เป๊ะเว่อร์ทันใจ ไม่ต้องเจ็บตัว ด้วย Sygma Lift

ขึ้นชื่อว่าผู้หญิง ไม่ว่าจะอายุเท่าไหร่ก็ต้องดูแลตัวเองให้ดี โดยเฉพาะสาวๆ วัยทำงานอย่างเรา ไม่เพียงแค่ต้องดูแลผิวพรรณให้ดูสดใสเท่านั้น แต่ยังต้องระวังความหย่อนคล้อยจะมาเยือนด้วย

ขึ้นชื่อว่าผู้หญิง ไม่ว่าจะอายุเท่าไหร่ก็ต้องดูแลตัวเองให้ดี โดยเฉพาะสาวๆ วัยทำงานอย่างเรา ที่ไม่เพียงแค่ต้องดูแลผิวพรรณให้ดูสดใสเท่านั้น แต่ยังต้องระวังเรื่องความหย่อนคล้อยจะมาเยือนด้วย
ช่วงอายุ 20 กลางๆ ค่อนไปทาง 20 ปลายๆ จนถึง 30 ต้นๆ เนี่ย เป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของผิวเลยก็ว่าได้ เพราะถ้าดูแลผิวไม่ดี ริ้วรอยก็จะมาไว ทำให้ดูแก่ ซึ่งเป็นอะไรที่ผู้หญิงเราไม่พึงปรารถนาที่สุด จริงอยู่ที่ว่ามีตัวช่วยมากมาย ไม่ว่าจะสกินแคร์หรือนวัตกรรมความงามต่างๆ แต่ปัญหาของสาวในช่วงอายุนี้ก็คือ เราไม่สามารถใช้ครีมบำรุงผิวอย่างเดียวได้แล้ว เพราะเริ่มจะเอาไม่อยู่ แต่ครั้นจะเข้าคลินิกไปซื้อทรีตเมนต์แบบฟูลคอร์ส ก็ดูจะเกินความต้องการไป เพราะหน้าเราก็ไม่ได้หย่อนอะไรขนาดนั้น อีกอย่างเดี๋ยวนี้สบาย เพราะเขามีเครื่องมือใหม่ๆ ที่ตอบโจทย์ปัญหาผิวหน้าเฉพาะจุดออกมาแล้วนะ

โชคดีที่เราได้รู้จักนวัตกรรมที่เรียกว่า Sygma Lift ซึ่งเป็นเทคโนโลยีในการดูแลผิวหน้าที่ตอบโจทย์สาวๆ อย่างเรามาก เพราะพอได้ลองเข้าไปใช้บริการ บอกเลยว่าติดใจ เพราะหลังจากทำได้มีโอกาสเจอช่างแต่งหน้าที่สนิทกันโดยบังเอิญ แต่ไม่ได้เจอกันมาเดือนกว่าๆ เจอหน้าปุ๊บ เค้าทักเลยว่าไปทำอะไรมา หน้าใสมาก แล้วดูรูปหน้าเรียวขึ้นด้วย ส่วนเพื่อนนี่ เข้ามาส่องใกล้ๆ เลย แถมเมนต์กันกระจายว่าหน้าดูกระชับสุดๆ แก้มหายไปไหนเนี่ย …

ปรึกษาหมอหรือผู้เชี่ยวชาญก่อน

สาวๆ คะ เรามีใบหน้าอยู่แค่เพียงหน้าเดียว จะทำอะไรกับมันทั้งทีต้องคิดดีๆ นะ ขนาดเลือกสกินแคร์ยังต้องเฟ้นหาแบบที่ดีและเข้ากับผิวของเราที่สุด แล้วการทำหน้าเนี่ย จู่ๆ จะให้เดินเข้าคลินิกไปทำเลยได้ยังไง เราต้องหาข้อมูลก่อน ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญก่อน ปัญหาของเราคืออะไร ต้องการแก้ยังไง ลองลิสต์ออกมาเป็นข้อๆ ค่ะ มันจะช่วยให้เราตัดสินใจได้ดีขึ้น

