เช็คให้ชัวร์ว่าตัวคุณมี ผิวหน้าประเภทไหน จะได้ไม่ดูแลผิดจุด

ผิวหน้าจะดีต้องเริ่มจากการดูแลผิวให้ถูกจุด หลายคนไม่รู้ว่าแท้จริงแล้วผิวหน้าของตัวเองเป็นผิวประเภทไหน แถมยังคิดเอาเองจากสภาพผิวที่เห็นจากภายนอก ทำให้ดูแลผิวยังไงผิวก็ยังไม่ดีขึ้นสักที Lisa ก็เลยอยากชวนคุณสาวๆ มาเช็คตัวเองกันสักหน่อย ว่ามี ผิวหน้าประเภทไหน ต่อไปเวลาดูแลผิวจะได้ไม่พลาด

 

ผิวแห้ง

สาวไทยหลายต่อหลายคนมักจะคิดว่าตัวเองเป็นคนผิวมัน เพราะหน้ามันตลอดเวลา แถมเมืองไทยเป็นเมืองร้อน จะเป็นคนผิวแห้งไปได้ยังไง อยากให้สาวๆ คิดใหม่ค่ะ เพราะการที่สาวๆ หน้ามันนั้น บางทีอาจจะเป็นเพราะผิวแห้งเกินไปจนขาดน้ำ ก็เลยผลิตน้ำมันออกมาเพื่อรักษาสมดุลผิว ทำให้เรารู้สึกว่าหน้ามัน แต่ผิวจริงๆ ของเรานั้นแห้ง มาเช็คกันค่ะว่า ลักษณะของผิวแห้งจริงๆ เป็นยังไง

– แต่งหน้าไม่ค่อยติด สาวผิวแห้งมักจะมีปัญหานี้กันค่ะ เพราะความแห้งของผิว ทำให้ไม่มีน้ำมันหล่อเลี้ยงที่จะยึดเครื่องสำอางเอาไว้กับผิวหน้า เลยทำให้แต่งหน้าติดยาก

ผิวลอกเป็นขุย ไม่ว่าจะอยู่ในฤดูไหนก็ตาม ผิวของคุณจะลอกเป็นประจำ ยิ่งทำให้แต่งหน้ายากเข้าไปอีก การที่ผิวลอกแปลว่าผิวแห้งและขาดความชุ่มชื้นมากจนผิวชั้นบนลอกออกมา

ผิวหน้าตึงหลังล้างหน้า ไม่ว่าจะล้างด้วยคลีนซิ่งที่ทิ้งความลื่นไว้ หรือแม้แต่ล้างด้วยน้ำเปล่าก็ตาม ก็ยังรู้สึกว่าผิวหน้าตึง

เกิดริ้วรอยได้ง่าย ลองสังเกตตัวเองดีๆ ส่องกระจกใกล้ๆ ดูค่ะ เราจะเห็นริ้วรอยเล็กๆ บนผิว ยิ้มนิดยิ้มหน่อยตีนกาก็ขึ้น มีริ้วรอยร่องแก้มง่าย และผิวหน้าดูแก่กว่าอายุจริง แปลว่าคุณมีแนวโน้มเป็นสาวผิวแห้งค่ะ

ดูแลผิวหน้าแบบสาวผิวแห้ง

หากมีอาการข้างต้น และมั่นใจว่าตัวเองเป็นสาวผิวแห้ง (แม้ใบหน้าจะผลิตน้ำมันก็ตาม) แปลว่าสาวๆ ต้องหมั่นเติมความชุ่มชื้นและเติมน้ำให้ผิวอย่างเต็มที่ค่ะ โดยวิธีการดูแลผิวของสาวผิวแห้งก็คือ

