#LisaBeautyLab รีวิวแบบเอ็กซ์คลูซีฟสุดๆ กับ Fenty Beauty by Rihanna

รีวิว+สวอช จัดเต็มแบบเอ็กซ์คลูซีฟสุดๆ กับเครื่องสำอางจากนักร้องสาวตัวแม่ชื่อดัง อย่าง ริอันน่า Fenty Beauty by Rihanna ขอบอกว่างานนี้เธอไม่ได้มาเล่นๆ นะ

กรี๊ดดดดดดดดดดดดดด….!!! ก่อนเริ่มรีวิวก็ขอกรี๊ดแรงๆ ก่อนรอบนึง เพราะว่าวันนี้ #LisaBeautyLab นัทตี้จะมารีวิว เครื่องสำอางแบรนด์น้องใหม่มาแรง Fenty Beauty By Rihanna จากนักร้องสาวตัวแม่อย่างริอันน่านั่นเองงงงง เย้! คุณแม่มาแล้ววววว ซึ่งครั้งนี้คุณแม่ไม่ได้มาเล่นๆ นะจะบอกให้ เพราะนัทตี้ลองมาหมดทุกตัวแล้ว ขอคอนเฟิร์มว่าของแม่ริรินั้น ใช้ดีจริงๆ เอาเป็นว่า ไปดูรีวิว แบบเอ็กซ์คลูซีฟสุดๆ กับเราต่อข้างล่างได้เลย

แต่ก่อนจะไปดูรีวิว ก็แอบเกริ่นก่อนนิดนึง Fenty Beauty By Rihanna คือแบรนด์เครื่องสำอางของริอันน่าเอง ที่ร่วมมือกับ บริษัทยักษ์ใหญ่อย่าง Kendo ที่ทำเครื่องสำอางอยู่แล้ว ชื่อ Fenty มาจากชื่อของ ริอันน่า นั่นก็คือ Robyn Rihanna Fenty ก่อนหน้านี้เธอเองก็ได้ไปร่วมมือกับ แบรนด์ Puma ที่เราจะเห็นเป็น Fenty x Puma เน้นไปทางแฟชั่น ซึ่งคราวนี้เธอได้ทำตามความฝันของตัวเองสักที กับแบรนด์เครื่องสำอาง Fenty Beauty By Rihanna

เอาล่ะเริ่มเลยละกันนะ! ตัวแรกที่จะรีวิว ก็คือ งานผิว แม่บอกว่าอยากได้ผิวดีก็ต้องเตรียมผิวก่อน กับตัว Pro Filt’r Instant Retouch Primer ราคา 1,280 บาท ซึ่งเธอบอกว่า

“ฉันต้องการสัมผัสความรู้สึกเบาบางและชุ่มชื้นในเวลาเดียวกัน นอกจากนี้ต้องช่วยให้เครื่องสำอางติดทนนานได้ด้วย สิ่งที่ฉันชอบมากๆ เลยก็คือสีของมัน ซึ่งเป็นสีชมพูนู้ดที่ดูเป็นผู้หญิงมากๆ ฉันเรียกสีนี้ว่า “invisipink” เพราะสีของมันแทบจะมองไม่เห็นเลย เป็นสีโทนอุ่น ซึ่งทำให้เวลาทาลงบนผิวจะไม่ทิ้งรอยหรือคราบบนใบหน้าเลย”

ก็เลยออกมาเป็นไพรเมอร์ตัวนี้ ตัวเนื้อจะมีสีนู้ดอมชมพู เค้าบอกว่าไพรเมอร์ที่ดีต้องไม่มีซิลิโคน และช่วยให้ความชุ่มชื้น ช่วยปรับบาลานซ์ให้ผิวก่อนแต่งหน้า ซึ่งตัวนี้ตอบโจทย์ นัทตี้ให้ผ่านค่ะ (อวยมากกก แต่ตัวนี้ชอบจริงๆ นะ)

ต่อไปเป็นรองพื้นจ้า Pro Filt’r Soft Matte Longwear Foundation ราคา 1,340 บาท ขอบอกว่าความดีงามของนางอยู่ที่มีให้เลือกทั้งหมด 40 เฉดสี โอ้โห คุณพระ ยอมใจแม่ล้าววว! ริอันน่า ให้สัมภาษณ์ว่า

