หัดสังเกตปัสสาวะกันดีกว่า ช่วยเตือนภัยเรื่องโรคร้ายได้นะ

โดยทั่วไปแล้วร่างกายของมนุษย์เราจะมีกลไกในการขับถ่ายของเสียอยู่ด้วยกัน 4 ช่องทางใหญ่ๆ นั่นคือ ลมหายใจ เหงื่อ อุจจาระ และปัสสาวะ อย่างหลังสุดที่เรากำลังพูดถึงนี้ มีอวัยวะสำคัญที่ทำงานสัมพันธ์กันอยู่ตั้งแต่ ไต กระเพาะปัสสาวะ เรื่อยมาจนถึงท่อปัสสาวะ ซึ่งหากความผิดปกติของร่างกายเกิดขึ้น ‘บางอย่าง’ ก็สามารถฟ้องผ่านทาง ‘ปัสสาวะ’ ได้อย่างรวดเร็ว

ปัสสาวะทำนายโรค

ความผิดปกติของปัสสาวะยังสามารถบอกภาวะที่เกิดขึ้นกับร่างกายได้อีกมาก และเพื่อให้คุณสามารถรับมือกับปัสสาวะที่เปลี่ยนไปได้มากขึ้น เรามีวิธีตรวจเช็คปัสสาวะด้วยตัวเองมาแนะนำ

1.เช็คความถี่ของปัสสาวะ

ในเวลากลางวัน คนทั่วไปควรจะปัสสาวะประมาณ 4-6 ครั้ง แต่หากน้อยกว่านั้น หรือไม่ปวดปัสสาวะเลย ก็อาจเป็นตัวบ่งว่า คุณกำลังเป็นโรคไตระยะเริ่มต้น รวมถึงโรคหัวใจ หรือโรคอื่นๆ ที่เกิดจากการที่เลือดไหลเวียนไปที่ไตไม่เพียงพอ หรืออาจเกิดจากการขาดน้ำอย่างมาก รวมถึงภาวะช็อค

นเวลากลางคืน คนปกติควรจะปัสสาวะอยู่ประมาณ 0-1 ครั้ง ในกรณีที่ลุกขึ้นมาปัสสาวะบ่อยครั้งในช่วงกลางคืนก็บ่งบอกได้ถึงการเกิดโรค อย่างการขาดฮอร์โมนแอลโดสเตอโรน เมื่อขาดฮอร์โมนชนิดนี้ คนไข้จะลุกขึ้นมาปัสสาวะถี่มากขึ้น นอกจากนี้ในคนที่ขาดฮอร์โมน ADH (Lactate Dehydrogenase) ซึ่งหมายถึงการเป็น โรคเบาจืด ก็จะอยู่ในภาวะปัสสาวะบ่อยและจำนวนมากขึ้น
หัดสังเกตปัสสาวะกันดีกว่า ช่วยเตือนภัยเรื่องโรคร้ายได้นะ

2.เช็คสีของปัสสาวะ

ในคนปกติ สีของปัสสาวะควรมีสีเหลืองอ่อนๆ คล้ายฟางข้าว แต่ก็มีโอกาสที่จะเปลี่ยนไปได้หลายสี เช่นในกรณีที่ขาดน้ำหรือกระหายน้ำ รวมถึงวันที่อากาศร้อนมากจนเสียเหงื่อมากขึ้น ปัสสาวะก็จะมีสีเข้มขึ้น เนื่องจากไตเป็นอวัยวะที่ช่วยรักษาระดับของน้ำภายในร่างกาย ในช่วงที่ขาดน้ำ ไตจะรักษาระดับของน้ำภายในร่างกายมากขึ้น เราจึงปัสสาวะน้อยลง และสีของปัสสาวะก็จะเข้มขึ้น

ในกรณีที่ปัสสาวะมีสีอื่น ก็สามารถบ่งบอกได้ถึงความผิดปกติได้ เช่น สีแดง หรือมีเลือดปน อาจหมายถึงการติดเชื้อบริเวณทางเดินปัสสาวะ หรือจากนิ่ว สีเขียว หรือสีเหลืองปนส้ม อาจหมายถึงการเป็นโรคเลือด ที่มีการแตกตัวของเม็ดเลือดแดงมาก สีเหลืองปนเขียว อาจหมายถึงการเป็นโรคตับ หรือสีอื่นๆ อย่างสีน้ำเงิน อาจเกิดจากการรับประทานยาบางชนิด นอกจากนี้การรับประทานวิตามินในกลุ่มวิตามิน B ซึ่งจะทำให้สีของปัสสาวะเข้มขึ้นจนมีสีเหลืองคล้ายน้ำเก็กฮวย แต่เป็นภาวะนี้หายได้เอง เมื่อร่างกายสามารถดูดซึมวิตามินเหล่านั้นได้ดีขึ้น ภายหลังรับประทานต่อเนื่องประมาณ 2 สัปดาห์

หัดสังเกตปัสสาวะกันดีกว่า ช่วยเตือนภัยเรื่องโรคร้ายได้นะ

3.กลิ่นของปัสสาวะ

โดยปกติแล้วกลิ่นของปัสสาวะมักจะคล้ายกลิ่นของยูเรีย หรือแอมโมเนียจางๆ ซึ่งถือว่าเป็นกลิ่นเฉพาะตัว หากพบว่าปัสสาวะมีกลิ่นผิดปกติไป เช่น มีกลิ่นคล้ายเหม็นเน่า ก็เป็นไปได้ว่าร่างกายมีการติดเชื้อเกิดขึ้น ในกรณีที่มีกลิ่นคล้ายน้ำนมแมว ก็เป็นไปได้ว่าอาจจะเป็นโรคบางอย่างที่อาจต้องวินิจฉัยโดยแพทย์อย่างละเอียด เป็นต้น