– เลือกสกินแคร์ที่เน้นความชุ่มชื้น โยนผลิตภัณฑ์ควบคุมความมันทิ้งไปให้หมด เพราะผิวหน้าของคุณไม่ใช่ผิวมัน การควบคุมความมันจะยิ่งทำให้ผิวหน้าขาดความชุ่มชื้น และยิ่งผลิตน้ำมันออกมามากขึ้น เพราะเซลล์ผิวของคุณขาดน้ำ เปลี่ยนสกินแคร์ทุกตัวให้เป็นผลิตภัณฑ์เน้นความชุ่มชื้น แรกๆ อาจจะไม่ชินกับความฉ่ำ แต่ถ้าใช้อย่างสม่ำเสมอ คุณจะรู้สึกเลยว่าผิวอิ่มฟูขึ้น และทำให้หน้ามันน้อยลงด้วย ซึ่งการปรับเปลี่ยนสกินแคร์เพื่อการดูแลผิว จะทำให้ผิวหน้าของคุณชุ่มชื้นอย่างเต็มที่ แต่งหน้าติดง่ายขึ้น และริ้วรอยเล็กๆ จะดูจางลงโดยไม่ต้องใช้สกินแคร์สำหรับการลดริ้วรอยเลย

 ทาครีมทันทีหลังล้างหน้า หลังล้างหน้าเสร็จ ผิวของเราจะสูยเสียความชุ่มชื้นได้ง่ายค่ะ เพราะน้ำบนผิวจะถูกอากาศดึงความชุ่มชื้นไป ดังนั้นถ้าอยากจะล็อกความชุ่มชื้นให้ผิว ต้องทาครีมทันทีหลังล้างหน้าเสร็จ เพื่อไม่ให้น้ำในผิวถูกดึงออกไป

– มาส์กหน้าอย่างน้อยสัปดาห์ละ 2 ครั้ง การมาส์กเป็นการเติมความชุ่มชื้นให้กับผิวหน้าอย่างล้ำลึก ซึ่งสาวผิวแห้งควรทำเป็นประจำอย่างน้อยสัปดาห์ละ 2 ครั้ง เพื่อทำให้ผิวชุ่มชื้นมากขึ้น เลือกมาส์กที่เน้นเรื่องมอยส์เจอไรเซอร์เป็นหลัก หลังมาส์กสาวๆ จะรู้สึกเลยว่าผิวนุ่มเด้งขึ้นมากๆ ยิ่งถ้ามาส์กก่อนแต่งหน้า เครื่องสำอางจะติดผิวดีเลยละ (แนะนำให้ใช้มาส์กแบบแผ่น เพราะมาส์กแบบครีมจะแห้ง และดึงความชุ่มชื้นออกไปจากผิว)

ดื่มน้ำให้มากๆ การดื่มน้ำให้มากๆ เป็นสิ่งที่ดีต่อร่างกายให้ทุกๆ ด้าน โดยเฉพาะกับสาวผิวแห้ง เพราะน้ำจะเข้าไปช่วยทำให้เซลล์ผิวชุ่มชื้น ส่งผลมายังผิวภายนอก ทำให้ผิวดูเด้งและเต่งตึง อีกทั้งยังดูสดใส ยิ่งถ้าไปประกอบกับการดูแลผิวด้วยสกินแคร์ดีๆ ยิ่งทำให้ผิวฉ่ำอย่าบอกใครเชียว

ผิวหน้าประเภทไหน

ผิวผสม

สาวผิวผสมหลายคนก็เข้าใจว่าตัวเองมีผิวมัน ก็แหม ใช้กระดาษซับหน้าแต่ละที ความมันติดออกมาเพียบ แต่จริงๆ แล้วสาวผิวผสมนั้นมีส่วนที่ผิวแห้งอยู่ และต้องดูแลให้ถูกจุดค่ะ มาสังเกตตัวเองดูว่าเราใช้สาวผิวผสมมั้ย

– แต่งหน้าติดบ้างไม่ติดบ้าง สาวผิวผสมจะมีผิวมันบริเวณทีโซน ซึ่งส่วนนี้มีน้ำมันผิว อาจจะทำให้แต่งหน้าติดง่าย แต่บริเวณข้างแก้มค่อนข้างแห้ง ทำให้ส่วนนี้แต่งหน้าไม่ค่อยติด ต้องบำรุงให้ดีถึงจะแต่งหน้าติดง่ายขึ้น

