แดดแรงจนผิวแสบขนาดนี้ สาวๆ หาตัวช่วยทำให้ผิวเย็นสบายดีกว่า

อากาศร้อนๆ แดดแรงๆ แบบนี้ ทาครีมกันแดดอย่างเดียวก็ปกป้องผิวไม่พอ ต้องทำให้ผิวเย็นหลังออกแดดด้วย เพื่อเป็นการฟื้นฟูให้ผิวกลับมาสวยเด้ง ไม่หมองคล้ำ

เมืองไทยเป็นเมืองร้อน การดูแลผิวของสาวไทยเลยค่อนข้างยาก เจอแดดเข้าหน่อยก็เหงื่อเยิ้ม หน้ามัน อุดตันเป็นสิวไปอีก พอเผลอไปแกะเข้าก็เป็นริ้วเป็นรอย ทิ้งให้เกิดจุดด่างดำอันน่ารำคาญใจ บางคนผิวแห้ง แม้จะดื่มน้ำบ่อย ทาครีมตลอด แต่ก็ยังดูไม่ชุ่มชื่น  ออกที่แจ้งแปบเดียว อ้าว…ผิวไหม้เฉยเลย

ทุกคนรู้ดีว่าการทาครีมกันแดดคือทางแก้จากต้นเหตุ แต่ก็ใช่ว่าครีมกันแดดจะเอาอยู่ทุกสถานการณ์ที่ไหนกันล่ะ จะให้ดีเราต้องบำรุงผิวหลังออกแดด Cool down ผิวให้เย็นและผ่อนคลายด้วยสิ จึงเป็นการป้องกันปัญหาที่ได้ผลดีขึ้นอีกสเต็ป!

วิธีการทำให้ผิวเย็น

ประคบผิวด้วยน้ำแข็งหรือน้ำเย็น

จะทุบน้ำแข็งห่อใส่ผ้าขาวบางมาประคบผิว หรือใช้ผ้าขนหนูชุบน้ำเย็นมาเช็ดตัว ก็เป็นการ Cool Down ผิวที่ดีทั้งนั้น โดยให้เน้นบริเวณที่ผิวเกรียมจากแสงแดดเป็นพิเศษ ความเย็นจะช่วยให้เส้นเลือดหดตัว ปิดรูขุมขน ลดอาการแสบร้อน

อาบน้ำเย็น

ถ้าแค่ประคบน้ำแข็งหรือน้ำเย็นแล้วเรายังรู้สึกอ่อนล้า อาบน้ำเย็นไปเลยจ้า รับรองว่าช่วยปลอบประโลมผิวให้ผ่อนคลายได้ และเราเองยังรู้สึกสดชื่นขึ้นด้วย

after-sun-for-refreshing-skin

ชโลมว่านหางจระเข้

ถือว่าเป็นที่สุดแล้วสำหรับการดูแลผิว เพราะคุณค่าของว่านหางจระเข้นั้นมีมากมายจนนับกันไม่หวาดไม่ไหว สำหรับอาการอักเสบและไหม้แดงของผิวหนังหลังจากเจอแดดมา ให้ปอกว่านหางจระเข้ ล้างยางให้สะอาด แล้วนำมาทาๆ ถูๆ บริเวณที่ผิวไหม้ อาการดังกล่าวจะดีขึ้นจนสังเกตได้ภายใน 2 สัปดาห์

นอกจากนี้ ว่านหางจระเข้ ยังมีสรรพคุณในการลบริ้วรอยและจุดด่างดำต่างๆ ทำให้ผิวสดใส ดูเปล่งปลั่งจนเห็นได้ชัด ทั้งช่วยให้ผิวที่แห้งและหยาบกร้านกลับมาชุ่มชื่นด้วยนะ

ใช้บัวหิมะ

อันนี้ค่อนข้างหายาก เลยมีราคาแพงสักหน่อย แต่ผลลัพธ์ก็เจ๋งคุ้มค่าจริงๆ นั่นแหละ หลายคนคงเคยได้ยินว่า บัวหิมะรักษาบรรเทาแผลไฟไหม้ น้ำร้อนลวกได้ เพราะงั้นแค่อาการไหม้จากแสงแดดจิ๊บๆ จ้าา ฤทธิ์เย็นของบัวหิมะจะช่วยให้ผิวเราเย็นลงได้และลดอาการเกรียมไหม้ แสบร้อนได้อย่างดี

