นุ้ย-สุจิรา จากนางสาวไทยสู่พิธีกรมือโปร

นุ้ย-สุจิรา จากนางสาวไทยสู่พิธีกรมือโปร

ขึ้นชื่อว่าเป็นสาวเก่งอีกคนสำหรับ นุ้ย-สุจิรา อรุณพิพัฒน์ ที่ตำแหน่งนางสาวไทยปี 2544 นำพาให้เธอก้าวมาสู่วงการบันเทิง จนทุกวันนี้กับการเป็นพิธีกรมือโปรของหลายรายการพ่วงด้วยหน้าที่คุณแม่ที่เลี้ยงลูกเอง สมกับเป็นเวิร์กกิ้งวูแมนยุคใหม่ที่สวยเก่งในทุกๆ ด้านจริงๆ

นุ้ย-สุจิรา จากนางสาวไทยสู่พิธีกรมือโปร

ได้ยินว่าเป็นพิธีกรอยู่หลายรายการพร้อมกัน

“ใช่ค่ะ ตอนนี้เป็นคุณแม่ด้วยค่ะ (หัวเราะ) และทำพิธีกรรายการ ห้องข่าวบันเทิง ช่องเวิร์คพอยท์ รายการปากโป้ง ช่อง 8 รายการบอกเก้าเล่าสิบ ช่อง 9 โมเดิร์นไนน์ รายการ The Dish เมนูทอง ช่องเวิร์คพอยท์ และรายการคุยกันลั่นบ้าน ไทยพีบีเอส ส่วนงานละครใช้เวลาเยอะ มีลูกยังเล็ก เราเลี้ยงเอง ไม่มีพี่เลี้ยง เพราะฉะนั้นนุ้ยก็เลยต้องเลือกระหว่างงานกับลูก ก็ต้องเลือกลูก งานละครก็เลยต้องพักยาวเลย“

เส้นทางพิธีกรของ นุ้ย-สุจิรา

“นับตั้งแต่เป็นนางสาวไทยเลยค่ะ เราขอผู้ใหญ่เอง เพราะรู้สึกว่าการเป็นนางสาวไทยแล้วไปตามงาน ไปยืนสวยๆ ไม่มีประโยชน์เลย ก็ขอผู้ใหญ่บอกว่าถ้าไปงานขอเป็นพิธีกรได้มั้ย ไม่อยากไปยืนสวยๆ อยากไปทำงานอะไรก็ได้ให้เขา ไม่ใช่เป็นเหมือนไม้ประดับ ตอนนั้นก็ยังเด็กแหละ อุดมการณ์แรงกล้าว่าเราไม่อยากให้คนมองว่าเป็นนางสาวไทยสวยอย่างเดียว เราก็มีความสามารถด้วยนะ ก็เลยขอผู้ใหญ่ทำงานตั้งแต่นั้น ก็ได้ฝึกมาตั้งแต่ตอนนั้น  ไม่รู้หรอกว่าเราชอบงานพิธีกรรึเปล่า รู้สึกแค่อยากแสดงความสามารถของตัวเองมากกว่านี้ ก็คงไม่มีไรมากเท่าหน้าที่พิธีกร เพราะเวลาไปงานอีเว้นท์ไม่เป็นผู้ร่วมงานก็เป็นพิธีกร ”

งานทุกวันนี้คือสิ่งที่รัก

“เป็นนางสาวไทยมาตั้งแต่ปี 1 อยู่ในวงการบันเทิงมาตลอด ได้เรียนรู้อะไรหลายๆอย่าง เรารู้สึกว่าทำสิ่งที่รัก ว่าเราจะเกิดมาเพื่อสิ่งนี้นะ แต่ด้วยสิ่งนั้นมันทำให้เราเจอตัวเอง ทำให้เราเห็นว่าสิ่งนี้แหละคือสิ่งที่เราชอบ อย่างแม่กับพ่อนุ้ย เคยบอกว่าตอนเด็กๆนุ้ยไม่ชอบอ่านหนังสือเลย แต่เห็นลูกตัวเองมานั่งอ่านบทเป็นปึ๊งๆ หนากว่าหนังสือ ที่สำคัญจำได้ในเวลารวดเร็ว แม่ก็เลยบอกว่าเออเกิดมาเพื่อสิ่งนี้จริงๆ  ด้วยประสบการณ์มันทำให้เรารู้สึกว่าควรทำอะไรในสิ่งที่เรารัก ถ้าเรารักจะไม่เหนื่อย มันก็เป็นคำตอบว่านี่คืออาชีพที่เรารักจริงๆ”