– หน้ามันเฉพาะส่วน อย่างที่บอกค่ะว่าสาวผิวผสมจะมีผิวมันช่วงทีโซน ส่วนสองข้างแก้มนั้นแห้งสนิท (แถมช่วงแก้มยังแอบมีริ้วรอยอีกต่างหาก) ถ้ามีลักษณะผิวแบบนี้ ฟันธงเลยว่าเป็นผิวผสมค่ะ

– เป็นสิวง่าย โดยเฉพาะช่วงหน้าผาก จมูก และคาง ส่วนแก้มนั้นใสไร้สิว เพราะช่วงทีโซนของสาวๆ นั้นผลิตน้ำมันออกมาเยอะ ทำให้เกิดการอุดตันของรูขุมขน และเกิดสิวได้นั่นเอง

 – รู้สึกหน้าตึงเล็กน้อยหลังล้างหน้า โดยเฉพาะช่วงแก้ม เพราะผิวบริเวณแก้มมีความแห้ง และต้องการความชุ่มชื้น

ดูแลผิวหน้าแบบสาวผิวผสม

เมื่อแน่ใจแล้วว่าเราเป็นสาวผิวผสมแน่นอน ก็ต้องมาดูแลกันค่ะ ซึ่งจริงๆ สาวผิวผสมมีลักษณะคล้ายผิวธรรมดา คือสมดุลผิวค่อนข้างดี ดูแลไม่ยากค่ะ

– แยกสกินแคร์ในแต่ละส่วน อาจจะเป็นขั้นตอนที่ยุ่งยากที่สุดสำหรับสาวผิวผสม ก็คือ ช่วงบริเวณทีโซนเราอยากแนะนำให้ใช้เซรั่มหรือครีมที่มีเนื้อบางเบา ไม่ต้องถึงขนาดควบคุมความมัน แต่ต้องเติมความชุ่มชื้นได้โดยไม่ทำให้ผิวมันขึ้น ส่วนบริเวณสองข้างแก้มให้เน้นมอยส์เจอไรเซอร์หนักๆ เพื่อเติมความชุ่มชื้นให้ผิวบริเวณนี้

– มาส์กหน้าสัปดาห์ละ 1 ครั้ง ซึ่งสาวผิวผสมสามารถใช้มาส์กแบบครีมหรือมาส์กแบบแผ่นก็ได้ เพื่อรักษาสมดุลผิว แต่ขอแนะนำว่าถ้าใช้มาส์กแบบครีม ขอให้สาวๆ หาตัวช่วยเพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นอย่างแตงกวา หรือมะเขือเทศมาแปะบริเวณรอบดวงตาหรือสองข้างแก้มสักหน่อย เพื่อไม่ให้ผิวบริเวณนั้นแห้งเกินไป

ทำความสะอาดผิวให้ดี การทำความสะอาดผิวเป็นจุดเริ่มต้นของผิวสวย ซึ่งผิวทุกประเภทควรใส่ใจ แต่อยากให้สาวผิวผสมใส่ใจในการทำความสะอาดผิวช่วงทีโซนให้มากหน่อย เพื่อป้องกันการอุดตันของสิ่งสกปรกและไขมัน เพื่อไม่ให้บริเวณนั้นเกิดสิวได้ง่าย

ผิวหน้าประเภทไหน

ผิวมัน

คุณต้องเช็คให้ดีนะคะว่าผิวของคุณเป็นผิวมันหรือผิวขาดน้ำ สาวผิวมันส่วนใหญ่นอกจากผิวหน้าจะมันเยิ้มแล้ว จุดสังเกตง่ายๆ คือ ไม่ค่อยมีริ้วรอย เพราะมีน้ำหล่อเลี้ยงผิวมาก ข้อดีของสาวผิวมัน คือคุณจะดูหน้าเด็กกว่าคนอื่น แม้ว่าผิวจะเยิ้มไปหน่อยก็เถอะ มาสังเกตตัวเองกันค่ะ

– รูขุมขนกว้าง การผลิตน้ำมันใต้ผิวออกมามากๆ ทำให้รูขุมขนของสาวๆ ต้องทำงานหนัก และกว้างขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้ ซึ่งเป็นจุดสังเกตง่ายๆ ของสาวผิวมันเลยค่ะ

