เพราะอะไร? ทำไมละคร สงครามนางงาม 2 ถึงแซบโดนใจ ถูกจริตคนดู

เพราะอะไร ทำไมเราถึงต้องติดตามละคร สงครามนางงาม 2 กันนะ?

ถ้าใครเป็นขาละคร ชอบดูละครที่มันแซบถึงใจเพราะบทบาทตัวละครมีความเชือดเฉือนกันแล้วละก็ คงไม่มีใครที่ไม่รู้จักละครเรื่อง สงครามนางงามกันอย่างแน่นอน

ซึ่งตอนนี้สงครามนางงามก็เดินทางมาถึงซีซั่นที่สองกันแล้ว ซึ่งกระแสความแซบ ความเผ็ด ความแรง อย่างเดียวก็คงจะไม่ได้ช่วยให้ละครเรื่องนี้ประสบความสำเร็จได้ถึงเพียงนี้หรอก แต่เป็นเพราะองค์ประกอบหลายๆ อย่างที่ผสมรวมตัวกันอย่างดีและกลมกล่อมต่างหากที่ทำให้ละครเรื่องนี้สนุกและเป็นที่พูดถึงกันอย่างกว้างขวาง โดยครั้งนี้เราจะมาดูกันว่าเพราะอะไรถึงเป็นสิ่งที่ผลักดันให้ สงครามนางงาม 2 โดดเด่นกว่าละครทั่วไปได้ขนาดนี้

1. ความสำเร็จจากซีซั่นที่หนึ่ง

เพราะอะไร ทำไมเราถึงต้องติดตามละคร สงครามนางงาม 2 กันนะ?

แน่นอนว่าถ้าซีซั่นแรกทำออกมาไม่ดี ก็คงจะมีซีซั่นต่อไปออกมาไม่ได้อย่างแน่นอน ถ้าจะถามว่าอะไรที่ทำให้มันปังได้ขนาดนี้ ก็คงจะต้องตอบว่าเพราะบทบาทและเนื้อเรื่องของซีซั่นหนึ่งนั้นเรียกได้ว่าแรงและฉีกไปจากละครทั่วไป มีความแซบ มีความแรง ตีแผ่วงการขาอ่อนในมุมที่เรียกว่าไม่มีใครรู้มาก่อน ซึ่งอะไรแบบนี้มันช่างถูกจริตคนไทยดีนักแล อีกทั้งยังมีบทละครที่เรียกได้ว่าเป็นปมเป็นปริศนาที่จะคอยเฉลยออกมาเรื่อยๆ แต่สุดท้ายก็หักมุมจนทำให้คนดูคาดไม่ถึงกันตลอดเวลา จึงไม่น่าแปลกใจที่ละครเรื่องนี้จะสะกดคนดูให้ติดหน้าจอได้อย่างไม่ยาก

2. ขุ่นแม่!!!!!!!!!

เพราะอะไร ทำไมเราถึงต้องติดตามละคร สงครามนางงาม 2 กันนะ?

เพราะแม่ก็คือแม่ปะล่ะ!!! พี่เกด “ลูกเกด เมทินี กิ่งโพยม” นี่แหละคือสาเหตุที่ทำให้เราต้องมารอหน้าจอทุกคืนที่ออกอากาศ หลังจากที่ขุ่นแม่หายไปมีครอบครัวเลี้ยงลูกมาได้ซักพัก แม่ก็กลับมาปังอีกครั้งกับรายการ The Face Thailand ที่บทบาทเป็น Mentor ที่แรงและจัดเต็มกับทุกๆ บททดสอบจนเป็นที่พูดถึงและเกิดเหตุการณ์ลูกเกดฟีเวอร์ขึ้นมาอีกครั้งหลังจากที่แม่เคยทำมาแล้วในช่วงยุค 90 ซึ่งมันก็ออกอากาศไล่เลี่ยกันกับ สงครามนางงามซีซั่นแรก ที่บทบาทของคุณแม่ก็คือผู้จัดการกองประกวด ซึ่งมีหน้าที่ดูแลและจัดการเหล่าเด็กๆ นางงาม คล้ายๆ กับการเป็น Mentor ในรายการ The Face นั่นเอง มันจึงทำให้หลายๆ คนคล้อยตามไปกับลุคนี้ และอินไปกับคุณแม่ได้อย่างลื่นไหล

3. การทำให้คนดูมีส่วนร่วม

เพราะอะไร ทำไมเราถึงต้องติดตามละคร สงครามนางงาม 2 กันนะ?