สำหรับปัญหาของสาววัยทำงานอย่างเรา สิ่งที่กังวลมากที่สุดคือเรื่องของริ้วรอยหย่อนคล้อย หางตาและมุมปากตก ทำให้ดูเศร้า ไม่สดใส คางเริ่มมีเหนียง อยากให้ผิวกลับมากระชับเต่งตึง พอรู้ถึงสิ่งที่ต้องการแล้ว เราก็เดินเข้าราชเทวีคลินิก สถาบันความงามที่เราวางใจ เพราะที่นี่มีทั้งหมอและผู้เชี่ยวชาญให้คำปรึกษาเราก่อนทำ ซึ่งไม่ใช่เค้าจะตามใจเราว่าอยากทำอะไรก็ได้ทำ แต่มีการบอกถึงความเป็นไปได้ในการทำ และแนะนำสิ่งที่เหมาะสมกับเราที่สุด อย่างตอนแรกเราคิดว่าจะทำอัลเธอร่า แต่คุณหมอดนัย ภววัฒนานุสรณ์ หรือคุณหมอบ๊วย ผู้เชี่ยวชาญด้านการปรับแต่งใบหน้า คุณหมอประจำอยู่ที่ศูนย์ ModiFACE ราชเทวีคลินิก สาขาเพลินจิต แนะนำเรามาว่า อายุเท่านี้ ริ้วรอยบนใบหน้ายังมีไม่มาก ไม่จำเป็นต้องทำอัลเธอร่า (Ulthera) เพราะมันจะเจ็บกว่า คลื่นอัลตราซาวนด์ที่ใช้ในการทำเหมาะกับผู้ที่มีริ้วรอยมากกว่า สำหรับเคสเรา Sygma Lift จะตอบโจทย์ได้ดีกว่า เพราะใช้เวลาในการทำน้อยกว่า เจ็บน้อยกว่า และค่าใช้จ่ายน้อยกว่า เหมาะสำหรับคนที่มีริ้วรอยยังไม่เยอะ

ทำไมต้อง Sygma Lift

Sygma Lift ใช้หลักการเดียวกันกับไฮฟู (Hifu) และอัลเธอร่า แต่ต่างกันที่ความถี่ของคลื่น ซึ่งเป็นคลื่นอัลตราซาวนด์ความถี่ 1,000 ครั้งต่อวินาที โดยเจ้าเครื่องนี้จะทำให้เกิดความร้อนที่ใต้ชั้นผิวหนังของเรา และความร้อนนี้เองจะไปกระตุ้นให้เส้นใยคอลลาเจนในผิวของเรามีการจัดเรียงตัวใหม่ ทำให้ผิวหดกระชับและดูตึงขึ้น เหมาะสำหรับคนที่มีริ้วรอยเล็กน้อย แต่อยากให้หน้ากลับมาดูเต่งตึงกว่าเดิม ขณะที่ไฮฟูและอัลเธอร่าจะเหมาะสำหรับคนที่มีใบหน้าหย่อนคล้อยและต้องการยกกระชับ

สำหรับเครื่อง Sygma Lift ของราชเทวีคลินิก เป็นเครื่องที่นำเข้ามาจากฝรั่งเศส คุณหมอเข้ารับการอบรมเรื่องการใช้เครื่องและเทรนพนักงานมาอย่างดี ดังนั้น ไม่ต้องห่วงรับรองว่าผลลัพธ์ได้ตามมาตรฐานเป๊ะทุกสาขา

วิเคราะห์ใบหน้า

แค่การปรึกษาพูดคุยกันธรรมดาอาจทำให้เรานึกภาพไม่ออก ราชเทวีคลินิก เค้ารู้ถึงปัญหานี้เป็นอย่างดี และล้ำหน้ากว่าที่อื่นตรงที่เค้ามีบริการถ่ายภาพใบหน้าแบบสามมิติ หรือ 3D ให้เราดูด้วย ไม่ต้องต่างคนต่างจินตนาการไปคนละแบบ ซึ่งมันดีกว่าการถ่ายภาพธรรมดา เพราะได้เห็นใบหน้าในทุกมุม ทำให้เรารู้ว่าควรทำตรงไหนบ้าง และถ้าทำแล้วออกมาจะเป็นอย่างไร มากไปหรือน้อยไป จะได้สวยแบบไม่มโน

สำหรับเคสของเรา คุณหมอแนะนำให้ยกหางคิ้วขึ้น ลบริ้วรอยที่หางตา และสร้างกรอบหน้าชัดเจนขึ้น เพื่อที่ใบหน้าจะได้ดูเล็กลงทำให้แลดูอ่อนเยาว์

