8 เคล็ดลับ ช่วยให้ ‘ฟันขาว’ ทำได้เอง ที่บ้าน ไม่ต้องเสียเงินเป็นพัน

แค่กัดผลไม้บางอย่าง ก็ทำให้ฟันสาวๆ ขาวขึ้นได้ไม่แพ้ Lily James เลยนะ

ใครๆ ก็อยากมีฟันขาวใสเหมือนเหล่านางแบบหรือนางงามคนสวยที่ยิ้มโชว์ฟันได้แบบเต็มที่ ซึ่งปัญหาฟันเป็นคราบเหลือง ไม่สดใสนั้น อาจจะมีมากขึ้นเมื่ออายุมากขึ้นเช่นกัน นอกจากนี้การกินอาหารบางชนิด เครื่องดื่ม รวมทั้งน้ำยาบ้วนปาก หรือพฤติกรรมในชีวิตประจำวันก็อาจจะก่อให้เกิดปัญหาฟันเหลือง ฟันไม่ขาว ได้เช่นกัน ลองอ่านเคล็ดลับดูแลฟันให้ขาวปิ๊งจากเรา คุณจะได้มีรอยยิ้มได้สว่าง เหมือนเปิดไฟใส่โลกได้เลย

1. ฟอกสีฟันด้วยตัวเอง

สาวๆ แต่ละคนสามารถปรับสีฟันให้ขาวใสด้วยตัวเองที่บ้านได้ด้วย ไม่ว่าจะเป็นอุปกรณ์ฟอกสีฟัน แผ่นฟอกสีฟัน ยาสีฟันฟอกสีฟัน เหล่านี้ช่วยทำให้คราบฟันจางลง ยาสีฟันนั้นจะมีสารกัดกร่อนเคลือบฟันเพื่อช่วยให้คราบจางลง แต่ถ้าหากอยากให้คราบสีฟันที่ฝังลึกหลุดหรือเปลี่ยนสีฟันไปเลย แนะนำให้ไปหาหมอฟันค่ะ

2. อุปกรณ์ฟอกสีฟันด้วยตัวเองที่บ้านนั้นจะมีส่วนผสมของ carbamide peroxide ซึ่งเป็นสารฟอกสีฟันอย่างหนึ่งที่มีส่วนผสมของ Hydrogen Peroxide ซึ่งจะทำงานฟอกสีฟันได้ช้ากว่าการฟอกสีฟันกับทันตแพทย์

ถ้าคุณมีคราบฟันเหลืองเนื่องจากกาแฟ อุปกรณ์ฟอกสีฟันด้วยตัวเองแบบนี้ก็พอจะเวิร์คอยู่ หรือไม่ก็ลองใช้สารที่มีส่วนประกอบของ Peroxide เป็นพื้นฐานทาบางๆ ให้ทั่วผิวฟันที่ต้องการฟอก หรือทาลงบนพิมพ์ที่ใช้เพื่อครอบฟัน เป็นประจำ 35-40 นาที ทุกวันติดต่อกันหนึ่งสัปดาห์ ยิ้มสาวๆ ก็จะสว่างขึ้นได้ แต่ทั้งนี้ ฟันจะขาวขึ้นมากน้อยกี่ระดับ ขึ้นกับความชอบของแต่ละบุคคลเช่นกัน

3. แถบสำหรับฟอกสีฟัน

อีกหนึ่งไอเท็มที่ช่วยให้ฟันขาวขึ้น แถมมันยังเป็นแถบบางๆ มองเห็นไม่ชัด และเคลือบด้วยเจลที่มีส่วนผสมของ Carbamide Peroxide ซึ่งจะเห็นผลหลังจำกใช้ติดต่อกันไปประมาณหนึ่งสัปดาห์ และจะขาวต่อไปอีกประมาณ 1 ปี ทั้งนี้ แถบฟอกสีฟันอาจไม่ให้ผลที่ดูขาวเว่อร์ทันใจเหมือนอย่างอุปกรณ์ฟอกสีฟันที่ต้องใส่เป็นพิมพ์ แต่โดยรวมแล้ว มันก็ใช้ง่าย และเห็นผลชัดอยู่