เพราะถ้าจะเอานักแสดงหลักหน้าใหม่ที่ไม่ใช่ดาราดังๆ มาเล่นแล้วละก็เชื่อว่าคนดูก็คงไม่ดูกันหรอก แต่ทำไมละครเรื่องนี้กลับได้รับความนิยมอย่างล้นหลามล่ะ? คำตอบนั้นง่ายมาก เพราะละครเรื่องนี้ทำให้คนดูมีส่วนร่วมตั้งแต่ต้นจนจบ จากการศึกษาแล้วผู้คนสมัยนี้มักจะเข้าถึงและอินกว่าเมื่อตัวเองมีส่วนร่วมได้ลุ้นไปกับคนที่ตัวเองชอบ ดังนั้น สงครามนางงาม จึงทำ The Casting Project ออกมาเพื่อค้นหาสาวกลุ่มใหม่ที่จะมาเล่นละครเรื่องนี้ เป็นรายการแนว Reality คัดคนนั่นเอง เพื่อให้คนดูได้มีโอกาสรู้จักและสัมผัสกับตัวละครในแต่ละคนก่อนที่จะคัดให้เหลือจำนวน 10 คนที่จะได้ไปต่อได้เล่นละคร อีกทั้งวิธีนี้ยังเป็นการสร้างฐานแฟนคลับให้กับนักแสดงแต่ละคนอีกต่างหาก ยิงปืนนัดเดียวได้นก 2 ตัวจริงๆ

4. ตัวละครที่คนดูคุ้นหน้ามาก่อน

เพราะอะไร ทำไมเราถึงต้องติดตามละคร สงครามนางงาม 2 กันนะ?

ในซีซั่นนี้ตัวละครหลักของละครเรียกได้ว่าเราอาจจะคุ้นหน้าคุ้นตามาจากรายการอื่นๆ มาก่อน ยกตัวอย่างเช่น มิลา ธนาภา ที่เราเคยเห็นหน้าเห็นตามาก่อนในรายการ The Face Thailand Season 1 ที่เธอโชว์ความสามารถของตัวเองออกมาจนเข้ารอบ 3 คนสุดท้ายได้ และครั้งนี้เธอก็เข้ามาแข่งขัน The Casting Project จนติดใน 10 อันดับ ได้เป็นตัวละครหลักในเรื่อง และ หลิงหลิง ปิยะดา กะเทยสวยจากประเทศลาวที่ผู้หญิงต้องยอมซูฮกในความงามของเธอจริงๆ โดยสาวคนนี้ก็ติด Top 3 ของการประกวดสาวประเภทสองที่สวยที่สุดในโลกอย่าง Miss International Queen ปี 2014 และเข้ารอบ 10 อันดับเช่นกัน ดังนั้นก็ทำให้เหล่าฐานแฟนคลับของหลากหลายเวทีมารวมอยู่ในละครเรื่องนี้กันอย่างหนาแน่นจนเป็นที่พูดถึงและประสบความสำเร็จในที่สุด

5. บทบาทที่แชบขึ้นกว่าเดิม

เพราะอะไร ทำไมเราถึงต้องติดตามละคร สงครามนางงาม 2 กันนะ?

อย่างที่เรารู้ๆ กันว่าละครเรื่องนี้มักที่จะเอาเหตุการณ์ที่เคยเกิดขึ้นในวงการบันเทิงหรือนางงามมาเรียบเรียงและปรับแต่งให้น่าดูมากขึ้นจนเป็นกระแส เป็นที่พูดถึงบนโลกโซเชียลอยู่เสมอๆ ดังนั้นซีซั่น 2 นี้ไม่ต้องพูดถึง แค่ออกอากาศไปไม่กี่ตอนก็แซบก็เผ็ดถึงพริกถึงขิงกันแล้ว มีการติด Hashtag ติดเทรนด์ twitter ในประเทศไทยอยู่บ่อยๆ เราคงจะบอกอะไรไม่ได้นอกจากคำว่า “ถ้าไม่แซบจริงนี่ทำไม่ได้นะจ๊ะ”

//me ตั้งตาดูแบบเอาจริงเอาจัง
nxoqrd5qhPQgXAbQ1oP-o
Image Source: Exact Intertrade Co., Ltd.