“ฉันได้ทำงานกับผู้หญิงสวยๆ มากมายที่มีสีผิวแตกต่างกันไปจากทั่วทุกมุมโลก ซึ่งปัญหาหลักๆ ของพวกผู้หญิงอย่างเราเลยก็คือการหาโทนสีเครื่องสำอางของแบรนด์ต่างๆ ให้เข้ากับสีผิวของตัวเอง ซึ่งฉันก็อยากให้ปัญหาพวกนี้หมดไป ฉันอยากให้ผู้หญิงทุกสีผิวรู้สึกว่าตัวเองสำคัญ และฉันอยากจะให้แบรนด์นี้มอบเฉดสีที่เหมาะสมและครอบคลุมให้กับผู้หญิงทุกคนเลยค่ะ”

เริ่มจากขวดก่อนเลยละกัน ขวดมีความสวยมาก ตัวขวดจะเป็นผิวแมตต์ โลโก้และฝาสีขาว ดูคลาสสิก และเรียบง่าย หัวขวดมาเป็นแบบปั๊ม ใช้งานง่าย โอ.เค.ค่ะ ให้สามผ่าน

ส่วนเนื้อสัมผัสจะเป็นแมตต์ๆ แต่ไม่ได้แห้งเกินไป รู้สึกกำลังดี แต่ว่าการติดทนยังไม่ได้ลอง ถ้าใช้แล้วดีจะมาบอกอีกทีนะคะ

เฉดสีก็อย่างที่บอก มีให้เลือก 40 เฉด และไม่มีการกั๊กเอาเข้ามาไม่ครบแน่นอน เพราะทางแบรนด์เค้าใส่ใจสาวๆ ทุกคน ทุกสีผิว

ส่วนการปกปิด ถือว่าอยู่ในระดับที่โอ.เค.อยู่ ไม่ได้หนาเกินไป เพราะริอันน่าบอกว่า “รองพื้นที่ดีจะต้องให้ความรู้สึกเหมือนเรามีผิวพรรณที่มีสุขภาพอย่างเป็นธรรมชาติ ไม่ใช่ความรู้สึกว่ามีเครื่องสำอางบนใบหน้า” ซึ่งตัวนี้ก็ตอบโจทย์นางได้ดี ซึ่งรองพื้นก็ยังให้ความฉ่ำของงานผิวอยู่ ถือว่าดีเลยล่ะ

ส่วนวิธีการเลือกสีนั้น อย่างที่สาวๆ รู้กันอยู่ว่าให้ลองเทสดูตรงกราม แล้วเลือกเฉดที่มีความเข้ากันที่สุด เพราะงานนี้เราขอบอกเลยว่า สีรองพื้นของเธอเยอะเกินจนเลือกไม่ถูกแน่นอน

สาวๆ ผิวเข้มที่เคยกังวลใจกับการเลือกรองพื้น แฮปปี้แน่นอน จะเข้มเฉดไหนก็ไม่ต้องกลัวเลยค่ะ หรือใครที่ผิวขาวเกินไป ก็ไม่ต้องกังวล ผิวเหลืองก็มีให้เลือก เป็นอีกหนึ่งตัวที่ตอบโจทย์สาวทั่วโลกได้ดีทีเดียว #กราบแม่เลยค่ะ

ตัวต่อไป พูดเลยว่าตื่นเต้นมากกก! นางคือ Match Stix ตัวนี้เป็นดีไซน์พิเศษที่ไม่เหมือนใคร นางจะเป็นแท่งผลิตภัณฑ์เนื้อครีม ซึ่งมีออกมาทั้งหมดสามแบบ และความเก๋ของนางคือ ตัวแพ็กเกจจะเป็นแม่เหล็กที่สามารถประกบติดกันได้ เป็นสติ๊กแท่งเล็กที่พกพาได้สะดวก

ริอันน่าบอกไว้ว่า “ฉันคิดว่ามันน่าทึ่งและมีความพิเศษแบบสุดๆ คือ Match Stix ไม่ได้มอบความพิเศษเพียงแค่เป็นเครื่องสำอางแค่อย่างเดียว แต่ความเป็นเนื้อแมตต์จะสามารถใช้เป็นได้ทั้งคอนซีลเลอร์ และคอนทัวร์ ส่วนเนื้อชิมเมอร์ก็ใช้เป็นไฮไลต์ได้ โดยปกติแล้วคุณต้องพกไปอย่างน้อย 3 ชิ้น แต่ผลิตภัณฑ์ชิ้นนี้เพียงชิ้นเดียวถูกออกแบบมาเพื่อความสะดวกสบายของคุณในการพกไปไหนมาไหนระหว่างวัน”