4. แปรงฟันด้วยยาสีฟันช่วยให้ฟันขาว

อันที่จริงยาสีฟันแบบนี้ส่งผลทางจิตวิทยามากกว่าการส่งผลจริงๆ ต่อผิวฟัน โดยจะมีส่วนผสมอ่อนๆ ของสารฟอกสีฟัน หรือสารเพิ่มความกระจ่างใส ซึ่งไม่ได้ช่วยขจัดคราบติดแน่นบนเนื้อฟันอย่างแท้จริง

5. บางคนยังชอบวิธีแบบธรรมชาติ

ไม่อยากยุ่งวุ่นวายกับการฟอกสีฟันเพราะไม่อยากเสี่ยงกับการเสียวฟันหลังจากใช้ ถ้าความอดทนมีพอ ลองใช้วิธีกัดกินผักหรือผลไม้บางอย่าง แอปเปิ้ล แครอท ซาเลอรี่ ลูกแพร์ ซึ่งจะช่วยกระตุ้นให้ร่างกายผลิตน้ำลายออกมามากขึ้น ซึ่งช่วยกำจัดสารตกค้างที่ก่อให้เกิดสีหรือคราบเหลือบนผิวฟันออกไปได้อย่างเป็นธรรมชาติ เรียกว่าน้ำลายเป็นสารฟอกสีฟันตามธรรมชาติเลยหละ ใครที่มีน้ำลายฟูมปากมากๆ นี่ถือว่าโชคดีนะ

6. ป้องกันไว้ก่อนดีกว่า

อายุมากขึ้น ชั้นเคลือบฟันลดลงทำให้ฟันที่เคยสว่างก็ถดถอยไปด้วย แทนที่จะต้องมาตามฟอกสีฟันให้วุ่นวายหรือเปลืองเงิน เราแนะนำวิธีง่ายๆ ตั้งแต่เริ่มต้นด้วยการหลีกเลี่ยงอาหารที่ก่อให้เกิดคราบฟัน อย่างกาแฟ เป็นตัวการสำคัญที่ทำให้ฟันเหลืองเลย ไวน์ หรือแม้กระทั่งชาเย็น ชาตรามือ ชาไข่มุก โค้ก สารพัดเครื่องดื่มและอาหารที่มีสีนี่แหละตัวดี นอกจากจะอ้วนแล้ว กินแล้วฟันยังมีคราบอีกต่างหาก ถ้าเลี่ยงไม่ได้ เพราะชอบกินอาหารที่ทำให้ฟันเป็นคราบเสียจนแทบขาดใจ แนะนำให้บ้วนปากและแปรงฟันหลังกินเสร็จ เพื่อขจัดคราบฝังแน่น

7. ไม่อยากฟันเหลือง อย่าสูบบุหรี่

นอกจากจะเป็นตัวการก่อให้เกิดมะเร็งแล้ว การสูบบุหรี่ยังทำให้ฟันเหลืองอีกต่างหาก และก่อให้เกิดคราบฟันฝังลึก เพราะใบยาสูบนั้นจะทำให้คราบสีน้ำตาลสามารถเดินทางซึมเข้าไปในร่องฟันได้ แถมยังกำจัดไม่ได้ด้วยการแปรงฟันอีกต่างหาก นอกจากนี้ การสูบบุหรี่ยังทำให้ลมหายใจมีกลิ่นและก่อให้เกิดโรคเหงือกอักเสบ นี่ยังไม่นับว่าบุหรี่ก่อให้เกิดมะเร็งอีกนะ

8. แค่เลือกอาหารให้เป็น ฟันก็ขาวได้

แล้วจะรู้ได้อย่างไรว่าเมนูไหนกินได้ กินไม่ได้ หมอฟันสอนไว้ให้จำง่ายๆ เลยคือ อาหารอะไรก็ตามที่กินแล้วถ้าหกลงบนเสื้อยืดสีขาวแล้วเป็นคราบ อาหารชนิดนั้นสามารถทำให้ฟันเป็นคราบได้แน่นอน