Sygma Lift

หลังจากคุยกับคุณหมอจนมั่นใจ และได้ปรับรูปหน้าในภาพแบบ 3D จนพึงพอใจแล้ว เราก็เข้าไปในห้องทำหัตถการได้เลย (ถ้าใครจะทำกับคุณหมออาจจะต้องจองคิวกันนิดนึง เพราะฮอตมาก แต่ถ้าไม่ซีเรียส ทำกับผู้เชี่ยวชาญก็ได้ผลดีไม่ต่างกัน เพราะเค้าเทรนมาแบบมีมาตรฐาน ไม่ต้องกังวลค่ะ) เริ่มจากการเช็ดเครื่องสำอางออกจากผิวหน้ากันก่อน เราแค่นอนสวยๆ บนเตียงให้เจ้าหน้าที่ทำได้เลยค่ะ จากนั้นผู้เชี่ยวชาญหรือคุณหมอก็จะลงมือเปิดเครื่องที่ใช้ทำ Sygma Lift โดยไม่มีการฉีดยาชานะคะ เพราะคลื่นอัลตราซาวนด์ที่เครื่องปล่อยออกมาแม้จะเป็นคลื่นที่มีความเข้มข้นสูง แต่มีระยะคลื่นสั้นทำให้เราไม่ทันได้รู้สึกเจ็บหรอกค่ะ และมีการทาเจลเย็นๆ เหมือนเวลาเราไปทำอัลตราซาวนด์ทั่วๆ ไป

Applicator หรือหัวเลเซอร์แรกที่ใช้คือ Spatula Applicator ซึ่งเป็น Linear Transducer Technology สามารถปรับความลึกของคลื่นได้หลากหลายมาก จึงทำให้ใช้ได้ทุกส่วนบนใบหน้า แต่จะเห็นผลชัดตรงกล้ามเนื้อบริเวณแก้มและคางที่รู้สึกกระชับขึ้น เพราะมีการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอิลาสตินให้เพิ่มมากขึ้น ขอบอกว่าตอนทำรู้สึกชิลล์ๆ มาก เพราะไม่เจ็บเลย แต่ตอนทำตรงสันกรามอาจจะรู้สึกเสียวๆ เล็กน้อยเพราะตรงบริเวณนั้นมีกระดูกและเส้นประสาทอยู่

ต่อเนื่องมาด้วย Trifocal Applicator ซึ่งมี 3 หัว ตามระดับความลึกของคลื่นคือ 1, 1.5 และ 2 mm. ซึ่งขั้นตอนนี้นอกจากจะกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอิลาสตินเหมือนที่ทำไปก่อนหน้าแล้ว ยังช่วยยกกระชับและลดริ้วรอยรอบดวงตา หน้าผาก ริมฝีปาก และทำให้ผิวใสขึ้น เนื่องจากกระตุ้นการผลัดเซลล์ผิว พร้อมทั้งช่วยให้การไหลเวียนโลหิตและการทำงานของเอนไซม์ทำงานได้ดียิ่งขึ้น เนื่องจากมีความร้อนจากพลังงานอัลตราซาวนด์ไปกระตุ้น

ขั้นตอนสุดท้ายคือการใช้ Low Level Laser Light Applicator ทั่วใบหน้า เพราะแสงเลเซอร์ตัวนี้มีความเข้มข้นต่ำ ช่วยกระตุ้นให้ผิวที่โดนความร้อนมาฟื้นตัวได้ดียิ่งขึ้น และช่วยให้เซลล์แลกเปลี่ยนก๊าซออกซิเจนได้ดีขึ้น ทำให้คอลลาเจนถูกสร้างใหม่ได้รวดเร็ว และช่วยให้ใบหน้าดูขาวใส เพราะเร่งกระบวนการผลัดเซลล์ผิวด้วย

ทั้งหมดนี้ใช้เวลาเพียงแค่ประมาณ 45 นาทีเท่านั้น มันดีตรงที่เราสามารถแต่งหน้าออกไปช้อปปิ้งหรือทำงานต่อได้เลย ไม่มีเรื่องของอาการบวม หรือผื่นแพ้ใดๆ ให้หงุดหงิดใจ

ผลลัพธ์น่าพอใจเป็นอย่างมาก

ที่ประทับใจมากๆ คือความขาวใสที่ได้จากหัว Low Level Laser Light Applicator เพราะเห็นผลทันทีที่ทำเสร็จ แต่ที่น่าทึ่งกว่านั้นคือ เพียงแค่ 2 สัปดาห์หลังทำ ใครๆ ก็ทักว่าหน้าเล็กลง ผิวดูสดใสมากขึ้น บอกเลยว่าแฮปปี้มาก เพราะทำครั้งเดียวอยู่ได้นานถึง 1 ปี แต่ใครอยากจะเข้ามาทำเรื่อยๆ สักสองสามเดือนครั้งก็ได้ ไม่เป็นอันตรายแต่อย่างใด


สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ราชเทวีคลินิก
Website : www.rcskinclinic.com
Facebook : facebook.com/rcClub
Line@ : @rcClub