ซึ่งก็จริงอย่างที่นางว่า เพราะผลิตภัณฑ์ตัวนี้น่ารักมาก และต้องลองถึงจะรู้ว่ามันเริ่ดขนาดไหน ตัวแรกคือ Match Stix Matte Skinstix ราคาอยู่ที่ 990 บาท ตัวนี้จะเป็นอะไรก็ได้ คือนางเป็นได้ตั้งแต่รองพื้น คอนซีลเลอร์ ไฮไลเตอร์ แต่จะเป็นเนื้อแมตต์ทั้งหมด มีสีชมพูมาอันนึงที่เป็นบลัชออนได้


และที่สำคัญก็คือ มีให้เลือกหลายเฉดสีเหมือนเดิม สามารถเลือกใช้ได้ตามเฉดสีผิว โดยส่วนตัวแล้วชอบสีชมพูที่เป็นบลัชออนมากกก มีความสวยลืมจริงๆ

อันต่อไปก็คือ Match Stix Shimmer Skinstix ราคาอยู่ที่ 990 บาท การทำงานของตัวนี้ส่วนใหญ่แล้วก็คือการไฮไลต์ และเติมสีสันให้แก้ม มีทั้งหมด 10 เฉด แต่เราถ่ายมาแค่ 9 เฉด แต่แค่นี้ก็เลือกไม่ถูกแล้วจริงๆ ส่วนเนื้อก็จะเหมือนกับตัวแมตต์ข้างบน แต่จะมีความวาวของชิมเมอร์สวยงามเว่อร์วัง ทาแล้ว 3 กิโลเมตรก็เห็นแน่นอน เริ่ดๆๆ!

 


*เรียงจากซ้ายไปขวา สี Chili Mango, สี Ridiiic, สี Sinamon, สี Rum, สี Expresso, สี Starstruck, สี Trippin, สี Confetti และสี Unicorn

ริอันน่าบอกว่า “เวลาที่ฉันมอง Shimmer Skinsticks ทำให้นึกถึงเวลาที่ฉันมองเสื้อผ้าภายในตู้เสื้อผ้าของฉันเลยค่ะ และนี่ฉันกำลังเล่นสนุกอยู่หรือเปล่า? ฉันทำอะไรแปลกประหลาดหรือเปล่า? นี่ฉันกำลังทำตัวเซ็กซี่หรือเปล่า? นี่ฉันทำอะไรเกินไปหรือเปล่า? นี่ฉันกำลังทำตัวเหมือนผู้หญิงบ้านข้างๆ หรือเปล่า? คุณเลือกได้เลยว่าคุณอยากจะเป็นแบบไหน เพราะประเด็นก็คือคุณสามารถเลือกเป็นได้หลายแนวและมันก็สนุกมากๆ เลยล่ะ แค่หยิบมันขึ้นมาใช้ตามที่คุณต้องการ ตามอารมณ์คุณ ตามเสื้อผ้าที่คุณใส่ หรือตามโอกาสต่างๆ ได้เลยค่ะ”

และก็ยังคงคอนเซ็ปต์เดิม คือมีทุกเฉดสีจริงๆ โดยสีซ้ายสุดคงใช้สำหรับไฮไลต์ผิวที่เข้มมาก หรือใครจะเอาไปใช้เป็นบรอนเซอร์ที่มีชิมเมอร์ก็ได้ แต่นี่ขอบายละกันค่ะ เพราะชอบตัวสีออกม่วงๆ มาก คือตอนแรกคิดว่าจะไม่โอ.เค. แต่พอปาดไป…โอ.เค. รู้เรื่อง โดนแน่นอน กระเป๋าฟีบก็งานนี้แหละ สีทางขวาสุดก็เริ่ดอยู่


*เรียงจากขวาไปซ้าย  สี Starstruck, สี Trippin, สี Confetti, สี Unicorn, สี Chili Mango, สี Ridiiic, สี Sinamon, สี Rum และสี Expresso