Did You Know?
Honeymoon Cystitis เป็นโรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบที่เกิดกับผู้หญิงส่วนใหญ่ที่มีเพศสัมพันธ์ครั้งแรก แต่เป็นภาวะที่ไม่ได้ร้ายแรงนัก เนื่องจากยังไม่ใช่การอักเสบถึงขั้นติดเชื้อ แต่เป็นการอักเสบเล็กน้อยจากการที่อวัยวะบางส่วนยังไม่คุ้นเคยกับการใช้งาน คำแนะนำสำหรับผู้หญิงที่จะมีเพศสัมพันธ์ครั้งแรกหรือพบปัญหานี้ คือควรดื่มน้ำให้มากพอและปัสสาวะให้เรียบร้อยก่อนและหลังมีเพศสัมพันธ์ แต่หากเป็นบ่อยครั้งขึ้นอาจจะต้องตรวจปัสสาวะอย่างละเอียดว่าพบเชื้อประเภทใดในปัสสาวะบ้าง เนื่องจากเชื้อบางชนิดอาจสามารถติดต่อทางเพศสัมพันธ์ได้” แพทย์หญิงฐิติมา สิริ กล่าว.

ปวดหัวจริงจริ้งงง! มาดู 8 วิธีแก้ปวดหัว แบบไม่ต้องพึ่งยากัน

ปวดหัวเมื่อไหร่อย่าเพิ่งคว้ายาแก้ปวดมากินค่ะ ช้าก่อน เอนตัวลงพัก เรามีวิธีแก้ปวดหัว แบบธรรมชาติมาให้แล้ว Healthy with Lisa Guru

ปวดหัวเมื่อไหร่อย่าเพิ่งคว้ายาแก้ปวดมากินทันทีนะคะ ช้าก่อน เอนตัวลงพัก จิบชาจิบน้ำเบาๆ เรามี วิธีแก้ปวดหัว แบบธรรมชาติมาให้ โดยไม่ต้องพึ่งการใช้ยาอย่างเดียว วิธีไหน เวิร์กสุด ตามมาดูกันค่ะสาวๆ

1. ยาหม่องช่วยได้ 

ทาถูๆ ยาหม่อง น้ำมันยูคาลิปตัส หรือน้ำมันเปปเปอร์มินต์ ลงที่ขมับหรือข้อมือแล้วสูดดม กลิ่นเหล่านี้มีความซาบซ่าสูง ช่วยให้จมูกและสมองรู้สึกปลอดโปร่งขึ้น อาการปวดหัวก็คลายลงด้วย

ยาหม่อง ยาดม ช่วยบรรเทาอาการปวดหัว หน้ามืด

2. นวดกดจุดแบบ DIY 

ลองนวดตรงกล้ามเนื้อทราพีเซียส (Trapezius) หรือกล้ามเนื้อตั้งแต่บ่า สะบัก ไล่ไปจนถึงสันคอ โดยใช้นิ้วชี้และนิ้วกลางของมือขวา เอื้อมไปกดตรงทราพีเซียสฝั่งตรงข้าม ค้างไว้ 30 วินาทีถึง 1 นาที แล้วคลายออก ทำเช่นเดียวกันกับอีกด้าน เพราะการทำงานหนักของกล้ามเนื้อมัดนี้ เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้คุณรู้สึกปวดหัวนั่นเอง

เครื่องดื่มน้ำขิง ที่ช่วยให้หายใจได้คล่องขึ้น

3. เติมขิงในทุกที่

แปลกแต่จริงนะ เพราะสมุนไพรชนิดนี้ทำหน้าที่เหมือนแอสไพรินสูตรธรรมชาติทีเดียว มันมีหน้าที่ตั้งแต่คลายกล้ามเนื้อไปจนถึงแก้อักเสบ จึงช่วยให้กล้ามเนื้อผ่อนคลาย ดังนั้นเติมสมุนไพรนี้ลงในอาหารของคุณ หรือจะหั่นลงในน้ำเดือดประมาณ 15 นาที อาจผสมกับมะนาว น้ำผึ้ง หรือชาจีนก็ได้

espresso shot

4. ดื่มลาเต้ซักแก้ว 

แก้วเดียวก็พอนะ กาแฟไม่ได้ช่วยแค่ปลุกคุณตอนเช้า แต่ยังถือเป็นยาด้วย “กาเฟอีนช่วยลดอาการปวดเมื่อยโดยทำให้เส้นเลือดที่ขยายขณะรู้สึกปวดบีบตัวขึ้น” Dr. Andrew Weil แพทย์ทางเลือกกล่าว  แต่ดื่มมากไปก็ให้ผลตรงกันข้ามได้นะ เพราะกาเฟอีนจะให้ผลช่วยคลายปวดก็ต่อเมื่อคุณไม่ได้ดื่มมันเป็นประจำ ดังนั้นจะกินอะไรต้องรู้จักพอเหมาะพอควร