นี่ยังไม่รวมคุณสมบัติในการรักษาโรคผิวหนังต่างๆ เช่น กลากเกลื้อนได้อีกนะ ไหนจะช่วยให้สิวยุบไวไม่ทิ้งร่องรอย ทุเลาความรุนแรงของแผลสดและอาการพุพองต่างๆ แถมยังทำให้ผิวดูสว่างใสขึ้น ดี๊ดี

วิธีที่เรานำมานี่จะใช้แค่วิธีเดียวหรือทั้งหมดผสมรวมกันก็ได้นะ แต่ที่ดีที่สุดคือการใช้ ว่านหางจระเข้ + บัวหิมะ นี่ล่ะ เพราะเมื่อสองตัวท็อปนี้มารวมกัน ประสิทธิภาพในการดูแลผิวจะพุ่งขึ้นอีกหลายเท่าตัว หลายๆ คนอาจจะโอดครวญว่าแค่ปอกเปลือกว่านหางจระเข้ ล้างยางออกก็ยุ่งยากแล้ว จะไปหาบัวหิมะจากไหนมาอีกล่ะ ไม่ต้องห่วงค่ะ แค่ใช้ Malissa Kiss Aloe vera 99.5% & Snow Lotus ก็ช่วยได้ เพราะเค้าผสาน 2 คุณค่าการบำรุงไว้ในหนึ่งเดียว ง่ายและดีอย่างนี้ก็มีนะ!

ประโยชน์ของ ว่านหางจระเข้ + บัวหิมะ ใน Malissa Kiss

– บัวหิมะช่วยเสริมประสทิธิภาพการทำงานของว่านหางจระเข้ให้มากขึ้น ทำให้ผิวแข็งแรงกว่าเดิม

– ทำให้ผิวชุ่มชื่น ไม่แห้งกร้าน

– แก้อาการอักเสบและระคายเคืองของผิวหนัง

– ลดรอยดำรอยแดงจากสิวให้จางลง สีผิวสม่ำเสมอขึ้น

ดีไซน์สวยงาม สะดุดตา เป็นหลอดแบบที่ถึงเปิดใช้แล้วก็ไม่ปนเปื้อน

            ท่ามกลางผลิตภัณฑ์ผสมว่านหางจระเข้มากมายในท้องตลาด ที่เรายกอันนี้มาแนะนำ เพราะเค้าเป็นเจลอโลเวร่าเข้มข้น ที่ผสานคุณค่าของบัวหิมะเข้าไปด้วย เรียกว่าซื้อ 1 ได้ถึงสอง!! ทำให้ผิวเนียนนุ่มชุ่มชื่น หายหยาบกร้าน ลดรอยด่างดำจากสิว เสริมความตึงกระชับ แต่แม้จะเข้มข้นขนาดนี้ เนื้อสัมผัสกลับบางเบา ซึมง่าย ไม่ทิ้งความเหนอะหนะ ไม่ทำให้ระคายเคือง บรรเทาอาการไหม้แดดของผิวได้อย่างดี แถมยังช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงของผิว ไม่ให้ถูกแดดกลับมาทำร้ายได้ง่ายๆ อีก

ใครที่เป็นคนแพ้ง่ายไม่ต้องห่วงนะ เพราะผลิตภัณฑ์นี้ไม่ผสมแอลกอฮอล์ พาราเบน ไม่ใช้สีสังเคราะห์ จบทุกปัญหาผิวเลยล่ะ

ใช้ตอนไหนดี ?

Malissa Kiss Aloe vera 99.5% & Snow Lotus ใช้ทาได้ทั้งหน้าและตัว ใช้ได้บ่อยตามที่ต้องการ เพราะเป็นสารสกัดจากธรรมชาติแท้ๆ ไม่ทำให้ผิวแห้งตึง

หาซื้อได้แล้วที่