ตัวต่อไป นางคือ Match Stix Trio อันนี้จะมาเป็นกล่อง กล่องนึงจะมีทั้งหมด 3 แท่ง แบ่งเป็น Conceal, Contour และ Highlight ราคาอยู่ที่ 2,100 บาท ดีไซน์เหมือนกันทั้งหมด ส่วนเนื้อก็เหมือนกัน มีทั้งแบบแมตต์และชิมเมอร์ แต่จะถูกจัดไว้มาเป็นเซ็ตตามเฉดสีผิว มีทั้งหมด 4 เซ็ต 4 โทนสี

อันนี้เหมาะสำหรับสาวผิวขาว จะเป็นสี LIGHT 100

สี Linen จะอยู่ซ้ายสุดเป็นคอนซีลเลอร์ สีตรงกลางเป็นคอนทัวร์ ชื่อสี Amber และซ้ายสุดเป็นไฮไลต์ สี Starstruck

ต่อไปสำหรับผิวกลางๆ ออกเหลืองๆ (แต่ใครจะใช้สีไหนก็ได้นะ ตามจริงแล้ว เราไกด์ให้เฉยๆ) ตัวนี้เป็นสี MEDIUM 200

สีทางซ้ายคือสี Bamboo เป็นคอนซีลเลอร์ สีตรงกลางคือสี Mocha สำหรับคอนทัวร์ และ สี Trippin สำหรับไฮไลต์

อันที่สามสำหรับสาวผิวแทน เซ็ตนี้น่าจะเหมาะกับสาวไทยที่มีผิวเข้ม หรือใครที่ชอบอาบแดด ก็ต้องสีนี้เลย ชื่อสี TAN 300

สีซ้ายเป็นคอนซีลเลอร์ สี Caramel สีที่สอง สำหรับคอนทัวร์ สี Truffle และไฮไลต์ สี Rum

อันสุดท้ายสำหรับสาวที่ผิวเข้มมาก สี DEEP 400

ซ้ายสุดคอนซีลเลอร์ สี Suede ตรงกลาง คอนทัวร์ สี Espresso และสี Sinamon ไฮไลต์

ยังไม่หมดนะจ๊ะ มีเยอะมากกก มาต่อกันที่ อายแชโดว์ และ ไฮไลเตอร์ Killawatt Freestyle Highlighter/Duo ตัวนี้ต้องยอมเค้าเลย เพราะตัวโปรดักต์นั้นคือชิมเมอร์เปล่งประกาย ชื่อนางก็เล่นกับคำว่า กิโลวัตต์ ซึ่งคงหมายถึงว่าผลิตภัณฑ์ตัวนี้ให้แสงแวววาววิบวับ เหมือนพลังงานไฟฟ้า สำหรับอายแชโดว์จะมีสองสีให้เลือก ซึ่งโทนสีสวยมาก จริงๆ แอบเอาไปทาเป็นไฮไลต์ก็ได้ ไม่มีใครว่าหรอก ส่วนตัวไฮไลต์เองตลับนึงจะมี 1 สี และก็สามารถนำมาใช้ทำอะไรก็ได้ เพราะริอันน่าคิดมาแล้ว เธอบอกว่า

“คุณสามารถใช้ Killawatt ได้หลายรูปแบบโดยไม่มีที่สิ้นสุด คุณสามารถใช้บนส่วนไหนของใบหน้าก็ได้ ไม่ว่าจะเป็นส่วนตา แก้ม สันจมูก กระดูกไหปลาร้า สำหรับฉัน ฉันชอบที่จะใช้ทาตามส่วนต่างๆ ของร่างกาย เพราะจะทำให้ผิวฉันเปล่งปลั่งจนคุณอาจจะมองดูและคิดว่ามันจะสวยมั้ย มันจะโดดเด่นมั้ย และเยส! สุดท้ายก็ตอบโจทย์ได้ดีเลยค่ะ”

และตัวริอันน่าเองก็บอกว่า “เราทุ่มเทการทำงานอย่างหนักในเวลาที่ยาวนานกว่าจะได้สูตรนี้กับเนื้อสัมผัสที่ละเอียดอ่อน เพราะเราต้องการมอบชิมเมอร์ที่ให้ความรู้สึกเบาบาง เนียนละเอียด และละมุนละไมทุกเวลา  และไม่ว่าคุณจะใช้ในปริมาณมากน้อยเท่าไหร่ ก็จะไม่มีวันทำให้ใบหน้าคุณดูมันวาวแต่กลับทำให้ดูแวววาวแบบธรรมชาติ”