แซลม่อน คุณประโยชน์แก้ปวดหัว

5. เสิร์ฟแซลมอน 

เน้นปลาที่มีไขมันปลาเยอะๆ อย่างปลาทูน่า หรือปลาแซลมอนเลยนะ เพราะปลาที่มีกรดไขมันโอเมก้า-3 อยู่เยอะนี้ จะถูกเปลี่ยนเป็นอนุมูลที่ช่วยบล็อกความเจ็บปวดได้ กลุ่มคนที่กินปลาที่มีโอเมก้า-3 สูงๆ เป็นเวลามากกว่า 3 เดือนขึ้นไป จะช่วยเปลี่ยนสารเคมีในสมอง ทำให้มีอาการปวดหัวน้อยลง และสั้นขึ้น แค่นี้จะมีเหตุผลอะไรให้คุณไม่กินปลาเหล่านี้อีก

เมาค้างจากการดื่มไวน์

 

6. ปรับพฤติกรรมการดื่มซะใหม่ 

ในขณะที่คุณกำลังเอ็นจอยการดื่มไวน์แดงสุดๆ รู้หรือไม่ว่าไวน์อาจไม่ได้ช่วยรักษาสุขภาพคุณเลยก็ได้ จากการวิจัยหนึ่งในเยอรมันได้ทำการสำรวจคนชอบดื่มไวน์ 950 คน และค้นพบว่ามีถึง 25% ที่มีอาการแพ้เหล้าอย่างอ่อนๆ คือมีผื่นแดงขึ้นที่ผิว คัดจมูก มีน้ำมูกไหล รวมถึงปวดหัว ทางแก้คือ ดื่มไวน์เพียงแก้วเดียว แล้วดื่มน้ำมะนาวโซดาสิ แล้วจะรู้สึกดีขึ้น

7.  เลี่ยงอาหารแห้ง

เหล่าของแห้ง หมักดอง รวมทั้งที่ผ่านขั้นตอนการถนอมอาหารให้เก็บไว้ได้นาน จะมีซัลไฟต์ (Sulphite) ซึ่งจะขยายเส้นเลือด ทำให้เกิดอาการบวมน้ำ แถมยังอาจทำให้ปวดหัวด้วย เลี่ยงปลาแห้ง หรือเหล่าอาหารแช่แข็งไปเลยนะ หากคุณเซนซิทีฟต่อสารนี้

หมากฝรั่ง กระตุ้นกล้ามเนื้อ

8.  ลดเคี้ยวมันฝรั่ง

เปลี่ยนจากมันฝรั่งที่ต้องขบเคี้ยวไปอมลูกอมมินต์แทนละกัน เนื่องจากมีผลวิจัยค้นพบว่า การเคี้ยวหมากฝรั่งทำให้กล้ามเนื้อกรามทำงานหนัก กระตุ้นให้ปวดหัวได้ด้วย

รู้อย่างนี้แล้ว ลองเลือกวิธีที่คิดว่าเหมาะสมกับสาวๆ มากที่สุด นอกจากจะช่วยลดอาการปวดหัวแล้ว บางวิธียังช่วยให้อร่อยอีกด้วย

 

Related Posts รู้มั้ย? อาหารทำให้เกิดสิวแถมผิวแพ้ เป็นผื่นง่าย มีอะไรมั่งนะ งดกินแป้งแบบเซเลบ เพราะกลัวอ้วน ความจริงระวังสุขภาพทรุด แทนที่จะสวย เลือกเครื่องดื่มอย่างไร ให้ดีและมีประโยชน์ต่อร่างกายแบบสุดๆ เลือกดื่มกาแฟ ให้เหมาะกับไลฟ์สไตล์เร่งรีบ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานได้ด้วย เคล็ดลับดูแลหุ่นของ Miranda Kerr และเซเลบตัวแม่ เวิร์คมากบอกเลย

ดูแลตัวเองให้หายจากไข้หวัดใน 24 ชั่วโมง

ดูแลตัวเองให้หายจากไข้หวัด

ตื่นขึ้นมาด้วยอาการครั่นเนื้อครั้นตัว ไอหรือจาม ดูเหมือนคุณจะเป็นไข้หวัด จะทำอย่างไรให้คุณรู้สึกดีขึ้นได้? ทำตามคำแนะนำของเราตามนี้เลย8 โมง : วินิจฉัยโรคด้วยตัวเอง

หากไม่มั่นใจว่าควรหยุดงานหรือไม่ ลองหาเทอโมมิเตอร์มาวัดดู หากสูงกว่า 37.5 ไอ หรือเวียนหัว ก็ควรโทรบอกที่ออฟฟิศได้เลย ขืนยังฝืนร่างกายอยู่อาจป่วยในระยะยาวได้ การพักผ่อนอย่างเพียงพอในวันนี้ จะช่วยให้คุณทำงานได้ 100% ในวันรุ่งขึ้น

9 โมง : ดื่มให้เยอะ

การรักษาร่างกายให้ชุ่มชื้นด้วยการดื่มน้ำถือเป็นจุดเริ่มที่ดีในการรักษาไข้หวัด อาจเริ่มวันด้วยน้ำส้ม หรือไม่ก็วิตามินซี 2-3 เม็ด ตามด้วยดื่มน้ำเปล่าเยอะๆ วิตามินซีช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้ร่างกาย และอย่าลืมดื่มน้ำอย่างน้อย 8 แก้วระหว่างวัน น้ำช่วยขจัดของเสียออกจากร่างกาย ยิ่งหากเป็นไข้เหงื่อออกเยอะ ก็ควรชดเชยน้ำที่ร่างกายเสียไป แล้วยิ่งหากมีอาการไมเกรนอยู่แล้วด้วย การขาดน้ำจะยิ่งทำให้คุณรู้สึกแย่เข้าไปใหญ่

