อย่าปล่อยให้แดดมาทำร้าย! มารู้ทันและป้องกันแสงแดดสุดสตรองก่อนซัมเมอร์นี้กัน

เคยสงสัยมั้ยว่าแสงแดดจ้าๆ ในช่วงบ่าย ทำไมถึงแรงฤทธิ์ขนาดนี้ แล้วข้างขวดครีมกันแดด ทำไมมีคำว่า UVA และ UVB หรือยิ่งทาเยอะ ยิ่งกันแดด เรียบอ่านเลยค่ะ

ทุกวันนี้เรารู้เรื่องความอันตรายของรังสียูวีและรังสีอินฟาเรดที่เป็นตัวการในการทำร้ายผิวดีแค่ไหนกันนะ หากคุณยังไม่รู้จักมันดีพอล่ะก็ มาดูรายละเอียดและวิธีการป้องกันรังสียูวีกับ Lisa guru กันดีกว่า

รังสียูวีเอ (UVA)

จำไว้ว่า UVA-A=Aging เป็นรังสีที่ทำให้เกิดรอยเหี่ยวย่นก่อนวัยอันควรแถมยังทำให้ผิวดำคล้ำได้อีกด้วย แล้วยิ่งถ้าเจ้ายูวีเอได้แท๊กทีมกับยูวีบีแล้วยิ่งน่ากลัวไปใหญ่เพราะเป็นสาเหตุของการเกิดมะเร็งผิวหนังด้วย ที่สำคัญยูวีเอยังสามารถทะลุกระจกได้แม้จะเป็นการนั่งริมหน้าต่างออฟฟิศ หากไม่ป้องกันด้วยครีมกันแดด ก็จะทำให้เกิดการสะสมของรังสี ทำให้หน้าแก่ก่อนวัยได้

รังสียูวีบี (UVB)

จำง่ายๆ เลยค่ะว่า B คือ Burn เพราะเจ้าตัวนี้จะทำให้ผิวหนังของเราแดงไหม้  ตามมาด้วยความคล้ำของผิว และแถมยังเสี่ยงต่อมะเร็งผิวหนังได้ถ้าหากผิวไหม้จากแดดบ่อยๆ แต่โชคดีที่รังสียูวีบีไม่สามารถส่องผ่านกระจกหรือเมฆหนาๆ ได้ ดังนั้น ถ้าอยู่ในร่ม ก็เป็นการป้องกันผิวได้เช่นกัน

แสงที่ให้ความสว่าง (Visible Light)

แสงที่มองเห็นด้วยตาเปล่าชนิดนี้ถึงแม้จะมีปริมาณมาก แต่ก็มีพลังงานที่ต่ำ หากได้รับเป็นเวลานานๆ ก็ทำให้ผิวคล้ำเสียได้เช่นกัน

อินฟาเรด (Infrared)

รังสีชนิดนี้ จะทำลายชั้นผิวได้ลึกกว่าชนิดอื่น และแม้ว่าเราจะไม่สามารถมองเห็นเจ้ารังสีชนิดได้ด้วยตาเปล่า แต่เราสัมผัสถึงความร้อนของมันได้ นอกจากนี้รังสีอินฟราเรดยังทำให้เกิดการสลายตัวหรือเสื่อมของคอลลาเจนในชั้นใต้ผิวหนังทำให้เกิดผิวคล้ำและเสื่อมได้หากได้รับในปริมาณที่มาก

Chemical VS Physical

  • Chemical Sunscreen เป็นสารกันแดดที่มีส่วนผสมของเคมี มีวิธีการทำงานโดยการดูดซับรังสียูวีที่หนา ไม่ให้ทะลวงผ่านไปทำร้ายผิว เดี๋ยวนี้มีสารกันแดดที่ถูกพัฒนาขึ้นหลายตัวที่ใช้ปลอดภัยและปกป้องได้ดี แต่เนื่องจากสารเคมีจึงทำให้คนที่มีผิวบอบบางอาจเกิดการแพ้ง่าย หลังทาแล้วต้องรอให้สารกันแดดเซ็ตตัว
  • Physical Sunscreen สารกันแดดประเภทที่ไม่มีสารเคมีเป็นส่วนประกอบ จะได้มาจากแร่ธรรมชาติ ทำงานแตกต่างจากแบบสารเคมีคือจะทำการสะท้อนรังสียูวีออกไป ไม่ทำปฏิกิริยากับผิว เหมาะกับผู่ที่มีผิวบอบบางแพ้ง่าย หลังทาแล้วออกฤทธิ์ทันทีไม่ต้องรอเพราะสารกันแดดชนิดนี้จะเคลือบผิวไม่ได้ซึมซับลงสู่ผิว

 

Should We Use Waterproof?

ไม่มีความจำเป็นอะไรที่เราจะต้องให้ผลิตภัณฑ์กันแดดแบบกันน้ำทุกครั้งไป หากคุณไม่ได้ออกไปทำกิจกรรมโลดโผน ออกกำลังกายหรือเปียกน้ำ ก็ไม่จำเป็นต้องใช้แบบกันน้ำหรอก เพราะแบบกันน้ำจะติดทนกว่าแบบธรรมดา จึงควรเอาไว้ใช้เวลาที่คุณเหงื่อออกมากๆ หรือยามคุณเล่นสงกรานต์จำพวกนี้ดีกว่า

When to use Sunscreen

ก่อนออกไปเจอแดดก็ควรทาครีมกันแดดทั้งผิวหน้าและคอด้วย และอย่าลืมที่บริเวณหูด้วยนะ อย่างน้อย 30 นาที ที่สำคัญหากต้องออกไปเจอแดดนานๆ ควรทาซ้ำทุกๆ 2 ชั่วโมง

What’s Enough?

ควรทาครีมกันแดดในปริมาณที่เหมาะสม โดยประมาณ 2 ข้อนิ้วมือเป็นปริมาณที่กำลังพอดีต่อการทาให้ทั่วใบหน้าและลำคอ และอีกสิ่งที่อยากแนะนำคือให้ทา 2 รอบแล้วเกลี่ยให้ทั่วใบหน้า รอให้แห้งอย่างน้อย 5-10 นาทีแล้วค่อยทาอีกรอบเพื่อเป็นการเสริมเกราะให้ผิว