ตลับแรก เป็นสี GINGER BINGE กับ สี MOSCOW MULE ออกส้มๆ น้ำตาล ชมพู สวยมว้ากกก

สีนี้จะเป็น สี GIRL NEXT DOOR กับ สี CHIC PHREAK มาในโทนชมพูๆ ใสๆ

สี LIGHTNING DUST กับ สี FIRE CRYSTAL จะออกโทนมุกๆ สว่างๆ หน่อย

สี MEAN MONEY กับ สี HU$TLA BABY ก็จะเป็นโทนสีทองๆ

ส่วนตัวไฮไลต์ จะมีสองสี เป็นสี TROPHY WIFE สีทองอร่ามสวยงามมาก กับสีขาวๆ มุกๆ สี METAL MOON

ดูจากที่นางแบบทาก็แบบ อื้อหือออ ยอมใจค่ะ คือบอกตรงๆ ว่าเป็นโปรดักต์ไฮไลต์เลยก็ว่าได้ เพราะเนื้อของเค้าดีจริงๆ สีไม่เพี้ยน ไม่เลอะด้วย

ไอเท็มเด็ดๆ ยังไม่หมดเพียงเท่านี้ นางยังคงปล่อยหมัดฮุกมาเรื่อยๆ นะคะ แล้วที่ต้องแปลกใจก็คือ นางมีแป้งซับมัน กระดาษซับมันกับลิปกลอสด้วย

เริ่มตัวนี้ก่อนเลย ตัวนี้เรียกว่า Gloss Bomb Universal Lip Luminizer ราคา 830 บาท ซึ่งเธอบอกว่าออกมาเพียงแค่สีเดียว และเป็นสีที่เข้ากับทุกเฉดสีผิว ริอันน่าบอกว่า “Gloss Bomb คือสิ่งหนึ่งที่ฉันหลงใหลมากๆ ค่ะ ฉันเชื่อมั่นว่าการแต่งหน้าจะไม่สมบูรณ์ถ้าเราไม่ทาริมฝีปาก และสิ่งนี้คือลิปกลอสที่สุดยอดและเลิศสุดๆ ค่ะ เป็นโทนสีกุหลาบนู้ดๆ ซึ่งเข้ากับทุกสีผิว ซึ่งนั่นก็เป็นสิ่งที่สำคัญมากๆ สำหรับฉันเช่นกันค่ะ” และด้วยความที่นี่ก็เป็นสายลิปกลอสอยู่แล้ว ชอบมากกก คือไม่รู้สึกเหนอะ สีสวยกำลังดี ดูใสๆ แบบว่ายั่วให้ผู้ชายจูบ อิอิ

ต่อไป ด้านซ้ายจะเป็นแป้งซับมัน Invisimatte Blotting Powder ราคา 1,170 บาท ซึ่งโดยส่วนตัวเป็นคนผิวมัน แต่ไม่ค่อยชอบทาอะไรทับเท่าไหร่ เพราะกลัวมันจะไปอุดตัน แต่ตัวนี้พอลองแล้ว เฮ้ยยย…โอ.เค. ก็ไม่รู้สึกว่าไปอุดตันนะ เนื้อบางๆ ตบๆ แล้วก็หายมัน เหมือนเป็นแบบทัชอัพอะไรประมาณนี้ เริ่ดอยู่ แต่ระยะยาวไม่รู้จะเป็นยังไง ไม่ค่อยอินเท่าไหร่ เอาไว้ขอลองใช้เรื่อยๆ ก่อนละกัน แต่สาวหน้ามันน่าจะเลิฟ แนะนำให้ลองค่ะ และอีกตัวคือทางด้านขวา เป็นกระดาษซับมัน Invisimatte Blotting Paper ราคา 690 บาท เอาตรงๆ นะ ชอบแพ็กเกจ แค่นี้แหละ เป็นคนไม่ค่อยซับหน้า เลยอธิบายไม่ได้ว่ามันจะแตกต่างกับตัวอื่นยังไง แต่แพ็กเกจสวย เท่านี้คือจบค่ะ ซื้อ!!!