10 โมง : กินยาระงับอาการ

หากจำเป็นต้องพึ่งยา พาราเซตตามอนหรือบรูเฟนช่วยลดไข้ได้ดี แถมยังป้องกันไม่ให้คุณขาดน้ำไปมากกว่านี้ด้วย แถมยาเหล่านี้ยังไปกระตุ้นภูมิคุ้มกัน ทำให้ฮึดสู้กับเชื้อโรคมากขึ้น ดังนั้นกินยานี้ซะในตอนเช้า และกินซ้ำทุกๆ 4 ชั่วโมง

เที่ยงตรง : กินอาหารเบาๆ

คุณจำเป็นต้องชดเชยวิตามินที่สูญเสียไปให้แก่ร่างกาย ลองข้าวต้มทรงเครื่องใส่ไก่ หรือซุปไก่ โปรตีนจากไก่ช่วยสร้างภูมิต้านทานได้ดี ใส่หัวหอมเยอะๆ นะมันช่วยเรื่องบรรเทาการติดเชื้อ แถมขจัดสารพิษในร่างกายได้ดีด้วย หรือง่ายๆ เลยแค่กินกล้วย เพราะมีโปรแตสเซียมช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้ร่างกายได้

บ่าย 3 โมง : เบิ่งตาตื่นเอาไว้

แม้คุณต้องการพักผ่อน แต่หากนอนทั้งวันจะทำให้ตาค้างในตอนกลางคืนได้ง่ายๆ จะยิ่งรู้สึกแย่ลงอีกในตอนเช้า ดังนั้นแค่นอนหลับสั้นๆ ประมาณไม่เกิน 40 นาทีก็พอ เพราะคุณอาจเข้าสู่ขั้นหลับลึกหลังจากนั้นและรับรองว่าตื่นขึ้นมาเวียนหัวแน่ๆ

5 โมงเย็น : เดินเล่นหน่อยนะ

หากคุณเริ่มรู้สึกดีขึ้นแล้ว ลองเดินซัก 10 นาทีในยามเย็น การเดินเบาๆจะช่วยให้ฟังค์ชั่นในร่างกายทำงานได้ดีขึ้น คุณจะรู้สึกดีขึ้นในไม่ช้า เดินไปใกล้ๆ ถึงแค่มินิมาร์ทที่หัวมุมถนน แล้วซื้อนมมาซักกล่องท่าจะดีนะ

3 ทุ่ม : เข้านอนได้แล้ว

เข้านอนให้เร็ว แต่ไม่ผิดเวลาเกินกว่า 1 ชั่วโมงของเวลาที่คุณเข้านอนปกติ เพื่อให้รักษารูทีนเดิมๆเอาไว้ได้ ในขณะเดียวกันก็รู้สึกว่าหลับได้ดีด้วย นอนอย่างน้อย 8 ชั่วโมงเพราะร่างกายคุณต้องการสร้างโกรทฮอร์โมน เพื่อช่วยรักษาพยายามร่างกาย แค่นี้ก็บอกลาอาการเจ็บไข้ในเช้าวันใหม่ได้เลย

Source : Lisa Magazine

Related Posts 5 อาหารทานแล้ว #ไม่เจ็บไม่ป่วย

3 สเต็ปง่ายๆ ดูแลสุขภาพช่องปาก…ดีทั้งปากและฟัน

3 สเต็ปง่ายๆ ดูแลสุขภาพช่องปาก...ดีทั้งปากและฟัน

อ๊ะ…อ๊ะ หลายคนมีข้ออ้างโน่นนี่ในการดูแลสุขภาพช่องปาก  ทั้งที่เป็นวิธีการที่ง่ายและมีประสิทธิภาพมาก เชื่อเถอะว่า เพียงแค่ 3 ขั้นตอน คือ แปรงฟัน ใช้ไหมขัดฟัน และบ้วนปาก ให้ถูกวิธีเท่านั้น ฟันขาว สะอาด จะอยู่กับคุณไปอีกนานเลย…

ให้เวลากับการแปรงฟัน

แปรงฟันอย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง ด้วยแปรงสีฟันขนอ่อนและยาสีฟันผสมฟลูออไรด์เพื่อที่จะกำจัดคราบแบคทีเรีย หรือแผ่นฟิล์มเหนียวที่เกาะอยู่บนฟัน โดยแปรงให้ทั่วทุกซี่ เน้นบริเวณที่เข้าถึงยากและเสี่ยงต่อการเกิดโรคสูง ได้แก่ ฟันกราม และฟันด้านลิ้น ควรใช้เวลาอย่างน้อย 2 นาที ซึ่งเป็นเวลาที่เหมาะสมสำหรับการเกิดปฏิกิริยาป้องกันฟันผุของฟลูออไรด์ ใครรู้ตัวว่าแปรงไม่ถึง 2 นาที  ต้องรีบหาตัวช่วยเช่นใช้น้ำยาบ้วนปากควบคู่ไปด้วย

