มตำที่สุด ถ้าล้างครกก็จะขอใส่พริก 1 เม็ด แล้วแต่ก่อนชอบกินขนมปังมาก ก็ต้องลดๆ ลงไปนิดนึง แต่มีวันขี้โกงไปกินอาหารอิตาเลียนหรืออาหารญี่ปุ่นบ้าง”

2. ครอบครัว

“ข้อเสียที่สุดของการทำงานในวงการคือไม่ค่อยมีเวลาให้ครอบครัว เราเพิ่งจะมารู้ตอนที่เสียคุณพ่อไปว่าเราควรจะให้เวลาครอบครัวมากกว่านี้ คิมทำงานค่อนข้างเยอะ เล่นละคร อีเว้นท์ ถ่ายโฆษณา ทำงานทุกวัน พอกลับถึงบ้านคุณพ่อก็เข้านอนแล้ว ตอนนี้ปรับตัวเองใหม่ เพราะครอบครัวสำคัญที่สุดในชีวิต คิมจะสนิทกับเจน พี่สาวที่สุด เราอายุห่างกันปีเดียว เจนหน้าสวยกว่าคิม ถ้าผอมก็คือพี่แอน ทองประสมเลย แต่ว่านางอวบเกินระยะสุดท้ายไปแล้ว ส่วนพี่ชาย 2 คน คิมจะหวาน กอดกัน พูดไอเลิฟยูใส่ตลอด หรือถ้าคิมมีปัญหาอะไร โทรหาเขากริ๊งเดียวก็มาอยู่กับเราทันที แต่กับเจนจะเป็นคู่กัดกัน แปลกนะถ้าคิมร้องไห้ เจนจะร้องไห้ตาม แต่ด้วยความที่ญาติเราก็ไปคนละทิศคนละทาง เรามีกันแค่ 4 คนพี่น้อง แล้วก็คุณลุง ครอบครัวอีกฝั่งอยู่อเมริกา อีกฝั่งก็อยู่เยอรมันซึ่งห่างกันมาก ในอนาคตคิมก็อยากมีครอบครัวของตัวเอง ขยายสมาชิกค่ะ”

3. แอน ทองประสม

“พี่แอนเป็นต้นแบบของคิมในวงการบันเทิงตั้งแต่ก่อนจะรู้จักกัน คิมเล่นละครกับพี่แอนมาหลายเรื่อง เจอปัญหามากมายมาด้วยกัน ซึ่งไม่ว่าจะเป็นเรื่องอะไรก็ตาม พี่แอนจะเป็นคนแรกๆ ที่พุ่งเข้ามายืนข้างๆ โดยที่เราไม่ต้องพูดอะไร แล้วเป็นคนที่แค่มองหน้าโดยไม่ต้องใช้คำพูดก็รู้ว่าเรารู้สึกยังไง แค่พี่แอนดูการแสดงของเราในฉากนั้นก็จะรู้แล้วว่าเราเจออะไรมาบ้าง เขากล้าพูดกับเราตรงๆ แม้แต่ในเรื่องที่เราไม่ยอมรับ เพราะคิมมีความดื้อนิดนึง เวลาเขาพูดอะไรจะสะเทือนใจเรา เพราะสิ่งที่เขาพูดมันคือความจริง เราจะเก็บไปอารมณ์เสีย แล้วค่อยๆ ยอมรับว่าตัวเองผิด พอโตขึ้นก็คิดได้ว่าเขาพูดแรงเพราะหวังดี อยากให้เราเก่งกว่านี้ ดีกว่านี้ พี่แอนสอนทั้งเรื่องการแสดง การใช้ชีวิตและเรื่องระบบความคิดค่ะ”

ส่วนอีก 4 คนที่เหลือจะเป็นใครนั้น ไปหาคำตอบได้ใน Lisa Magazine ฉบับเดือนมิถุนายนนี้ค่ะ