แหมเครื่องสำอาง ทั้งงานผิว งานสี เค้าพร้อมขนาดนี้ จะไม่ให้มีอุปกรณ์ได้ยังไงกันล่ะ และก็ต้องขอบอก (ขอบอกอีกละ) ว่าแปรงของนางน่ารักมาก! มี 5 แปรง กับอีก 1 ฟองน้ำ

แปรงกลมๆ ทางซ้ายมือ คือแปรงลงรองพื้น Full-Bodied Foundation Brush จะมีราคา 1,280 บาท ส่วนทางด้านขวา เป็นแปรงลงแก้มและไฮไลต์ Cheek-Hugging Highlight Brush ราคา 1,280 บาทเท่ากัน คุณภาพโดยรวมของแปรง ถือว่าใช้ได้ มีความนุ่ม บางเบา แต่ขนาดค่อนข้างเล็ก จะเหมาะกับสาวๆ หน้าเล็ก (เพราะนี่หน้าใหญ่ไง เลยรู้สึกว่าทำไมมันไม่พอดีหน้าเลยอะ) บวกกับราคาที่ค่อนข้างสูง แปรงด้ามยาว  ใครที่มีงบ ซื้อเก็บไว้ไม่ใช่ปัญหา แต่ถ้าใครไม่มีทุนทรัพย์ แนะนำให้ไปซื้ออันบนๆ ก่อน แล้วค่อยมาตามเก็บทีหลังได้

เอาจริงๆ นะ ชอบตรงที่ขนแปรงเป็นสีชมพู และแปรงอีก 3 อันมีขนาดเล็กกว่า ไว้ใช้สำหรับพกพา และก็มีความดีงามอยู่ที่ปลอกนี่แหละ คือพกพาไปไหนก็สะดวก เพราะมีฝาปิด แล้วแพ็กเกจน่ารัก ก็ซื้อสิจะรออะไร ส่วนคุณภาพขนแปรงก็เหมือนอันบน คุณภาพถือว่าดีอยู่ ราคาถือว่ายังพอทำใจได้ แต่ก็แอบลำบากกระเป๋าตังค์เหมือนกันนะ ตัวกลมทางขวาจะเป็น Portable Contour & Concealer Brush ราคา 960 บาท ใช้เกลี่ยคอนทัวร์ กับคอนซีลเลอร์ ตรงกลางที่เป็นแปรงแบบเฉียงๆ คือ Portable Highlighter Brush ราคา 960 เท่ากัน สำหรับปัดแก้มและไฮไลต์ และแปรงสีขาว Portable Touch Up Brush ราคา 960 เช่นกัน ใช้ทัชอัพพวกแป้ง

และอันสุดท้าย ฟองน้ำ ไม่ขอคอมเมนต์ เพราะบิวตี้เบลนเดอร์ที่มีอยู่ก็คือดี ใช้ได้ แต่เพื่อความเก๋ และประหนึ่งว่าองค์แม่จะประทับร่าง ก็ต้องมีสิคะ เพราะนางตั้งใจทำออกมาเป็นอย่างดี ลองใช้แล้วคุณภาพก็ใกล้เคียงกัน สรุปว่าก็คือดีแหละนะ ราคา 690 บาท ดีงามอยู่เด้อออ

หมดแล้วค่ะ เครื่องสำอาง ของคุณแม่ ริอันน่า โอ๊ยยย ยอมใจ กราบความแม่ คือโดยรวมแล้ว ชอบมาก ซึ่งความงามของนางครั้งนี้ จะเน้นเนื้อสัมผัสที่เนียนนุ่ม บางเบา เป็นธรรมชาติ สวยได้ทุกแบบ สวยได้ทุกเฉดสี ซึ่งนางก็บอกอีกว่า

“ฉันสร้างสรรค์เครื่องสำอางนี้ ซึ่งฉันคาดหวังว่ากลุ่มเป้าหมายจะเป็นกลุ่มวัยรุ่น ผู้หญิงทุกกลุ่ม ทุกอายุ ทุกสีผิว ทุกศาสนา ทุกวัฒนธรรม และนี่เป็นเหตุผลหลักที่ฉันสร้างขึ้นมาค่ะ”

แล้วหาซื้อได้ที่ไหน 

ง่ายๆ เลยค่ะ หาซื้อได้แค่ทีเดียว และไม่ต้องบินไปไกลถึงอเมริกา มีขายที่ Sephora ทุกสาขา และ www.Sephora.co.th ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ใครช้าไม่ต้องอด เพราะของเค้ามีเรื่อยๆ แต่ถ้าใครไม่อยากตกเทรนด์ละก็ พุ่งตัวไปซื้อด่วนค่ะ

สรุปคะแนน 10/10

10 10 10 ไปเลยจ้าาา อวยแม่มาก