ใช้ไหมขัดฟันให้เป็นซะ

หลังแปรงฟันเสร็จ ควรใช้ไหมขัดฟัน เพราะการใช้ไหมขัดฟันอย่างถูกต้องสามารถช่วยกำจัดคราบแบคทีเรียและเศษอาหารที่อยู่ตามซอกฟันที่แปรงสีฟันเข้าไม่ถึงได้  เนื่องจากการสะสมตัวของคราบแบคทีเรียทำให้เกิดฟันผุ จึงจำเป็นต้องใช้ไหมขัดฟันทุกวัน

3 สเต็ปง่ายๆ ดูแลสุขภาพช่องปาก...ดีทั้งปากและฟัน

วิธีการใช้ไหมขัดฟันที่ถูกต้อง

  • ดึงไหมขัดฟันยาวประมาณ 18 นิ้ว และพันไหมไว้กับนิ้วกลางโดยเหลือไหมประมาณ 1-2 นิ้วไว้สำหรับขัดฟัน
  • จับไหมให้แน่นระหว่างนิ้วโป้งและนิ้วชี้ และเลื่อนไหมขึ้นลงเบาๆ ระหว่างซอกฟัน
  • ขัดเบาๆ ที่ฐานฟัน โดยระวังอย่าให้กระทบกับเหงือก เพราะอาจจะทำให้ไหมบาดถูกเนื้อเยื่อเหงือกที่บอบบางได้
  • ปล่อยเส้นไหมที่สะอาดออกมาเพื่อทำความสะอาดซี่ต่อไป
  • ในการเอาไหมเข้าออกจากฟัน ใช้วิธีเลื่อนไหมไปข้างหน้าและหลังจนไหมออกจากฟัน

ใช้น้ำยาบ้วนปากทุกครั้งหลังแปรงฟัน

หลายๆ คนคงคิดว่าแปรงฟันอย่างเดียวก็พอ แต่ความจริงยังมีพื้นที่ในช่องปากที่การแปรงฟันเข้าไม่ถึงอีกมาก เช่น กระพุ้งแก้ม เพดานปาก ซอกลิ้น หลังขัดฟันด้วยไหมขัดฟันแล้ว จึงควรใช้น้ำยาบ้วนปากควบคู่ไปด้วย เพื่อดูแลสุขภาพช่องปากให้ทั่ว ซึ่งน้ำยาบ้วนปากที่ดี นอกจากช่วยลดแบคทีเรียแล้ว ยังช่วยลดความเสี่ยงของเหงือกอักเสบและโรคร้ายแรงอื่นๆ เช่น โรคปริทันต์ โรคหัวใจ และเบาหวานด้วย

3 สเต็ปง่ายๆ ดูแลสุขภาพช่องปาก...ดีทั้งปากและฟัน

จะบ้วนปากทั้งที เราขอแนะนำสูตรที่ดีที่สุดอย่าง Listerine Total Care เพราะใช้เพียง 1 ฝาดูแลได้ถึง 6 ประการ

  • ลมหายใจสดชื่น ใช้แล้วปากหอมสดชื่นทั้งวัน
  • มีฟลูออไรด์ช่วยให้ฟันแข็งแรง ป้องกันฟันผุ
  • ลดการสะสมของหินปูนเพื่อปกป้องฟันขาวอย่างเป็นธรรมชาติ
  • ลดการสะสมของแบคทีเรีย
  • ลดการสะสมใหม่ของคราบพลัค
  • ดูแลเหงือกให้สุขภาพดี

Tips

หลีกเลี่ยงอาหารที่ทำให้ช่องปากมีปัญหา

พฤติกรรมการกินที่ส่งผลเสียต่อสุขภาพปาก ได้แก่การกินของหวานและของที่เหนียวติดฟัน เช่น ผลไม้หวาน นมหวาน ขนมปัง คุกกี้ เป็นอาหารที่ควรหลีกเลี่ยง นอกจากนั้น การกินจุบจิบจะเกิดฟันผุได้ง่าย

จิบชาเขียววันละแก้ว ช่วยลดกลิ่นปาก

คนสวยไม่ควรมีกลิ่นปากระหว่างวัน จึงควรจะจิบชาเขียววันละแก้วเป็นอย่างน้อย เพื่อฆ่าเชื้อแบคทีเรียในช่องปาก แถมยังมีผลพลอยได้ตรงที่ชาเขียวมีสารต้านอนุมูลอิสระ ทำให้ผิวสวยหน้าใสไม่แก่ก่อนวัย แต่ต้องไม่มีส่วนผสมของน้ำตาลนะ!

3 สเต็ปง่ายๆ ดูแลสุขภาพช่องปาก...ดีทั้งปากและฟัน

พบทันตแพทย์และขูดหินปูนทุก 6 เดือน

คราบจุลินทรีย์หรือพลัคสีขาวขุ่นนิ่มที่ติดอยู่บนตัวฟัน แค่แปรงฟันอย่างเดียวออกไม่หมด เป็นตัวการทำให้เหงือกอักเสบ เมื่อสะสมมากขึ้นๆ จนก่อตัวเป็นหินปูน เหงือกอักเสบ บวมแดง เลือดออกตามไรฟัน ซึ่งเราไม่สามารถขูดเจ้าหินปูนนี้ออกได้เอง จำเป็นต้องไปพบทันตแพทย์เพื่อตรวจฟันและขูดหินปูนเป็นประจำทุก 6 เดือน ป้องกันไม่ให้เกิดโรคเหงือกอักเสบและโรคปริทันต์