นุ้ย-สุจิรา จากนางสาวไทยสู่พิธีกรมือโปร

ถึงโปรแล้วก็ต้องพัฒนา

“นุ้ยโชคดีตอนนั้นได้ร่วมงานกับครูเล็ก-ภัทราวดี เขาก็เลยสอนว่าเราเป็นนักแสดง เป็นพิธีกร เราอย่าหยุดพัฒนาตัวเอง อย่าเป็นน้ำเต็มแก้ว ให้เป็นน้ำครึ่งแก้ว ให้เติมความรู้ความสามารถตัวเองตลอดเวลา อย่าไปคิดว่าตัวเองเก่งแล้ว ประสบความสำเร็จแล้ว แล้วเราหยุดพัฒนาตัวเอง เลยไม่คิดว่าการเป็นพิธีกรเราเก่งแล้ว คิดว่าทุกรายการที่เข้ามาแม้ว่าเป็นแนวที่ทำแล้ว ทั้งเกมโชว์ วาไรตี้ ข่าว ทำมาหมดแล้ว แต่ทุกๆงานเราจะต้องพัฒนาต่อไปเรื่อยๆ ไม่หยุด ต้องเก่งกว่าเดิม “

สิ่งที่อยากทำในอนาคต

“นอกจากเราจะทำงานเป็นผู้รับจ้างอย่างสมบูรณ์แล้ว เราต้องโตไปในอาชีพของเราด้วย เช่น อยากทำรายการอะไร อยากเสนอในมุมมองไหน  แต่จุดสำคัญเราต้องมองว่าคนดูอยากได้อะไรด้วย ดูจากตัวเราก่อนว่า เรานำเสนออะไรที่เหมาะกับเรา และคนดูเชื่อในสิ่งที่เรานำเสนอด้วย นุ้ยชอบอาหาร ชอบไลฟ์สไตล์ และตอนนี้เป็นคุณแม่ด้วยก็กำลังคิดอยู่ว่าจะเอาทุกอย่างมาผสมผสานกัน และอยากช่วยสำหรับคนที่เป็นคุณแม่มือใหม่ เพราะตอนที่นุ้ยเป็นคุณแม่ค่อนข้างมืดแปดด้าน ถ้ามีคนที่มีข้อมูลอะไรดีมาแชร์ก็จะช่วยได้มาก ตอนนี้ก็พยายามจะฟอร์มให้เป็นรูปเป็นร่างอยู่”

นุ้ย-สุจิรา อรุณพิพัฒน์

บทบาทคุณแม่

“ตอนนี้น้อง ‘รดา’  8 เดือนย่าง 9 เดือน ค่ะ ก็เป็นประสบการณ์ที่ในชีวิตนึงเราไม่คิดว่าเราจะต้องเสียสละอะไรขนาดนี้ ความเป็นแม่คือการเสียสละ นอกจากเสียสละร่างกายของเราแล้ว พอเราตั้งครรภ์ มันไม่ใช่ลูกเอาเซลล์ทุกอย่างที่เราสะสมมาเอาไปให้ที่เชานะ มันเสียสละกระทั่งที่แบบ นุ้ยไม่ชอบฉีดยา แต่ก็ต้องยอดฉีดทุกอาทิตย์ เจาะเลือดทุกอาทิตย์ ทุกอย่างที่ไม่คิดว่าเราจะทำก็ทำเพื่อเขา และเวลาเราไม่คิดถึงตัวเองเลย ไปดูรูปเก่าๆตอนรดาเพิ่งเกิด คือเป็นอีเพิ้งจริงๆ ไม่หวีผมสามวัน รวบผม มัดจุกอยู่อย่างนั้นไม่ได้คลี่ออกมาเลย คือเราทุ่มให้เขาจริงๆ ไม่ได้คิดถึงตัวเองเลย ไม่มีเวลาให้ตัวเอง ทุ่มทุกอย่างให้ลูก”

เคล็ดลับการเป็นพิธีกร

“ต้องเริ่มจากใจรักก่อน ไม่ใช่แค่เราอยากเป็นเพราะค่าตอบแทน มันต้องเราอยากเป็นเพราะเรารักในอาชีพนี้ เราจะได้บอกข้อมูลดีๆกับคุณผู้ชมที่เขาอุตส่าห์เปิดมาดูเรา เขาจะเปิดไปดูช่องอื่นก็ได้ แต่ทำไมเขาต้องดูเรา เราต้องเคารพคนดู เคารพในอาชีตตัวเอง และตรงต่อเวลา ทำทุกวันให้เหมือนงานชิ้นสุดท้ายของเรา

***ติดตามบทสัมภาษณ์ฉบับเต็มของพิธีกรมือโปร ‘นุ้ย-สุจิรา’ ได้ในคอลัมน์ Her Story นิตยสาร Lisa No.9 หน้าปกนางเอกสาว ‘จุ๋ย-วรัทยา’ ได้ทุกแผงวันนี้ ***