– ผิวมันทั้งใบหน้า ไม่ได้มันแค่เฉพาะส่วน ช่วงแก้มก็มีความมันด้วย แปลว่าคุณคือสาวผิวมันค่ะ (ถ้ามันแค่ทีโซน ไปอยู่ประเภทผิวผสมนะจ๊ะ)

เป็นสิวง่าย และไม่ได้เป็นสิวเฉพาะแค่ช่วงทีโซน แต่สิวเจ้ากรรมจะสามารถขึ้นได้ทั้งใบหน้า เพราะผิวหน้าผลิตน้ำมันเยอะ จึงเกิดการอุดตันในรูขุมขนได้ง่าย

เครื่องสำอางเยิ้มระหว่างวัน แต่งหน้าตอนเช้าๆ ออกจะสวย แต่พอบ่ายปุ๊บหน้าเยิ้มปั๊บ ต้องคอยซับหน้า เติมหน้าบ่อยๆ นี่แหละค่ะ คุณเป็นสาวผิวมันเต็มขั้นแล้ว

ดูแลผิวหน้าแบบสาวผิวมัน

สาวผิวมันหลายคนละเลยการดูแลผิวหน้า เพราะรู้สึกว่าการทาครีมใดๆ ลงไปก็ยิ่งทำให้ผิวมันเยิ้ม ซึ่งนั่นเป็นความคิดที่ผิดค่ะ เพราะถึงแม้จะผิวมัน แต่เซลล์ผิวข้างในก็ต้องการการบำรุงไม่ต่างกัน หากละเลย ผิวอาจจะเกิดริ้วรอยได้ แม้จะเป็นผิวมันก็เถอะ

– ใช้สกินแคร์สำหรับผิวมันโดยเฉพาะ ซึ่งสกินแคร์สำหรับสาวผิวมันมักจะมาในรูปแบบเอสเซ้นส์บางเบา หรือเป็นเนื้อเจล เพื่อให้ซึมซาบง่าย และไม่รู้สึกเหนอะหนะ สกินแคร์บางตัวจะเข้าไปปรับสมดุลผิว และควบคุมการผลิตน้ำมัน ทำให้หน้ามันน้อยลง แต่ยังคงมีความชุ่มชื้นอยู่

อย่าละเลยการทาครีม เพราะเซลล์ผิวของเรายังคงต้องการความชุ่มชื้นอยู่ การไม่ทาครีมเพราะรู้สึกว่าหน้ามัน จะทำให้เซลล์ผิวขาดความชุ่มชื้น และเมื่อขาดความชุ่มชื้นมากๆ ผิวของคุณจะกลายเป็นผิวขาดน้ำแทน ซึ่งจะยิ่งผลิตน้ำมันออกมามากขึ้นอีก เพื่อรักษาสมดุลความชุ่มชื้นให้ผิว แถมผิวขาดน้ำนี่แหละยิ่งเกิดริ้วรอยได้ง่าย

– มาส์กหน้าสัปดาห์ละ 1 ครั้ง แนะนำให้สาวผิวมันใช้มาส์กแบบครีม เพื่อช่วยควบคุมความมันและกระชับรูขุมขน ซึ่งมาส์กแบบครีมนี้จะช่วยปรับสมดุลความชุ่มชื้นในผิวได้ และลดโอกาสการเกิดสิว หรือจะใช้มาส์กแบบลอกก็ได้ ซึ่งมาส์กแบบนี้จะช่วยทำความสะอาดรูขุมขนได้ดีเลยทีเดียวค่ะ แต่อย่ามาส์กบ่อยเกินไป เพราะจะทำให้ผิวบางค่ะ

ผิวประเภทไหน

เช็คกันให้ชัวร์นะคะ ว่าผิวประเภทเราเป็นผิวประเภทไหน แล้วอย่าลืมดูแลให้ถูกต้องตามสภาพผิว เราจะได้มีผิวสวยเด้ง ไร้ริ้วรอยไงคะ

ภาพจาก www.freepik.com