Related Posts

แค่จูบ…ก็ฟินแล้ว!! ถ้าใช้เคล็บลับต่อไปนี้

เซ็กซ์ที่ดีส่วนใหญ่ต้องเริ่มต้นด้วยการจูบนะคะ เพราะ จูบ นั้นเป็นการโหมโรงที่สร้างอารมณ์โรแมนติกที่ดีกว่าให้กับคู่รักมาแล้วมากมายกว่าที่คิด

แค่ จูบ ก็ฟินแล้ว!! ถ้าใช้เคล็บลับต่อไปนี้

ดร. โซเนีย บอร์ก นักบำบัดทางเพศและผู้เขียนหนังสือเรื่อง Marathon Sex : Incredible Lovemaking Experiences Hotter and Longer Than You’ve Ever Done It Before และ ดร. เจสสิก้า โอเรียลี่ จากเว็บไซต์ Sexwithdrjess.com มีเคล็ดลับในการทำให้การจูบของคุณเซ็กซี่แบบสุดๆ

ใช้ จูบ กับตำแหน่งต่างๆ ในร่างกาย

การที่คุณวางมุมของร่างกายแบบไหน สามารถส่งผลต่ออารมณ์ในการจูบของคุณได้ ถ้าคุณอยากรู้สึกว่าเป็นคนควบคุมเกมนี้ ก็นั่งลงบนตักของเขา และเอาขาเกี่ยวรอบเอวเขาเอาไว้ ตำแหน่งร่างกายของคุณจะอยู่สูงกว่าเขาเล็กน้อย คุณจึงต้องก้มลงมานิดหน่อยเพื่อจูบเขา แต่ถ้าอยากให้เขาเป็นคนนำ ก็ใช้ท่ายืน เขาจะได้ยืนค้ำหัวคุณ การจูบกันในแนวนอนก็เป็น อีกทางเลือกหนึ่งที่ให้ความรู้สึกเร่าร้อนในการจูบ โดยก่ายกอดทางด้านหลัง (ท่า Spooning) แล้วดันก้นของคุณเข้าหาเชิงกรานเขา พร้อมบดขยี้เล็กน้อยเพื่อสร้างความรู้สึกวาบหวาม

สัมผัสลมหายใจของเขา

มันมีอะไรบางอย่างที่เร้าอารมณ์จากการรู้สึกถึงลมหายใจของชายหนุ่มที่ริมฝีปากของคุณ ใช้ปากของคุณสัมผัสเบาๆ กับปากของเขา เพื่อให้ได้สัมผัสกับลมหายใจของเขาที่พ่นออกมาอุ่นๆ อยู่บนผิวของคุณ ผสมผสานลีลา การเปลี่ยนเทคนิคของคุณไปเรื่อยๆ ช่วยเพิ่มความตื่นเต้นเร้าใจ ฉะนั้น สลับลีลาการเคลื่อนไหวไปเรื่อยๆ เช่น แหย่ลิ้นเข้าๆ ออกๆ ผ่านริมฝีปากของเขา หรือดุนที่เหงือกของเขา หมุนลิ้นรอบลิ้นของเขา แล้วก็ดูดลิ้นของเขาเข้ามาในปากของคุณ ดูดมันเหมือนกับเวลาที่คุณดูดจุ๊มุของเขานั่นแหละ แล้วก็ขบริมฝีปากล่างของเขาเบาๆ รู้สึกถึงการเต้นของหัวใจ เพื่อให้การจูบเข้าถึงจิตวิญญาณของกันและกันอย่างแท้จริง วางมือของคุณที่หน้าอกของเขา และจูบเขาตามจังหวะการเต้นของหัวใจ

ใช้มือร่วมด้วย

การจูบไม่ใช่แค่เรื่องของปาก ใช้มือของคุณร่วมสร้างสรรค์ด้วย เล่นกับนิ้วมือของเขาในแบบยั่วยวน เหมือนกำลังใช้มือกับพื้นที่ส่วนตัวของเขา หรือถูไถที่ต้นขาด้านในของเขา หรือสอดมือเข้าไปในผมของเขาแล้วใช้ปลายนิ้วเขี่ยหนังศีรษะของเขาเบาๆ
กายสัมผัสกาย คุณสามารถใช้ร่างกายเพื่อสร้างความตื่นตัวให้มากขึ้นได้ กดหว่างขาของคุณบดขยี้กับเขา หรือลองนั่งคร่อมเขา ปลดกระดุมเสื้อเขาสักสองสามเม็ด แล้วเอาหน้าอกคุณเบียดแนบชิดกับหน้าอกของเขา

แค่ จูบ ก็ฟินแล้ว!! ถ้าใช้เคล็บลับต่อไปนี้

จูบ ปลุกประสาทหูของเขา

ในระหว่างการจูบ กระซิบใส่หูเขาว่าคุณต้องการเขามากแค่ไหน และคุณอยากจะทำอะไรกับเขา หรือแค่การส่งเสียงครวญครางใส่หูเขาเบาๆ ก็ได้ผลแล้ว…แล้วก็ตาของเขาด้วย นี่อาจฟังดูเหมือนเป็นเรื่องที่รู้กันอยู่แล้ว แต่บ่อยครั้งที่คู่รักไม่ค่อยสบตากันในระหว่างการจูบ แต่การมองตากันเป็นการปลุกอารมณ์ที่ง่ายและรวดเร็วที่สุดอย่างหนึ่งเลย

อย่าหยุดอยู่แค่จูบปาก

ใช้ปากบริการเขาในส่วนอื่นของร่างกายที่ไวต่อการปลุกเร้า อย่างเช่น บริเวณกระดูกไหปลาร้า หน้าอก หัวนม ใบหูก็เป็นอีกจุดสำคัญจุดหนึ่งเริ่มด้วยการจูบและเลียที่ใบหูด้านนอกก่อน แล้วค่อยๆ ใช้ปลายลิ้นแหย่เข้าไปข้างในรุกล้ำลงใต้ คราวนี้ก็เพิ่มความเร่าร้อนให้มากขึ้น ด้วยการจูบพื้นที่ใต้เข็มขัดของเขา ต้นขา หน้าท้อง ลูกบอล จุดเพอริเนียม (รอยต่อระหว่างจุ๊มุกับก้น) จูบไปทุกที่ยกเว้นที่เดียว…เจ้าหนูของเขานั่นแหละ แต่สร้างความเสียวซ่านและความอยากให้มากขึ้นด้วยการใช้แก้ม หรือลมหายใจอุ่นๆ ของคุณเป่ารดให้เจ้าหนูของเขาเสียวเล่น

งดการเล้าโลมอย่างอื่น

และให้การจูบกันเป็นการเล้าโลมหลักเพียงอย่างเดียว จูบเป็นการสร้างสายสัมพันธ์อันใกล้ชิดและแนบแน่น แต่คู่รักหลายคู่มักใช้มันเป็นแค่การเปิดฉากก่อนเข้าสู่เซ็กซ์เท่านั้น ซึ่งหมายความว่าถ้าคุณไม่มีอารมณ์ที่จะจู๋จี๋กัน คุณก็จะไม่ได้จูบกันไปด้วย ฉะนั้น จูบกับเขาทุกครั้งที่มีโอกาส เช่น จูบแบบใช้ลิ้นกับเขาแทนการจูบแก้มทุกครั้งที่กลับถึงบ้าน หรือจูบกันอย่างดูดดื่มขณะดูทีวี

 

 

 

จบ 2 ปัญหาใหญ่ ให้ผลลัพธ์ของผิวสวยที่สัมผัสได้จริง ลดเลือนริ้วรอย พร้อมเผยผิวกระจ่างใสในหนึ่งเดียว

webboots11

เมื่ออายุมากขึ้น วัยย่างเข้าสู่เลขสาม ปัญหาผิวพากันวิ่งพุ่งเข้ามามากมาย และที่เห็นได้ชัดคือ ริ้วรอยร่องลึก และผิวหมองคล้ำ ริ้วรอยที่เพิ่มขึ้นและชัดขึ้น เกิดจากการที่ผิวเราผลิตคอลลาเจน และอิลาสตินลดลง ทำให้ผิวขาดความกระชับ แถมในชีวิตประจำวันเ ผิวต้องเผชิญกับปัจจัยรบกวนตลอดเวลา ไม่ว่าจาก แสงแดด ความเครียด มลภาวะต่างๆ

แต่ไม่ต้องตกใจไป เพราะเรามีเคล็ดลับและตัวช่วยดีๆ  ที่จะช่วยฟื้นฟูและปกป้องผิว ให้ผิวเราคงความอ่อนเยาว์ และกระจ่างใสอย่างเป็นธรรมชาติ

ทิปส์การดูแลเพื่อผิวหน้ากระจ่างใส

  • หากวันไหนลืมทาครีมกันแดด ร้ายแรงราวกับแก้ผ้าออกจากบ้าน เพราะแสงแดดที่แผดจ้า จึงต้องใช้ผลิตภัณฑ์กันแดดเป็นประจำทุกวัน เพราะแดดถือเป็นปัจจัยที่ส่งผลเสียให้กับสภาพผิวได้มากที่สุด ถ้าไม่ป้องกัน ต่อให้ทุ่มบำรุงดูแลและฟื้นฟูผิวเท่าไร ก็ไม่สามารถทำให้ผิวดีขึ้นได้
  • ขจัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วเป็นประจำ เพราะผิวมีการผลัดเซลล์ที่ตายแล้วทุก 28 วัน ดังนั้น เราจึงควรขัดหรือสครับผิวสัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง เพื่อขจัดเอาเซลล์ผิวที่หมองคล้ำให้หลุดออก และเพื่อให้ครีมบำรุงซึมซาบลงสู่ผิวได้ดีขึ้น

ทิปส์การดูแลเพื่อผิวใสไร้ริ้วรอย

  • การถูหน้าแรงๆ ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ก่อให้เกิดริ้วรอยก่อนวัย เพราะผิวหน้าสูญเสียความชุ่มชื่นเกินจำเป็น จึงควรล้างหน้าอย่างอ่อนโยน อย่าถู อย่าขยี้ และอย่าใช้แรงกด  เรียกว่าต้องมือเบาเข้าไว้
  • ดื่มน้ำให้เพียงพออย่างน้อยวันละ 6–8 แก้ว เพื่อคงความชุ่มชื่นให้ผิว เพราะผิวที่ขาดน้ำจะเกิดริ้วรอยได้ง่าย

‘ใหม่! เซรั่มที่ดีที่สุดของผู้หญิง 86% ที่ได้ทดลองใช้
ยืนยันว่าริ้วรอยร่องลึกลดเลือนลง
ผิวดูกระจ่างใสอย่างที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อน’

No.7 Protect & Perfect Intense Advanced Whitening Serum

webboots6

 

เทคโนโลยีขั้นสุดในการลดเลือนริ้วรอย Matrixyl 3000Plus เปปไทด์สูตรเข้มข้น ช่วยเสริมสร้างคอลลาเจนและอิลาสติน ฟื้นฟูผิวให้กระชับ เรียบเนียน ริ้วรอยดูตื้นขึ้น Hyaluronic Acid ช่วยเติมความชุ่มชื่นให้ผิว ผิวดูเปล่งปลั่ง อิ่มเอิบ สุขภาพดี อีกทั้งยังมอบผิวเปล่งประกายความกระจ่างใสมีออร่าด้วย Lightening Complex ที่ผสานพลังแห่งการฟื้นฟูจากสารสกัดของ มะขามป้อม มัลเบอร์รี่ และวิตามินซี เพื่อการดูแลอย่างสมบูรณ์ ควรใช้ก่อนขั้นตอนบำรุงทั้งเช้า-เย็น สูตร Hypo-Allergenic แม้ผิวบอบบางหรือแพ้ง่ายก็ใช้ได้

ยังมีอีก 2 สูตรที่สร้างสรรค์มาเพื่อปัญหาผิวที่แตกต่าง

webboots4

No.7 Protect & Perfect Advanced Serum

ป้องกันริ้วรอยแรกเริ่ม ลดเลือนให้จางลงอย่างอ่อนโยน ด้วยส่วนผสมของ Salicylic Acid ช่วยผลัดเซลล์ผิวและเผยผิวใหม่ที่อ่อนกว่าวัย

No.7 Protect & Perfect Intense Advanced Serum

ลดเลือนริ้วรอยร่องลึก ให้ผิวกระชับเรียบเนียน พร้อม Hyaluronic Acid ช่วยคงความชุ่มชื่น อิ่มน้ำให้กับผิว

Related Posts ใครว่าในไทยจะใส่บูู๊ตยาวถึงเข่าไม่ได้ มาดู วิธีใส่บูู๊ตยาวฉบับสาวมั่น ไปเที่ยว เจอแดดแรงแค่ไหนก็โนแคร์ กันแดดที่ปกป้องดีที่สุด ขวดเดียวจบ Boots Advantage Card ช้อปความสวยคุ้มค่าที่ร้านบู๊ทส์

ทำเค้ก 3 มิติ จากร้าน PASTRY GARDEN

ทำเค้ก 3 มิติ จากร้าน PASTRY GARDEN

มาเติมความหอมหวานให้ชีวิตสักนิดกับวิธีทำเค้ก 3 มิติ จากร้าน PASTRY GARDEN กัน แค่คลิก Facebook.com/lisaguru ลุ้นรับคอร์สเรียนตกแต่งคัฟเค้ก 4 ถ้วย ฟรี! จำนวน 3 ที่นั่ง

วัสดุอุปกรณ์

ทำเค้ก 3 มิติ จากร้าน PASTRY GARDEN

ทำเค้ก 3 มิติ จากร้าน PASTRY GARDEN

  1. น้ำตาลฟองดอง (Fondant)
  2. Ball tools
  3. Rolling pin เล็ก/ใหญ่
  4. พู่กัน
  5. กาว cmc
  6. คัตเตอร์อันเล็ก
  7. อุปกรณ์ทำฟองดอง
  8. ที่ตัดริบบิ้น
  9. ที่ตัดพิซซ่า
  10. แป้งข้าวโพด
  11. เนยขาว
  12. เตารีด (ใช้ตอนคลุมเค้ก)

ขั้นตอนการทำ

ทำเค้ก 3 มิติ จากร้าน PASTRY GARDENโรลแผ่นน้ำตาลฟองดองและคลุมเค้ก

ทำเค้ก 3 มิติ จากร้าน PASTRY GARDEN

ตัดแต่งฐานให้เรียบร้อย

ทำเค้ก 3 มิติ จากร้าน PASTRY GARDEN

ทำเค้ก 3 มิติ จากร้าน PASTRY GARDEN

ทำเค้ก 3 มิติ จากร้าน PASTRY GARDEN

ทำเค้ก 3 มิติ จากร้าน PASTRY GARDEN

ทำเค้ก 3 มิติ จากร้าน PASTRY GARDEN

ทำเค้ก 3 มิติ จากร้าน PASTRY GARDEN

ทำเค้ก 3 มิติ จากร้าน PASTRY GARDEN

            ปั้นตัวคนด้วยน้ำตาลฟองดอง ทั้งในส่วนหัว แขนและใบหน้าของตุ๊กตา จากนั้นก็ตกแต่งตัวคนลงบนเค้ก

ทำเค้ก 3 มิติ จากร้าน PASTRY GARDEN

ทำเค้ก 3 มิติ จากร้าน PASTRY GARDEN

ตัดริบบิ้นทำโบว์รอบฐานเค้ก

ทำเค้ก 3 มิติ จากร้าน PASTRY GARDEN

ตกแต่งด้วยดอกไม้และลูกโป่งสุดน่ารัก

ทำเค้ก 3 มิติ จากร้าน PASTRY GARDEN

แปะป้าย Lisa เป็นอันเสร็จเรียบร้อย

Related Posts 5 งานแฮนด์เมดสุดเก๋ เปลี่ยนความสุขจากงานฮอบบี้ให้เป็นเงิน